ผลไม้ยกถาด เสิร์ฟทัวร์

ผลไม้ยกถาด เสิร์ฟทัวร์
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

อันติกา

“ผลไม้ที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นสับปะรด ส่วนผลไม้อื่น อย่าง แก้วมังกร ลูกค้าจะชอบแก้วมังกรสีแดง สำหรับทุเรียนนั้นก็จะชอบที่พูสุกงอม ฉะนั้น เราต้องเข้าใจลูกค้าก่อนว่าต้องการอะไร แล้วก็หาสิ่งนั้นมาให้เขา”


          สับปะรด มะม่วง ทุเรียน ผลแก้วมังกร ฯลฯ ปอกอวดเนื้อใน เรียงรายอยู่ในถาดสังกะสีเคลือบลายโบราณ จัดยกทยอยเข้ามาเสิร์ฟลูกค้านักท่องเที่ยวให้ได้ลิ้มรสความหวานหอมชื่นใจ

          ดังกล่าวนี้คือ กรรมวิธีการขายผลไม้ของ “ร้านลุงนัง” ร้านผลไม้ยกถาดที่ชาวทัวร์รู้จักดี จนบัดนี้มีบริษัททัวร์กว่า 30 แห่ง ขอบรรจุไว้เป็นหนึ่งในโปรแกรมการเดินทาง

จับกลุ่มลูกค้าทัวร์
โอกาสมาต้องคว้าไว้

        

          คุณอัศนีย์ คงมั่น หรือ ลุงนัง ที่วันนี้มีวัยเข้าสู่เลข 7 เล่าถึงต้นกำเนิดการทำธุรกิจมาจากที่ตนเป็นเกษตรกรในพื้นที่อำเภอศรีราชา โดยพืชผลที่ปลูกเป็นหลัก ได้แก่ สับปะรดและมันสำปะหลัง โดยเริ่มต้นบนพื้นที่ 100-200 ไร่ จนกระทั่งต่อมาได้เช่าพื้นที่ปลูกขยายเป็น 600 ไร่

          สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย หรือ ศรีราชา นั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสินค้าดีที่มีความนิยม ฉะนั้น กับการตั้งหน้าร้านอยู่บริเวณริมถนนมอเตอร์เวย์ จึงเป็นอีกหนทางสร้างรายได้ โดยมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจซื้อกลับเป็นจำนวนมาก

          จำนวนร้านค้าที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าย่อมแบ่งสันปันส่วนยอดขาย คุณอัศนีย์จึงคิดหาทางสร้างตลาดใหม่ และก็เหมือนประจวบเหมาะกับที่มีบริษัททัวร์เดินทางเข้ามาติดต่อขอให้จัดเตรียมสินค้าไว้รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกทัวร์ของเขา

          เมื่อโอกาสมา มีหรือจะปล่อยผ่านไป คุณอัศนีย์จึงจูงมือลูกชาย คุณวิสุทธิ์ คงมั่น ให้ก้าวเข้ามาเป็นหัวแรงหลักกับการส่งเสริมการตลาด เข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศ

         

          การคัดเลือกสับปะรดหวานฉ่ำ จัดปอกเรียงลงในถาดโบราณ เสียบไม้ไว้พร้อมให้ลูกค้าหยิบทานได้สะดวก คือการทำงานที่ไม่มีกระบวนการยุ่งยาก แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคัดเลือกผลไม้เป็น ซึ่งตรงนี้คุณวิสุทธิ์ ว่า อาศัยประสบการณ์สั่งสมมา โดยได้เผยเทคนิคว่า การตรวจสอบสับปะรดว่ามีคุณภาพดี รสอร่อย ทดสอบโดยใช้ไม้เคาะ ถ้าเสียงนุ่มเหมือนดีดเนื้อตัวเอง แสดงว่าสับปะรดนั้นเนื้อดี

          ส่วนผลไม้อื่นนำมาร่วมในเมนู คุณวิสุทธิ์ ว่า คัดเลือกจากแหล่งขายที่ได้คุณภาพความอร่อย “ผลไม้ที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นสับปะรด ส่วนผลไม้อื่น อย่าง แก้วมังกร ลูกค้าจะชอบแก้วมังกรสีแดง สำหรับทุเรียนนั้นก็จะชอบที่พูสุกงอม ฉะนั้น เราต้องเข้าใจลูกค้าก่อนว่าต้องการอะไร แล้วก็หาสิ่งนั้นมาให้เขา”

เลือกผลไม้อร่อย
ไม่น้อยหน้าบริการ

        

          ด้วยเพราะจำนวนการปลูกลดน้อยลง โดยปัจจุบัน คุณอัศนีย์หันไปใช้พื้นที่กับการปลูกมันสำปะหลังมากขึ้น ส่งผลให้สับปะรดในสวนไม่พอต่อการรองรับลูกค้า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเสาะหา เพราะสายพันธุ์นี้ในพื้นที่อำเภอศรีราชายังคงมีการปลูกกันอยู่

         ต่อเมื่อถามถึงราคาจำหน่ายผลไม้ คุณวิสุทธิ์ ว่า เมนูสับปะรด ราคาถาดละ 75 บาท มะม่วง 120 บาท ผลแก้วมังกร 60 บาท ซึ่งโดยเฉลี่ยการใช้สับปะรดต่อวันประมาณ 1,400 ลูก มะม่วงประมาณ 300 กิโลกรัม

        

          “เฉลี่ยลูกค้า 1 ท่านจะทานผลไม้ประมาณ 50-60 บาท ซึ่งในส่วนของสับปะรดนั้นจะมีกำไรหลังปอกจำหน่ายตกประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งลูกค้าที่มาทานส่วนใหญ่จะเป็นชาวเกาหลี รัสเซีย และก็มีคนไทยบ้าง โดยจะเดินทางมามากในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน ของทุกปี แต่เขาจะมากับบริษัททัวร์ และบริษัททัวร์ก็ได้มีการติดต่อทางร้านไว้ก่อนล่วงหน้า โดยที่ร้านมีพื้นที่รองรับไม่ต่ำกว่า 300 คน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พัฒนาปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ซึ่งกับการพัฒนาในส่วนนี้ ถ้าใช้ทุนตัวเองก็คงทำไม่ได้มาก ตอนนั้นจึงยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งส่วนหนึ่งนำมาปรับปรุงพื้นที่และเป็นทุนหมุนเวียนในการเพาะปลูกพืชผลต่อไป”

        

          ด้วยเพราะโปรแกรมทัวร์ของแต่ละบริษัทมีข้อกำหนดในเรื่องของเวลา ฉะนั้น ไม่เพียงแต่สินค้าอร่อยถูกปาก แต่ในด้านการบริการก็ต้องรวดเร็ว ร้านลุงนังจึงมีพนักงานไว้รองรับรวม 12 คน เพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียความรู้สึกกับการเสียเวลารอคอย

          บริษัททัวร์ หรือผู้สนใจ จัดบรรจุเมนูผลไม้ไว้ในโปรแกรมการเดินทาง ติดต่อ “ร้านลุงนัง” ได้ที่ ทางหลวงหมายเลข 7 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://www.sentangsedtee.com

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!