
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายใน 6 เดือน อย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้กระทบต่อการลงทุนของภาครัฐลุกลาม การลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนในต่างประเทศ และจะกระทบต่อเนื่องไปจนถึง ปี 2558 จึงให้คาดว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ จะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2 - 2.5 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3
นอกจากนี้ อัตราการว่างงานในปี 2557 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไปถึงระดับร้อยละ 1 จากเดิมที่ ร้อยละ 0.8 เนื่องจากจะมีนักศึกษาจบใหม่ในปีนี้อีก 6 - 7 แสนราย ขณะที่ ภาคการผลิตไม่สามารถรองรับแรงงานเหล่านี้เพิ่มขึ้น เพราะกำลังผลิตมีเพียงร้อยละ 64 ลดลงจากช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ที่ใช้กำลังการผลิตถึงร้อยละ 80 ส่วนยอดขาย SME ในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 10 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก เนื่องจากเติบโตจากฐานที่ต่ำมากในปีที่ผ่านมา
ส.อ.ท.ชี้การเมืองยืดเยื้อฉุดผลประกอบการ SME
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลกระทบของผู้ประกอบการ SMEs จากสถานการณ์การชุมนุมในประเทศ ที่ยืดเยื้อมากว่า 2 เดือน ว่า แนวโน้มผลประกอบการ SMEs ลดลงกว่าปีที่แล้ว โดยมีปัญหาด้านการแข่งขันราคามากที่สุด และยอดขาย SME ปี 2557 คาดว่าจะลดลงอย่างมาก ขณะที่ ภาคอุตสาหรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว รองลงมาคือ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ที่การจับจ่ายใช้สอยในต่างจังหวัดลดลง
ส่วนแนวโน้มผลกระทบการส่งออกยังเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่า การส่งออกทั้งปี จะเติบโตประมาณร้อยละ 3-4 ทั้งนี้ ยังต้องจับตาปัจจัยต่างๆ ทั้งปัญหาการเมืองในประเทศ เศรษฐกิจโลก การแข่งขันในตลาดอาเซียน
สำหรับการส่งออก ซึ่งจากการประเมินของ IMF คาดว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะมีฟื้นตัว อาจส่งผลให้การส่งออกไตรมาสที่ 2 ของไทย อยู่ที่ร้อยละ 3-4 ได้ หากสถานการณ์การเมืองสามารถยุติลงได้ใน 2-3 เดือนนี้
นอกจากนี้ นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาทางการเมือง
ให้ยุติโดยเร็ว พร้อมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ สนับสนุนในการเสริมสภาพคล่องให้กับ SME โดยเฉพาะ กลุ่ม
อุตสาหกรรมขนาดกลาง ที่จะช่วยให้กลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำ และปลายน้ำ เติบโต