เปิดผลตอบแทนLTF-RMFเจ๋ง ฟันกำไรหุ้นกลาง-เล็กอื้อ ปีหน้าปรับธีมเล่นหุ้นใหม่

เปิดผลตอบแทนLTF-RMFเจ๋ง ฟันกำไรหุ้นกลาง-เล็กอื้อ ปีหน้าปรับธีมเล่นหุ้นใหม่
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

มอร์นิ่งสตาร์ ติดโบกองแฝดผลตอบแทนเด่น 5 อันดับแรก ฟาก บลจ.เล็กมาแรงนำโดย "โซลาริส" แชมป์อันดับ 1 ทั้งกอง LTF-RMF ปั้นรีเทิร์นพุ่ง 40% ฝั่ง บลจ.เครือแบงก์ ค่าย "บัวหลวง" เจ๋ง ผู้จัดการกองทุนพลิกธีมลงทุนหุ้นปีหน้า อิงกระแสประหยัดพลังงาน รัฐขยายลงทุน ธุรกิจโตเกาะหัวเมืองใหญ่-สังคมสูงวัย คาดหุ้นขึ้นพีค 1,769 จุด


นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงสุด 5 อันดับแรก (ดูตาราง) คือ กองทุนเปิดเอคควิตี้โปร หุ้นระยะยาว สูงถึง 40.12% ตามด้วยกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว 33.14% กองทุนเปิดฟิลลิป หุ้นระยะยาว 27.45% เป็นต้น

ส่วนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่สร้างผลตอบแทนดีที่สุด ได้แก่ กองทุนเปิดโซลาริสตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ 39.53% กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ 33.72% กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเงินทุนสร้างค่าเพื่อการเลี้ยงชีพ 32.95% เป็นต้น

จะเห็นได้ว่ากองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ดี ส่วนใหญ่เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ไม่ได้อยู่ในเครือของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งตนประเมินว่าน่าจะมาจากประเด็น บลจ. นอกเครือแบงก์จะมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ไม่สูงนัก จึงสามารถเข้าไปซื้อหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวโดดเด่นในปีนี้

"ถ้าจะให้ บลจ.ขนาดใหญ่เข้าไปลงทุนในหุ้นบริษัทกลางและเล็กก็คงทำไม่ได้ เพราะเงินลงทุนของ บลจ.ใหญ่จะมีมูลค่ามหาศาลมาก ถ้าซื้อหุ้นบริษัทไซซ์ระดับนี้ก็เหมือนเข้าไปซื้อทั้งบริษัทเลยก็ว่าได้ แต่แม้ บลจ.ขนาดใหญ่จะมีข้อจำกัด ก็ไม่ได้หมายความว่า บลจ.ใหญ่จะสร้างผลตอบแทนได้ไม่ดี อยากให้นักลงทุนมองความสามารถในระยะยาว และการกระจายการลงทุนไปทั้ง บลจ.กลางและเล็กมากกว่า" นายกิตติคุณกล่าว

นายสุพรรณ เศษธะพานิช รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.โซลาริส กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนของกองทุน LTF และ RMF ได้สูง เนื่องจากใช้กลยุทธ์ลงทุนในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลางและเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการปรับตัวขึ้นสูงจากประเด็นสนับสนุน

อย่างไรก็ตามในปี 2558 บริษัทกำลังอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ เนื่องจากหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กได้ปรับตัวขึ้นไปสูงค่อนข้างมากแล้ว จึงต้องแสวงหาหุ้นกลุ่มอื่นที่สร้างผลตอบแทน

ให้แก่กองทุนได้ต่อเนื่อง ซึ่งในเบื้องต้นสนใจหุ้นขนาดใหญ่ที่มีราคาถูก หุ้นกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน เช่น ผู้รับเหมาเดินสาย เปลี่ยนอุปกรณ์ ประหยัดพลังงาน ถือเป็นกระแสธุรกิจที่ได้รับความสนใจ และเป็นหุ้นใหม่ เพราะมักจะมีข่าวการประกาศทำโครงการใหม่ๆ ซึ่งจะกระตุ้นราคาหุ้น เป็นต้น

"ธีมการลงทุนปี 2558 คงจะต้องเปลี่ยนจากปีนี้ ตอนนี้เรากำลังวางแผนและอาจจะทยอยเข้าไปลงทุนบ้างในช่วงนี้ เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กองทุน LTF และ RMF ได้ดีอย่างต่อเนื่องอีกปี" นายสุพรรณกล่าว

นางพัณณรัชต์ บรรพโต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายบริหารกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่าธีมการลงทุนในปีหน้า บริษัทจะให้ความสำคัญกับ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) โดยคงเน้นถือหุ้นมากกว่าเงินสด, การคัดเลือกหุ้นรายตัว และการคัดเลือกหุ้นรายกลุ่ม ซึ่งจะพิจารณาประเด็นที่น่าสนใจลงทุน เช่น การขยายตัวของหัวเมืองใหญ่ กลุ่มสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การเติบโตของสินค้ากลุ่มไอที เป็นต้น

"ปีหน้าเราจะหาธีมที่มีลักษณะเป็นเมกะเทรนด์ เพื่อเลือกหุ้นที่น่าจะได้รับประโยชน์จากกระแสเหล่านั้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับกองทุนได้" นางพัณณรัชต์กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าตลาดหุ้นไทยในปี 2558 ยังคงน่าสนใจลงทุน เนื่องจากรัฐบาลมีแผนจะดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนเศรษฐกิจในต่างประเทศคาดว่าอัตราการเติบโตจะดีขึ้น เพราะเชื่อว่าธนาคารกลางของบางประเทศจะเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐน่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยในช่วง

ครึ่งหลังของปี 2558 ดังนั้นดัชนีหุ้นไทยจึงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก โดยในกรณีปกติคาดดัชนีจะปรับขึ้นที่ 1,710 จุด และกรณีดีที่สุดอยู่ที่ 1,769 จุด