ต้น เดิมพัน อยู่วิทยา นักบริหารการเงิน ทายาทกระทิงแดง

ต้น เดิมพัน อยู่วิทยา นักบริหารการเงิน ทายาทกระทิงแดง
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ทำความรู้จัก ต้น "เดิมพัน อยู่วิทยา" กรรมการผู้จัดการ บริษัทแพลตตินั่ม คอนซัลติ้ง ที่รับบริหารการวางแผนการเงินให้กับ คนดังหลายคน ต้นเรียนจบด้านการการเงินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหลักสูตร RFC ( Register Financail Concult ) ซึ่งเป็น 1 ในหลักสูตรที่ปรึกษาการเงินที่ดีที่สุดในโลกและได้ไปศึกษาต่อด้านที่ปรึกษาการเงินจากอเมริกา และเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่พักสุดหรูบนอ่าวพร้าว เกาะเสม็ดอย่างLIMA COCO และ LIMA BELLA RESORT

ต้น เดิมพัน เคยให้สัมภาษณ์กับ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เกี่ยวกับวิธีในการลงทุนของเขาว่า 

แผนการเงินของเดิมพัน เริ่มจากการวางแผนการลงทุนที่เน้นความหลากหลาย นอกจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เขายังลงทุนในกองทุนที่ช่วยประหยัดภาษีทั้งแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ และพวกกองทุนมันนี่ มาร์เก็ตที่มีไว้พักเงิน นอกจากนี้ก็มีกระจายไปลงทุนในทองคำบ้างแต่ไม่เยอะ เหนืออื่นใดทุกคนต้องมีบ้านหลังแรก หากใครยังไม่มีเขาแนะนำให้ลงทุนซื้อคอนโดมิเนียม เพราะสภาพคล่องดีกว่า

"เงินส่วนใหญ่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ผมลงทุนครั้งแรกในคอนโดมิเนียมตอนอายุ 23 ซื้อของโครงการบางกอกการ์เด้นท์ ซื้อมา 3 ล้านแต่ขายไป 4.2 ล้านในระยะเวลา 4 ปี คำถามคือแล้วเราขายทำไม ขายเพราะเราคิดว่าได้กำไร จากนั้นเอาเงินไปเก็บแบงก์ ก็ไปซื้อรถ เที่ยว ซื้อนาฬิกา ซึ่งถ้าเก็บไว้ วันนี้ประมาณเกือบ 7 ล้าน เรารู้แล้วว่าพลาดและไม่สามารถกลับไปซื้อได้แล้ว แต่อสังหาริมทรัพย์ไม่มีคำว่าสายเกินไป ตอนหลังผมก็ลงทุนใหม่ ซื้อแถวสาทร แล้วก็ตั้งกฏว่าต่อไปนี้ห้ามขายอสังหาริมทรัพย์ เอาเข้าจริงๆแล้วผมเป็นคนถูกโฉลกกับอสังหาริมทรัพย์ นอกจากพวกคอนโดฯก็ลงทุนทำรีสอร์ทที่เสม็ดคือ Lima Coco ที่ทำกับเพื่อนๆ และน้องชาย"

ขณะที่การวางแผนใช้จ่ายเดิมพันก็จัดสรรไว้อย่างลงตัว เดิมพันแบ่งบัญชีเอาไว้ชัดเจนและจับต้องได้ ก้อนแรกเป็นเงินที่เตรียมไว้ใช้จ่ายรายเดือนๆ ละ 4 หมื่น จะใช้วิธีถอนเป็นเงินสดมาเตรียมไว้เลย ไม่ใช่จะใช้เมื่อไหร่ค่อยไปกดที่ตู้เอทีเอ็ม

"เคยใช้วิธีใช้เท่าไหร่แล้วไปกดเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็ม ผมว่าไม่เวิร์ค สมมติในบัญชีมี 2 แสน กดทีละหมื่น กดยังไงก็ไม่หมด ผมแนะนำลูกค้าทุกคนให้ทำแบบนี้ มันเหมือนเล่มเกม เพราะเราจะคิดว่าทำยังไงให้มีเงินเหลือ ผมเล่นมา 6 เดือน ปรากฏว่ามีเงินเหลือทุกเดือน ผมว่าคนเราทำได้ทุกอย่าง เพียงแต่ไม่วางแผนที่จะทำ"

ก้อนที่ 2 เป็นเงินที่ผมเตรียมไว้สำหรับเรื่องฉุกเฉินของชีวิต 6-12 เท่าของค่าใช้จ่าย ก้อน 3 เป็นเงินที่เตรียมไว้สำหรับลงทุน

"ปกติลงทุนได้เยอะสูงสุดก็เอา 100-อายุ เช่นกรณีของผม 100-34 ลงทุนได้เสี่ยงสุด 66% ของเงินที่หักจากค่าใช้จ่ายแล้ว แต่ผมก็ไม่ทำแบบนั้น ผมไม่ชอบอะไรที่เสี่ยงเกินไป และเวลาแนะนำลูกค้าผมก็มักจะบอกว่า 10-20% เสี่ยงก็พอแล้ว และข้อสำคัยคือต้องมีเงินก้อนสำหรับลงทุน ถ้ายังไม่มี ก็เริ่มเก็บทีละเดือน ตามกำลังที่คุณมี เอาให้มีวินัยก่อน สมการการเก็บออมของคนทุกวันนี้คือ รายรับ-รายจ่ายเท่ากับเงินออม แต่ผมว่าไม่ใช่ ผมบอกว่า รายรับ-เงินออมเท่ากับรายจ่าย มันแมทช์กับฟงค์ชันการใช้ชีวิตของผม"

ก้อนสุดท้ายคือเงินที่เดิมพันเตรียมไว้สำหรับการทำประกัน เขาบอกว่าคนไทยชอบทำประกันแล้วขาดส่ง ซึ่งอันตรายมาก เพราะตามสถติคนจะเป็นโรคร้ายแรงตอนประกันขาดไปแล้ว

"ไม่ว่าคุณจะเกลียดประกันหรืออะไรก็ตาม แต่คุณต้องเชื่อว่าความเจ็บป่วยมันมาหาเราทุกคนแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ชีวิตแต่ละคนต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 ครั้งแน่นอน ถ้าไม่บาดเจ็บก็ไม่สบายอะไรซักอย่าง ฉะนั้น จะต้องมีคนรับความเสี่ยงแทนคุณ ก็ลองคิดดูว่าเราจะโอนความเสี่ยงไปที่ประกันหรือจะรับเอง เช่นการซื้อประกัน ไม่ได้ซื้อแค่ประกันชีวิตหรือสุขภาพ แต่ต้องมีประกันที่คุมครองโรคร้ายด้วย"

เดิมพันเล่าว่า เมื่อก่อนเขาเป็นพวกไม่ค่อยวางแผนการเงินและการใช้จ่าย เป็นคนที่ซื้อเสื้อผ้าเยอะมาก นาฬิกา ของตกแต่ง มีเสื้อผ้าเยอะไปหมด เรียกว่าซื้อใหม่จนใส่ไม่ทัน

"ซื้อจนบางทีถามตัวเองว่าอันนี้ซื้อมาทำไม ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็มีเยอะ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มวางแผนการชอปปิ้งมากขึ้น ผมต้องไปประชุมที่อเมริกาทุกปี เวลาไปทีหนึ่งก็จะซื้อเสื้อผ้ามาเยอะ แต่เอาออกมาใช้ทีละ 3 เดือน เราก้เหมือนมีเสื้อผ้าใหม่ตลอดเวลา แต่เน้นซื้อแบบที่ใช้ได้ตลอด ไม่เอาท์ ทยอยใช้ ครบปียังใช้ไม่หมดเลย ที่ทำแบบนี้เพราะเมืองนอกเวลาลดราคาเขาลด 60% แต่ก็พยายามลิมิตตัวเอง บางทีก็เสียดายเงิน แต่ผมเป็นมนุษย์คนหนึ่ง งานผมขายภาพลักษณ์ และคนเราไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน"

ใช่ว่าเป็นนักวางแผนการเงินมือฉมังแล้วจะไม่เคยผิดพลาดเรื่องการเงินเสียเมื่อไหร่ เดิมพันเล่าว่าเขาเองก็เคยมีความผิดพลาดเรื่องการเงินเหมือนกัน มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาใช้บัตรเครดิตรูดเยอะมากเพราะเป็นช่วงตกแต่งคอนโดมิเนียมเป็นเงินหลายล้านบาท รูดไปรูดมาจนจนช็อต หนี้พอกพูนขึ้น เมื่อรู้ตัว เขาจึงลดรายจ่ายรายเดือนให้เหลือเดือนละ 1-2 หมื่น ลดการกินการใช้ทั้งหมด และสะสางหนี้ให้หมดภายใน 2 เดือน

เดิมพันบอกว่าตอนนี้เขาอาจจะยังไม่รวย แต่เชื่อว่าด้วยวิธีการจัดการเงินทองแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้มั่นใจว่าตอนแก่เขาเกษียณอย่างร่ำรวยและมีอิสรภาพทางการเงินอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็คงมีเงินเหลือแบ่งปันให้สังคมและทำบุญได้อย่างเต็มที่

แต่เขาออกตัวว่า ทุกวันนี้ยังไม่ถึงเส้นชัยทางการเงิน แค่อยู่ในจุดออกสตาร์ทเท่านั้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!