โบรกส่องแบงก์ตั้งสำรองฉุดกำไร หนี้เสีย"รถ-เกษตร"ถ่วงครึ่งปีหลัง

โบรกส่องแบงก์ตั้งสำรองฉุดกำไร หนี้เสีย"รถ-เกษตร"ถ่วงครึ่งปีหลัง

โบรกส่องแบงก์ตั้งสำรองฉุดกำไร หนี้เสีย"รถ-เกษตร"ถ่วงครึ่งปีหลัง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โบรกฯชี้ครึ่งปีหลังกลุ่มแบงก์แบกตั้งสำรองหนี้สูง 4.2 ล้านบาท หวั่นกำไรแบงก์หดตัวจากครึ่งปีแรก ระบุตัวแปรยังเป็นหนี้เสีย "เช่าซื้อและสินเชื่อเกษตร" จับตา "แบงก์กรุงไทย-ทหารไทย" เสี่ยงตั้งสำรองเพิ่ม ค่ายกสิกรไทยคาดครึ่งปีหลังลดตั้งสำรองเล็กน้อย

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แนวโน้มการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 น่าจะทรงตัว หรือปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงบ้าง อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มหนี้ที่น่าเป็นห่วง คือ สินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อเกี่ยวเนื่องกับสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ บล.กรุงศรีได้คาดการณ์ครึ่งปีหลัง ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะตั้งสำรองรวมประมาณ 42,000 ล้านบาท โดยแยกเป็นไตรมาส 3/57 ตั้งสำรองประมาณ 20,000 ล้านบาท และไตรมาส 4/57 จะตั้งสำรองสูงขึ้นมาที่ 22,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการตั้งสำรองเผื่อหนี้เสีย และการตั้งสำรองจากสินเชื่อทั้งระบบที่คาดจะขยายตัว

ในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ยังมีตัวแปรสำคัญอยู่ที่การตั้งสำรองพิเศษของธนาคารกรุงไทยจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งจากภาระการตั้งสำรองดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารพาณิชย์ มีทิศทางลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก

"กรุงไทยจะเป็นตัวแปรกำหนดทิศทางการตั้งสำรองของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบแม้ว่าครึ่งปีแรกจะตั้งสำรองไว้ค่อนข้างสูง แต่ก็มีเรื่องที่คาดไม่ถึงตลอด โดยเฉพาะไตรมาส 4 อาจจะตั้งสำรองพิเศษเพิ่มขึ้น เราคาดไตรมาส 3 กรุงไทยจะต้องตั้งสำรองพิเศษอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท หลังไตรมาส 2/57 ได้ตั้งสำรองพิเศษเพิ่มถึง 3,000 ล้านบาท ขณะที่ทหารไทยน่าจะตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพราะในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนสำรองให้เป็นกำไร" นายธนเดชกล่าว

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะขยายตัวได้ประมาณ 3-4% น่าจะส่งผลดีต่อคุณภาพหนี้ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้การตั้งสำรองของธนาคารในช่วงที่เหลือของปีนี้ อาจจะปรับตัวลงเล็กน้อยอยู่ที่กว่า 0.80% ของพอร์ตสินเชื่อรวม จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 0.92% ของพอร์ตรวม สอดคล้องกับนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตัวแปรในการตั้งสำรองขึ้นกับการเร่งตัวของปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพ โดยต้องจับตาคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อบุคคลว่าจะมีความต่อเนื่องในการเพิ่มขึ้นหรือไม่

"แต่ส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าจะสูง เพราะตั้งแต่ปี 2556 ทุกธนาคารตั้งสำรองเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก และยังต่อเนื่องมาถึงครึ่งปีแรกนี้ ดังนั้นเมื่อเอ็นพีแอลเร่งตัวขึ้น แต่ก็ไม่เป็นระดับที่น่ากังวลมากนัก โดยปัจจุบัน เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ที่ระดับ 2.9% เพิ่มขึ้นจากต้นปีที่อยู่ 2.7% ทั้งปีนี้จะควบคุมไม่ให้อยู่ในระดับเกิน 2%" นายสุภัคกล่าว

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารมีการตั้งสำรองในระดับสูง 145% ของยอดเอ็นพีแอลรวม ซึ่งสูงกว่าการตั้งสำรองทั้งระบบ ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้ ธนาคารจะพิจารณาการตั้งสำรองจากพอร์ตสินเชื่อก่อนว่า ในส่วนของหนี้ดีและหนี้เสียเป็นอย่างไร แม้หนี้เสียมีทิศทางดีขึ้น แต่ในส่วนของหนี้ดีก็มีโอกาสขยายตัวในครึ่งปีหลัง ทำให้จะต้องตั้งสำรองส่วนของหนี้ดีเผื่อไว้ด้วย ดังนั้นการตั้งสำรองอาจไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยมากนัก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook