อุต๊ะ...วันนี้ธุรกิจ ′ลบรอยสัก′ ในอเมริกาเฟื่องฟูมาก!!!

อุต๊ะ...วันนี้ธุรกิจ ′ลบรอยสัก′ ในอเมริกาเฟื่องฟูมาก!!!

อุต๊ะ...วันนี้ธุรกิจ ′ลบรอยสัก′ ในอเมริกาเฟื่องฟูมาก!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คอลัมน์ ร่อนตามลม raikorn@hotmail.com

จากยุคหนึ่งที่การสักแทตทู (Tattoo) หรือรอยสัก กลายเป็นแฟชั่น มีทั้งคนที่ไปสักเพราะรู้สึกมีแทตทูแล้วเท่ ประดุจมีเครื่องประดับเก๋ๆ อย่างหนึ่งบนร่างกาย

หรือบางคนสักเพราะต้องการจารึกสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต ต่อความรู้สึก ไว้เป็นสิ่งเตือนใจ ไว้กับตัว

แต่พอมาถึงยุคนี้ปรากฏว่า ธุรกิจ "ลบรอยสัก" กลับเฟื่องฟูอย่างน่าตกใจ โดยที่สหรัฐอเมริกา ล่าสุด มีผลสำรวจจาก IBISWorld บริษัทสำรวจยักษ์ใหญ่ พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาธุรกิจลบรอยสักในอเมริกามีอัตราเติบโตถึง 440%

ทั้งยังมีการคาดการณ์ด้วยว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้าธุรกิจลบรอยสักจะยิ่งเติบโตกระทั่งประมาณว่าจะทำเงินได้ถึง 83.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,687.3 ล้านบาท) ขณะที่ในปี 2557 มีเงินสะพัดในธุรกิจลบรอยสักแล้ว 3.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 109.8 ล้านบาท) และมีร้านที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับรอยสักอยู่ในสหรัฐอเมริการาว 8,000 ร้าน แต่ยังไม่มีร้านใดที่โดดเด่นเป็น "ตัวแม่" ในวงการ

ทั้งนี้ ไมเคิล คูลิค ศัลยแพทย์ในนครซานฟรานซิสโก บอกว่า คนที่มาลบรอยสักส่วนใหญ่เป็นคนวัย 30 กว่าๆ และ 40 กว่าๆ เพราะ "สิ่งที่คุณรู้สึกว่าเท่ รู้สึกโดนใจตอนคุณอายุ 20 อาจไม่เท่ ไม่รู้สึกว่ามันดูดี ดูโดนใจแล้วเมื่อคุณอายุ 30 กว่า"

คุณหมอไมเคิลยังบอกถึงราคาค่าลบรอยสักว่า มีตั้งแต่ 500 ดอลลาร์ขึ้นไป (ราว 16,150 บาท) โดยราคาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับสีและความลึกของหมึกที่ซึมอยู่ในผิวหนัง ซึ่งสมัยนี้รอยสักมีทั้งรอยสักแบบ 3 มิติและไม่ได้ใช้หมึกสีดำ ซึ่งลบได้ง่ายด้วยเลเซอร์ และลบได้ง่ายกว่ารอยสักที่ใช้หมึกหลากสีสัน อย่างสีเหลือง สีพาสเทล ซึ่งลบออกยากกว่า

ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนที่เคยรักชอบรอยสักตัดสินใจไป "ลบรอยสัก" ออก แอนดี้ เบรนแนน นักวิเคราะห์ IBISWorld บอกว่า มีอยู่ 2 สาเหตุใหญ่ คือ พวกที่เลิกกับแฟน แล้วก็พวกที่กำลังตามล่าหางานทำ


เมลานี่ กริฟฟิธ

พวกที่เลิกกับแฟนเลยไปลบรอยสักที่เป็นชื่อแฟนหรือสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงอดีตแฟนออกซะให้พ้นหูพ้นตาล่าสุดก็เช่น นางเอกรุ่นใหญ่ของฮอลลีวู้ด เมลานี่ กริฟฟิธ ที่เมื่อเร็วๆ นี้ มีช่างภาพตาไวเห็นเธอเดินออกจากคลินิกผิวหนังในย่านเวสต์ฮอลลีวู้ดโดยมีพลาสเตอร์แปะอยู่ที่แขนขวาซึ่งมีแทตทูรูปหัวใจและเคยมีชื่ออันโตนิโอ แบนเดอรัส อดีตสามี ซึ่งแยกทางกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ อยู่ตรงกลางหัวใจ แต่ตอนนี้ตรงกลางแทตทูรูปหัวใจไม่มีชื่ออันโตนิโออยู่แล้ว

ส่วนพวกต้องการหางานแล้วตัดสินใจไปลบรอยสักออกก็เพราะกลัวว่ารอยสักอาจจะกลายเป็นอุปสรรคบั่นทอนโอกาสที่จะได้งานเพราะบางคนอาจมีทัศนคติติดลบกับรอยสัก มองว่าพวกที่มีรอยสักเป็นพวกเกเร พวกนอกรีตนอกรอย ทำให้คนที่กำลังหางานทำเลือกที่จะไปลบรอยสักออกเพื่อความสบายใจ

ใครที่กำลังคิดจะไปสักอะไรคิดให้ดีๆนะ จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินลบออกทีหลัง
ที่มา นสพ.มติชน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล