ธุรกิจปลูกหญ้าปทุมธานีโต ต่างชาติสั่งซื้อไม่อั้น-เกษตรกรสบช่องเลิกทำนา

ธุรกิจปลูกหญ้าเมืองปทุมโตเงียบ 100 ล้าน บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม สนามฟุตบอล สนามกอล์ฟสั่งซื้อไม่อั้น ขณะที่ชาวนาเริ่มถอดใจไม่ได้รับเงินจำนำข้าว เบนเข็มมาปลูกหญ้าทดแทน คาดแนวโน้ม 1-2 ปีนี้นักลงทุนรายใหญ่กระเป๋าหนักย่านหนองจอก มีนบุรี กว้านซื้อที่ดิน-เช่านา ขยายการลงทุนปลูกหญ้าเชิงพาณิชย์ ส่วนตลาดสิงคโปร์-อินโดฯอนาคตสดใส
นายวรณัฎฐ์ หนูรอต นายอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้เกษตรกรในอำเภอหนองเสือเริ่มหันมาปลูกหญ้าญี่ปุ่น หญ้ามาเลเซีย หญ้านวลน้อย หญ้าเบอร์มิวด้า เป็นอาชีพหลักแทนการรับจ้างทั่วไปตามโรงงานอุตสาหกรรมและการทำนา เนื่องจากกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมากในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มตกแต่งบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม สวนหย่อม สนามกอล์ฟ สนามฟุตบอล ที่มีคำสั่งซื้อสูงต่อเนื่อง
ปัจจุบันในจังหวัดปทุมธานีมีพื้นที่ปลูกหญ้ารวมประมาณ 6,000 ไร่ สร้างรายได้ปีละ 95-100 ล้านบาท ส่วนในเขตอำเภอหนองเสือมีพื้นที่ปลูกหญ้าทั้งสิ้น 2,000 ไร่ และมีแนวโน้มที่จะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชาวนาได้หันมาปลูกหญ้าแทนการปลูกข้าวหลังจากประสบปัญหาโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาครบประกอบกับไม่แน่ใจว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่อโครงการนี้หรือไม่ อีกทั้งข้าวยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีราคาผันผวน มีศัตรูพืช การดูแลรักษายาก ต้นทุนการผลิตสูงกว่าการปลูกหญ้า จึงทำให้ชาวนาเริ่มถอดใจ
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ปลูกหญ้ารายเดิมในอำเภอหนองเสือที่จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าภายในช่วง 1-2 ปีนี้ จะมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ทำธุรกิจปลูกหญ้าในย่านหนองจอกและมีนบุรีเข้ามากว้านซื้อที่นา หรือเช่าที่นาในพื้นที่อำเภอหนองเสือ ธัญบุรี ลำลูกกา ซึ่งเป็นแหล่งปลูกหญ้ามากที่สุดในจังหวัดปทุมธานี เพราะความต้องการของตลาดยังมีสูงมาก รวมทั้งยังมีที่นาเหลืออยู่จำนวนมาก
"ก่อนหน้านี้พื้นที่หนองจอก มีนบุรี เคยเป็นแหล่งปลูกหญ้ารายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีคำสั่งซื้อสูงมากจากทั่วประเทศ และสามารถจำหน่ายได้ในราคาดีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์หญ้าชนิดต่าง ๆราคาเฉลี่ยตั้งแต่ตารางเมตรละ 15-25 บาทฉะนั้นต้องจับตาดูว่าภายใน 2-3 ปีนี้หากราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาจะขายที่นา หรือนำมาให้นายทุนเช่าปลูกหญ้าในเชิงพาณิชย์มากขึ้น"
ด้านนายดาริส พูลเต่า เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเชิงพาณิชย์รายใหญ่ในตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การขยายพื้นที่ปลูกหญ้าในปทุมธานีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะการทำธุรกิจนี้มีปัจจัยเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนดี สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ถึง 6 ครั้ง/ปี โรคที่สำคัญคือเพลี้ยกระโดดสีดำ หนอนเจาะยอดหญ้า ซึ่งสามารถใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดได้ แต่ปัญหาในขณะนี้คือ ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีกำไรลดลง
นอกจากนั้น ยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ในอดีตเคยใช้แรงงานต่างด้าว สปป.ลาว พม่า ปัจจุบันแรงงานกลุ่มนี้เริ่มลาออกไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการจ้างงานแบบเหมาตารางเมตรละ 2 บาท บางรายลงทุนจ้างสูงถึงวันละ 1,000 บาท ทำให้เจ้าของสวนมีกำไรลดลง
สำหรับแนวโน้มตลาดในประเทศยังคงเติบโตต่อเนื่อง ส่วนตลาดต่างประเทศขณะนี้เริ่มมีคำสั่งซื้อแบบไม่จำกัดปริมาณจากประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ตกแต่งสวนหย่อม สนามกอล์ฟ ทำให้มีโอกาสที่จะขยายตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากมีการส่งเสริมด้านเทคนิคการปลูกให้มีประสิทธิภาพ มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเก็บเกี่ยวแทนการใช้แรงงานคน มีการเพิ่มช่องทางการขนส่งให้สะดวกรวดเร็ว และลดการสูญเสีย
จากกระบวนการขนส่ง รวมทั้งเร่งขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็ว ในอนาคตจังหวัดปทุมธานีจะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การซื้อ-ขายหญ้ารายใหญ่ของภาคกลาง และรองรับตลาดสิงคโปร์ อินโดนีเซียที่จะขยายตัวในอนาคต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)