หายาก-ขาดไม่ได้ "ตัวรอง"ผู้งานชุก

หายาก-ขาดไม่ได้ "ตัวรอง"ผู้งานชุก

หายาก-ขาดไม่ได้ "ตัวรอง"ผู้งานชุก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมนักแสดงที่เล่นเป็นเพื่อนพระเอก แม่นางเอก หรือแม้กระทั่งตัวร้ายต่างๆ ที่บทไม่โดดเด่นเท่าพระ-นาง ถึงมีละครให้เห็นกันชุกนัก

บางคนแฟนๆ ได้เห็นหน้ากันทุกวัน ตั้งแต่จันทร์-อาทิตย์ ตลอดสัปดาห์แถมต่างช่องกันอีกต่างหาก

เรื่องนี้ผู้จัดอย่าง แหม่ม-ธิติมา สังขพิทักษ์ แห่งค่าย โนพลอบเบลม ให้คำตอบชัดๆ ว่า เป็นเพราะตอนนี้อยู่ในช่วง "ดาราขาดแคลน"

ด้วยผู้จัดมีมากขึ้น ขณะเดียวกันการออกอากาศของละครก็สั้นลง ยิ่งประจวบกับภาวะที่ทุกช่องต่างก็ใช้ละครเป็นกลยุทธ์ดึงดูดคนดู ผลก็คือความขาดแคลนอย่างที่บอกเป็นความขาดแคลนในทุกตำแหน่ง

อย่างไรก็ดีในส่วนของพระเอกนางเอกนั้น ทางแก้คือการ "ปั้นใหม่" เพราะส่วนใหญ่แต่ละคนซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนเดินเรื่องจะต้องใช้เวลากับแต่ละเรื่องนาน การปั้นจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ค่อยๆ มีพัฒนาการ จากนั้นก็สามารถนำไปต่อยอดในเรื่องอื่นๆ ต่อ

แต่สำหรับดาราสนับสนุน หรือที่เรียกกันว่า "ตัวรอง" ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อ แม่ หรือตัวร้าย ไม่อาจทำได้เช่นนั้น เพราะปั้นใหม่-ไม่คุ้ม ด้วยเวลาถ่ายทำค่อนข้างจำกัด การจะค่อยๆ ปั้น ค่อยๆ สอน แล้วหวังให้ดีเลยเป็นเรื่องยาก "ส่วนใหญ่จึงต้องใช้คนแข็งแรง ที่เล่นได้แล้ว คาแร็กเตอร์ที่ใช่ ไม่เอาคนใหม่มาเล่น""ฝึกแล้วมันไม่คุ้ม มันเหนื่อย"

ขณะเดียวกัน "ละครจะสนุกไหม กลมไม่กลมอยู่ที่ดาราสนับสนุน ถ้าพระเอกนางเอกเก่ง 2 คน คนรอบข้างเป็นหุ่นยนต์ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพวกเขาเป็นกำลังสำคัญที่ให้พระนางดูดี อย่างนางร้ายยิ่งร้าย นางเอกยิ่งน่าสงสาร คนจะดูแล้วอิน" "แล้วดาราก็มีอยู่เท่านี้ ตัวเลือกเลยมีไม่มาก" เธอว่าจึงไม่ต้องแปลกใจที่นักแสดงสนับสนุนบางคนเมื่อรวมรายได้ทั้งปีจากการแสดงแล้ว อาจได้พอๆ กับหรือมากกว่าตัวเอกด้วยซ้ำเพราะเรื่องค่าตัวนั้น จะว่าไปตัวรอง สนับสนุน แทบไม่มีความแตกต่างกับตัวเอก

ด้วย "เรตราคา" เขาไม่ได้ดูกันที่ "บท" ว่า "เอก" หรือ "รอง" แต่จะพิจารณาจาก "ความดัง" และ "ความสามารถ" ของนักแสดงนั้นๆ เป็นหลักเช่น ค่าตัวของดาราใหม่จะอยู่ที่ 10,000 บาทขึ้นไปต่อตอน ซึ่งถ้าดาราคนนี้ได้รับบทพระ-นาง ก็อาจได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนตัวรองๆ ในเรื่องเดียวกันที่เคยเป็นพระ-นางมาก่อนในอดีต ราคาแต่ละตอนก็จะอยู่ที่ 20,000-30,000 บาท หรืออย่างตัวร้ายที่ผันตัวมาจากพระเอก-นางเอก เรตค่าตัวก็จะเท่ากับตอนที่พวกเขาและเธอเคยรับบทนำ ประมาณ 40,000-50,000 บาทต่อตอนเพราะถ้าน้อยกว่านี้ส่วนใหญ่จะไม่รับ ด้วยคิดว่ากลับไปเล่นบทตัวนำยังดีกว่า

แถมถ้ารับเชิญแค่ไม่กี่ตอนจากค่าตัว "30,000" อาจกลายเป็น "35,000" ได้ เพราะถือว่าแสดงน้อย ได้ออกหน้าจอไม่เยอะ มิหนำซ้ำอีกข้อดีของการรับบทตัวรอง คือ พอมีเวลาว่างให้พักเหนื่อยบ้างอย่าง เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ที่ช่วงหลังหันมารับบทร้ายเช่นใน "มนต์จันทรา" ไม่ก็บทรองเป็นพี่เลี้ยงนางเอกแบบใน "เรือนริษยา" ที่กำลังถ่ายทำอยู่โดยเธอว่า "เพราะพอไม่ได้เป็นตัวเมนของเรื่อง ไม่ต้องใช้คิวเยอะ มันก็ว่างเหมือนเป็นช่องทางเพิ่มโอกาสนะ ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่แบบเราอยากทำ"อย่างงานพิธีกรทั้งในและนอกช่อง

แน่ละว่าเมื่อทำงานก็ย่อมได้เงิน เพียงแต่ที่เคยได้จากแค่ทางละคร ก็มาได้เงินจากหลายด้านมาขึ้นในเรตราคาที่แตกต่างกันไป ขณะที่ กิก-ดนัย จารุจินดา หรือ "พิพัช" จาก "มนต์จันทรา" ที่สาวๆ กรี๊ด และยังกำลังถ่ายทำบทพี่ชายนางเอกเรื่อง "ในสวนขวัญ" ก็เห็นด้วยว่าข้อดีของการเป็นตัวรองนอกจากมีเวลาว่างจนรับละครได้หลายเรื่อง ยังมีเวลาพัฒนาฝีมือตัวเองอีกต่างหาก "ผมเคยเล่นเวลาเดียวกัน 4 เรื่อง รับเชิญ 2 เรื่อง เล่นหลักอีก 2 เรื่อง""ซึ่งพอบทเราออกไม่กี่ตอน ก็ทำให้มีเวลาได้ทำมันเต็มที่ ศึกษามาอย่างดี"

อีกทั้งการ "รับเชิญ" และเป็นตัวรอง ไม่ได้เล่นบทนำ ยังทำให้การรับบทพลิกเป็นอีกคาแร็กเตอร์ในเรื่องอื่นยิ่งทำได้ง่ายขึ้น เพราะคนดูไม่ติดภาพ "บางทีเล่นบทเด่นเลย แต่เล่นไม่ดี มันก็ไม่มีเสน่ห์ แต่ของเราแค่เป็นฉากเเบบนี้ ผมก็โอเคแล้ว" เช่นเดียวกับ ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ที่แม้พักหลังเริ่มรับบทแม่เช่นใน "ไฟหวน" หากเจ้าตัวกลับมองเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำ "เราได้เน้นในงานที่ตัวเองอยากทำมากกว่า แล้วถ้าเรื่องนั้นเป็นบทดี เป็นคุณยายเราก็เล่น ให้ย้อมผมขาว ทำหน้าแก่ เราก็เล่น" เพราะขอเเค่เป็นตัวดำเนินเรื่อง มีบทสำคัญในนั้นก็พอแล้ว

ถึงค่าตัวอาจไม่มากเท่ากับบทนางเอก แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพงานแล้วไม่มีปัญหา ที่สำคัญ "เรามีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้่นได้กลับบ้านทำหน้าที่ภรรยาที่ดี มันก็คุ้ม" ส่วน เกรียงไกร อุณหะนันทน์ เล่าว่า "บางครั้งก็เหนื่อย" ก็แน่ละ เพราะเขาน่ะแทบจะผูกขาดพ่อของพระเอก นางเอก ในละครช่อง 3 แทบทุกเรื่องด้วยเหตุนี้บางคราวจึงต้องเข้ากล้องถ่ายทำถึง 8 เรื่องรวด เรียกว่าต้องวิ่งรอกระหว่างกองกันตลอดทั้งวัน จะว่าไปภาวะขาดแคลนดาราสนับสนุนนั้นก็ถือเป็นโอกาสทองของดาราสนับสนุนอย่างเกรียงไกร ดังนั้นพอละครติดต่อมาส่วนใหญ่เขาจึงมักจะรับไว้

หากกระนั้น "สิ่งเดียวที่เราไม่ทำ คือการเดินผ่านฉาก เพราะทำอะไรทั้งทีเราก็อยากมีค่า ไม่ต้องออกทั้งเรื่อง แค่ฉากเดียวก็ได้ แต่ฉากนั้นต้องมีความสำคัญ" ด้วยถึงไม่โดดเด่นเท่าตัวนำ แต่ "ตัวรอง" ก็มีคุณค่าเช่นกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล