พลิกสูตรโตสไตล์ GTH ใส่ไอเดียผ่าทางตันหนังไทย

กลายเป็นปีทองของค่ายหนังอารมณ์ดี "จีทีเอช" ที่แม้ปีนี้มีภาพยนตร์เข้าฉายเพียงเรื่องเดียว อย่าง "พี่มาก...พระโขนง" แต่ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทแบบถล่มทลายทะลุ 1,100 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี 600 ล้านบาท ถือว่าความสำเร็จครั้งนี้ไม่ธรรมดาในภาวะที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปีนี้ที่แทบไม่มีอัตราการเติบโต โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท
"วิสูตร พูลวรลักษณ์" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับจำกัด หรือจีทีเอช กล่าวว่า ความสำเร็จของจีทีเอชมาจาก "คุณภาพของหนังที่ดี จับรสนิยมผู้ชมได้" พร้อมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง ที่ผ่านมาตลาดหนังสยองขวัญค่อนข้างเดินมาถึงทางตัน เรียกว่าไม่รู้ทำอย่างไรให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น ดังนั้นจึงได้เริ่มทดลองหนังดราม่าเข้ามาผสมผสานกับหนังสยองขวัญ จนเกิดเป็น "ลัดดาแลนด์" ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม ทำให้หนังแนวนี้ฟื้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง
จนมาถึงเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ที่หยิบเอาเรื่องเก่ามาเล่าในมุมมองใหม่ ถือว่าประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย เกินเป้าหมายที่วางไว้
ถือเป็นการคิดค้น "สูตรใหม่" ในการทำหนังไทยให้โดนใจตลาด หรือผู้บริโภค
"วิสูตร" แจงว่า ปีหน้า จีทีเอช เดินหน้าผลิตหนังไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมไว้3 เรื่อง ทั้งโรแมนติก คอเมดี้ ในชื่อ "คิดถึงวิทยา" หนังสยองขวัญที่ได้พัฒนามาจาก "ลัดดาแลนด์" ภายใต้ชื่อ "The Swimmer" ตามด้วย หนังตลก ซึ่งอยู่ระหว่างเขียนบทอีก 1 เรื่อง
นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็กต์หนัง "คนกอง" ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่คิดไว้นานแล้ว โดยทางค่ายหนังของโจวซิงฉือ ก็ให้ความสนใจและเตรียมพัฒนาเป็นหนังฟอร์มใหญ่ แต่ปัจจุบันยังไม่สมบูรณ์
เขายังกล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมหนังไทยปีนี้ว่า จะมีมูลค่าใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนหนังไทย 30-32% ถือว่าไม่เป็นไปตาม
เป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าหนังไทยจะเติบโตประมาณ 10-20% มาจากการเลื่อนฉายหนังฟอร์มยักษ์ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5" ออกไปเป็นปีหน้า ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของปีนี้
"สถิติในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา หนังไทยครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30% ของมูลค่าตลาดรวม การจะขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาด 50% ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก หากดูตัวอย่างจากประเทศที่มีส่วนแบ่งของหนังโลคอลเทียบเท่าหนังต่างประเทศอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น จะต้องมี 2 ปัจจัย คือ หนังต้องมีคุณภาพและเป็นประเทศที่มีความเป็นชาตินิยมสูง"
หัวเรือใหญ่จีทีเอชบอกว่า วิธีที่จะทำให้หนังไทยเติบโตไปได้ทั้งอุตสาหกรรม คือ เนื้อหา วิธีคิด คุณภาพ ภาพลักษณ์ รวมถึง "การลงทุน" ที่ต้องเต็มที่ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเติบโตของ
ตลาดหนังไทยปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ สภาพเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลงตั้งแต่ไตรมาส 2 บวกกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบ
ต่ออารมณ์การชมหนังของผู้บริโภค อีกทั้งมีผู้ชมบางกลุ่มหันไปชมหนังต่างประเทศมากกว่า เนื่องจากราคาบัตรชมภาพยนตร์ที่ใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตามเขามองว่า ทิศทางอุตสาหกรรมหนังในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกับปีนี้ ทั้งในแง่ของมูลค่าและจำนวนหนังที่เข้าฉาย นั่นหมายถึงอาจจะไม่มีการเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปี 2557 จะมีมหกรรมกีฬา "ฟุตบอลโลก" ที่ทำให้ค่ายหนังต่างประเทศเลือกที่จะไม่วางโปรแกรมชน
สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ภาพยนตร์ ปีหน้าคาดว่าจะใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท ในการผลิตหนัง 3 เรื่อง 2.โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เช่น วีซีดี ดีวีดี และออนไลน์ 3.เคเบิลทีวี ในส่วนการผลิตคอนเทนต์ให้แก่ช่อง "จีทีเอชออนแอร์" ที่เปลี่ยนชื่อจาก "เพลย์ ชาแนล" และ 4.ฟรีทีวี โดยรายได้หลักมาจากภาพยนตร์ ตามด้วยโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เคเบิลทีวี และฟรีทีวี
"ปีนี้ทางจีทีเอชคาดว่าจะปิดรายได้ที่ 1,100 ล้านบาท จากปีก่อนทำไว้ 600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงมาก เนื่องจากปีนี้ภาพยนตร์เรื่อง พี่มาก...พระโขนง ทำเงินสูงถึง 600 ล้านบาท ส่วนปีหน้ายังไม่สามารถประเมินตัวเลขได้"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)