ดัชนี ดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 104.83 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) พุ่งขึ้น 104.83 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 11,913.62 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 15.94 จุด หรือ 1.29% ปิดที่ 1,254.19 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 61.98 จุด หรือ 2.35% ปิดที่ 2,699.44 จุด เพราะได้แรงหนุนจากข่าวควบรวมกิจการของภาคเอกชนในสหรัฐ รวมทั้งรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทแคททาร์พิลลาร์ อิงค์ และความคาดหวังที่ว่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) จะสามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการหาแนวทางควบคุมวิกฤตหนี้สาธารณะและการเพิ่มทุนให้กับกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) ในการประชุมรอบสองซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นหลังจากบริษัท แคทเทอร์พิลลาร์ อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ เปิดเผยว่ารายได้สุทธิไตรมาส 3 ของบริษัทพุ่งขึ้น 44% สู่ระดับ 1.14 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.71 ดอลลาร์ต่อหุ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีที่แล้วที่ระดับ 792 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.22 ดอลลาร์ต่อหุ้น มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 1.54 ดอลลาร์ต่อหุ้น ตลาดได้รับแรงหนุนมากขึ้นเมื่อนักลงทุนคาดว่า ผู้นำอียูจะสามารถสรุปการตัดสินใจเรื่องการเพิ่มทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในยูโรโซนและการเพิ่มขนาดของกองทุน EFSF ในการประชุมรอบสองซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธนี้ แม้ผู้นำอียูยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับขนาดของความเสี่ยงที่ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซจะต้องแบกรับก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นายวิลเลียม ดัดลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างเชื่องช้าในเวลานี้ ขณะเดียวกันตลาดได้รับแรงหนุนหลังจากเอชเอสบีซีรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในภาคการผลิตของจีนขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 51.1 จุดในเดือนต.ค. จากเดือนก.ย.ที่ระดับ 49.9 จุด และทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดการนำเข้าเดือนก.ย.ขยายตัว 12.1% สู่ระดับ 34.4771 ล้านล้านเยน นอกเหนือจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งแล้ว ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากข่าวการควบรวมกิจการของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงข่าวออราเคิล คอร์ป เตรียมเทคโอเวอร์กิจการไรท์นาว เทคโนโลยีส์ อิงค์ ซึ่งข่าวดังกล่าวหนุนหุ้นออราเคิลพุ่งขึ้น 2.3% และหุ้นไรท์นาวทะยานขึ้น 19.4% ทั้งนี้    นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์จะเปิดเผยราคาบ้านเดือนส.ค. และคอนเฟอเรนซ์ บอร์ดจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนต.ค. ส่วนวันพุธ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย. และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย. วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 3 และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติเปิดเผยยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนก.ย. ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ย. และรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนต.ค.

เรื่องล่าสุดของหมวด การลงทุน-หุ้น

ดูหมวด การลงทุน-หุ้น ทั้งหมด