กกร.มองบริโภคปท.ฟื้นGDPโต1-1.5% ส่งออก0-0.5%

กกร.มองบริโภคปท.ฟื้นGDPโต1-1.5% ส่งออก0-0.5%
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ที่ประชุม กกร. มอง เศรษฐกิจมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น คาด GDP ปี 57 ขยายตัว 1-1.5% ส่งออกโต 0-0.5% จี้สร้างเชื่อมั่น พร้อมค้านลงนามสัตยาบันอนุสัญญา 2 ฉบับ แนะ พัฒนาสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันส่งออก

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกร. ได้หารือสรุปภาวะเศรษฐกิจล่าสุด พบว่า เศรษฐกิจบางส่วนมีสัญญาณปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย จากปัจจัยบวกของการบริโภคภาคเอกชน และการใช้จ่ายของภาครัฐที่ประมาณ ร้อยละ 65 เพิ่มขึ้นจากปกติที่ประมาณ ร้อยละ 50 แต่เอกชนต้องการให้มีการลงทุนมากขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเองยังคงทรงตัว การนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิตยังมีปริมาณที่น้อย แต่พบว่าการส่งออกเริ่มขยายตัว โดยช่วง 10 เดือนแรก ติดลบน้อยลงอยู่ที่ ร้อยละ 3 หลังจากช่วง 9 เดือนแรกติดลบที่ ร้อยละ 7 ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้ภาคการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 3 เป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และคาดว่าช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ การบริโภคของประชาชนจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น ทำให้คาดว่า การส่งออกทั้งปี 2557 จะเติบโตที่ ร้อยละ 0-0.5 ส่วนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ ร้อยละ 1-1.5 

นายอิสระ ยังกล่าวว่า ที่ประชุม กกร. ได้หารือถึงการลงนามสัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง หลังจากที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization:ILO) ขอให้ประเทศสมาชิกจำนวน 183 ประเทศ ลงนามรับสัตยาบันอนุสัญญาฉบับดังกล่าว
ซึ่งจากการหารือในที่ประชุม กกร. พบว่า สมาชิกส่วนใหญ่เกือบ 100% มีมติไม่เห็นด้วยกับการลงนามดังกล่าว โดยมองว่าขณะนี้ไทยยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ทำให้อาจส่งผลกระทบต่อการจัดระบบในภาพรวมได้

นอกจากนี้ ที่ประชุม กกร. มีความเห็นด้วยต่อร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. .... ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดย สนช. ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่ง กกร. จึงขอผลักดันการพิจาณาร่าง พ.ร.บ. นี้ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

นายอิสระ กล่าวว่า การส่งออกของไทยตลอดปี 2557 ที่ผ่านมาแม้ประสบปัญหากับสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่อีกปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนของไทยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ทำให้เงินไทยอ่อนตัวลงเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 0.69 แต่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่อ่อนตัวประมาณร้อยละ 3 ส่งผลให้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่ากว่าภูมิภาค จึงเสียเปรียบในด้านการส่งออก เนื่องจากผู้ประกอบการไทย
ต้องลดราคาเพื่อนำสินค้าไปขายแข่งกับประเทศคู่แข่ง

ทั้งนี้ นายอิสระ กล่าวว่า สำหรับปี 2558 มั่นใจว่าอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร จะส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกขยายตัว แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขการส่งออกและจีดีพีได้ โดยจากนี้เอกชนควรมีพัฒนาการผลิตสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่ม หลังจากที่ผ่านมาสินค้าเกษตรเน้นส่งออกวัตถุดิบเป็นหลัก ทำให้ราคาค่อนข้างตกต่ำ แต่หากมีการพัฒนาสินค้า อาทิ ข้าว เป็นอาหารสำเร็จรูปได้ จะสร้างมูลค่าส่งออกขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3-5 ดังนั้น ภาคเอกชนจะต้องหารือกันเพื่อนำเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป