"ร้านอาหาร" ลดจ้างพนักงาน 30% การเมืองยื้อ 6 เดือน สูญรายได้ 3 หมื่นล้าน

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวยอมรับว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อกว่า 6 เดือน ทำให้ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารสูญเสียรายได้ในภาพรวมไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) จนต้องหาทางแก้ไขด้วยการกู้ยืมเงินนอกระบบแทน เพราะธนาคารค่อนข้างเข้มงวดในการปล่อยกู้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ขณะเดียวกันยังหาทางออกด้วยการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ทั้งการลดการจ้างพนักงานในระดับสูงที่มีคุณภาพและเงินเดือนสูง แต่คงเหลือพนักงานในกลุ่มลูกจ้างระดับแรงงานไว้ เพราะมีต้นทุนการใช้จ่ายที่ต่ำกว่า สำหรับพนักงานในร้านอาหารมีประมาณ 4 แสนคน โดยแบ่งเป็นขนาดกลาง ประมาณ 6-7 หมื่นคน ส่วนที่เหลือประมาณ 3.5 แสนคนเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งการลดการจ้างพนักงานนั้นจะเป็นกลุ่มขนาดกลาง โดยอาจลดการจ้างถึง 30%
น.ส.ปัทมา การีกลิ่น ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดโรงเรียนสอนทำอาหารและร้านอาหารบลูเอเลเฟ่น กล่าวว่า ร้านอาหารได้รับผลกระทบจากการยืดเยื้อทางการเมืองและทำให้รายได้ลดลงไป ประมาณ 20% เพราะลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติสัดส่วนกว่า 70% ลดการเดินทางมาไทย ขณะเดียวกันโรงเรียนสอนทำอาหารทั้งสาขาที่กรุงเทพฯและภูเก็ตก็มีนักท่อง เที่ยวสนใจสมัครเรียนลดลงประมาณ 40% เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ของเมืองไทย ทำให้ร้านต้องปรับตัวเน้นการลดต้นทุน เช่น ลดการสต๊อกสินค้าให้น้อยลง
นาย สุรพล ศรีวรวิทย์ ประธานชมรมเรือท่องเที่ยวอยุธยา กล่าวว่า ตั้งแต่มีเหตุการณ์ทางการเมือง นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปค่อนข้างมาก จนเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) กลุ่มลูกค้าต่างชาติมารับประทานอาหารหายไป 60-70% และรายได้ของร้านอาหารหายไปประมาณ 5-6 แสนบาทต่อเดือน โดยกลุ่มลูกค้าที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปและ ญี่ปุ่นที่ค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องการเมือง ส่วนนักท่องเที่ยวไทย หากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ และหากการเมืองไม่จบภายใน 2 เดือนนับจากนี้จะเห็นร้านอาหารที่ปิดตัวและเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)