จับได้ว่าคู่ของคุณโกหกเรื่องหนี้สิน ควรทำอย่างไร?

จับได้ว่าคู่ของคุณโกหกเรื่องหนี้สิน ควรทำอย่างไร?

จับได้ว่าคู่ของคุณโกหกเรื่องหนี้สิน ควรทำอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แน่นอนว่าความซื้อสัตย์คือหนึ่งในข้อที่ควรมีระหว่างคู่สามีภรรยา แต่ถ้าวันนึง คู่ชีวิตของคุณเกิดมีสิ่งที่ปิดบังคุณอยู่ คุณจับได้ในภายหลังว่าคู่ของคุณมีหนี้สิน และสถานะทางการณ์เงินไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก โดยที่คุณไม่รู้มาก่อน คุณอาจจะโกรธมากที่เขาโกหก หรือปิดบังคุณ แต่ความโกรธไม่ได้ช่วยอะไรเลย MoneyGuru มีวิธีแนะนำคุณในการจัดการปัญหานี้

 


เริ่มจากใจเย็นๆ ก่อน
การโกรธ หรืองอน ไม่พูดด้วย อาจจะไม่ใช่วิธีที่แก้ปัญหาได้เท่าไหร่นัก และก็อย่างที่ใครๆ ก็พูดกัน ซึ่งอาจจะดูเกร่อไปหน่อย แต่ก็เป็นความจริงคือ "Everyone makes mistakes” หรือหมายความว่า ทุกคนก็ทำความผิดกันบ้างทั้งนั้นล่ะ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ยิ่งหากคู่ของคุณทำความผิดครั้งแรก ก็ยิ่งน่าให้อภัยใหญ่ แล้วค่อยมาหาทางแก้ร่วมกัน

ประเมินความเสียหาย
การควบคุมความเสียหายที่ดีที่สุด เริ่มจากการประเมินความเสียหายก่อน และดูว่าควรเริ่มแก้จากตรงไหน ที่ความเสียหายจะบานปลายน้อยที่สุด คุณต้องคุยเปิดอกกับแฟนของคุณว่า มีหนี้สินกี่ก้อน ทั้งหมดเท่าไหร่ ก้อนไหนอัตราดอกเบี้ยมากที่สุด แล้วนำมาเรียงลำดับลงมาตามอัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสีย อย่าลืมล่ะ เอาหนี้จำพวกที่อัตราดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายวันมานับก่อน อาทิ หนี้บัตรเครดิต เป็นต้น พอเรียงอันดับหนี้ตามดอกเบี้ยแล้ว ก็ไล่ขจัดตามนั้นเลย โดยทุกอันจ่ายขั้นต่ำหมด ส่วนอันที่ดอกเบี้ยมากสุดจ่ายเยอะกว่า เป็นต้น

นั่งทำบัญชีงบประมาณด้วยกัน
หากคุณจะสามารถจัดการได้ว่าต่อเดือนๆ ถัดจากนี้คุณต้องจ่ายหนี้สินเท่าไหร่ การทำบัญชีงบประมาณรายรับรายจ่ายสำคัญมาก เริ่มต้นจากการไล่เรียงรายจ่ายทั้งหมด แยกออกมาว่าเป็ยรายจ่ายที่จำเป็น และรายจ่ายที่ลดทอนได้ ซึ่งอันไหนที่ลดทอนได้ให้ยกเลิกรายจ่ายนั้น เพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้สินให้หมดก่อน เพราะคุณอย่าลืมว่า หนี้บัตรเครดิต หากคุณจ่ายเพียงขั้นต่ำซึ่งอยู่ที่ราว 10% ของยอดทั้งหมด ด้วยดอกเบี้ยที่ทบไปเรื่อยๆ จะต้องใช้เวลานับปี กว่าจะหมด หรือหลายปี ซึ่งอันตรายมาก

คำนวณว่าเมื่อไหร่หนี้สินจะหมด
เมื่อคิดได้แล้วว่าจะจ่ายชำระหนี้ต่อเดือนเท่าไหร่ ก็ลองใช้เครื่องคำนวนคิดดูว่าถ้าจ่ายเดือนละเท่านี้ จะปลดหนี้ได้ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ หากคุณรู้สึกว่านานเกินไป หรือเร็วเกินไป จะทำให้คุณรู้สึกว่าตึงเกิน อาจปรับลดได้ตามความเหมาะสม อาทิ หากคุณตัดรายจ่ายไม่จำเป็นทุกอย่างออก อาทิ ไม่กินข้าวนอกบ้านเลย เอาเคเบิลทีวีออก เอาอินเทอร์เน็ตออก ซึ่งอาจทำให้หนี้หมดเร็วมาก แต่อาจทำให้ชีวิตหดหู่ไปนิด ก็ปรับลดได้ แต่ถ้าคุณแทบจะไม่ปรับลดรายจ่ายอะไรเลย และหนี้สินต้องอยู่กับคุณไปอีกสองถึงสามปี คุณก็ควรจะปรับแก้ตรงนี้

อย่าลืมคุยกันตลอดล่ะ
จำไว้เลยว่า เรื่องเงินๆ ทองๆ ทำให้หลายคู่ระหองระแหงกันมาแล้ว เพราะไม่คุยกันเปิดอกตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้น หากแก้ปัญหาในครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมหันมาเปิดอกคุยกันอย่างสม่ำเสมอรับรองไม่เกิดปัญหาอีกแน่นอน

คำเตือนทิ้งท้าย
บางคนอาจบอกว่า วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือการแยกกระเป๋ากันให้ชัดเจนระหว่างสามี ภรรยา หนี้ใครก่อน คนนั้นก็รับผิดชอบ แต่กระนั้น ปัญหาการปกปิดหนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นอยู่ดี หาก 1. มันกระทบแผนการเงินระหว่างทั้งคู่ในภายหลัง และ 2. มันทำให้การเงินส่วนกลางของครอบครัวตึงขึ้น มีเงินใช้จ่ายน้อยลง เพราะอีกคนต้องนำเงินไปใช้หนี้ ซึ่งหากเกิดสองข้อนี้ขึ้น ถึงแม้จะแยกกระเป๋า ก็ควรย้อนกลับไปทำตามขึ้นตอนข้างบน เพื่อความอยู่รอดของคู่ชีวิตในที่สุด

หากมีข้อสงสัยด้านการเงิน การลงทุน MoneyGuru อยู่เคียงข้างคุณเสมอที่  www.moneyguru.co.th หรือ  info@moneyguru.co.th

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล