เปิดคลีนิครักษาผิว "หมอโอ๊ค สมิธ" ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ

เปิดคลีนิครักษาผิว "หมอโอ๊ค สมิธ" ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

นอกจากจะหล่อแล้ว หมอโอ๊ค สมิธ อารยะสกุล ยังเก่งทั้งเรื่องเรียน และเรื่องงาน นอกจากจะรู้จักหมอโอ๊คในฐานะนักร้อง และคุณหมอแล้ว หมอโอ๊ค ยังเป็นเจ้าของคลินิก"สยาม เดอร์มาติกส์ คลินิก" ที่เปิดให้บริการถึง 2 สาขาในปัจจุบัน 

หมอโอ๊ค สมิธ เล่าว่าเขาจบจากคณะแพทย์ศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังเรียนจบ ได้ทุนและเรียนต่อทางด้านผิวหนัง ระหว่างที่เรียนมีโอกาสเข้ามาทำงาน Part-Time ที่คลินิก"สยาม เดอร์มาติกส์" ซึ่งทางคลินิกเห็นว่ามีความรับผิดชอบ และได้ทำเป็น Full-Time ในที่สุดก็ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของ สยาม เดอร์มาติกส์ คลินิก 

สยาม เดอร์มาติกส์ คลินิก เป็นคลินิกที่ให้บริการด้านการตรวจรักษาโรคผิวหนัง ผิวหน้า ผิวกาย บริการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังและบริการด้านเวชภัณฑ์และเวชสำอาง ซึ่งหน้าที่หลักของหมอโอ๊คคือ เป็นแพทย์ประจำคลินิก สลับเวรอยู่ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ให้ทางคลินิก ดูแลเรื่องอาร์ตเวิร์คต่าง ๆ ให้ทั้งสองสาขา "เรายึดหลักว่าทุกอย่างที่เป็นการรักษาของสยาม เดอร์มาติกส์ คลินิก ต้องถูกหลัก สะอาด ปลอดภัยและได้ผล ไม่เน้นการใช้ยารับประทาน เพราะการรักษาด้วยยาบางตัวจะมาพร้อมผลข้างเคียง ซึ่งเราระวังตรงนี้เป็นพิเศษ" 

"อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไข้ติดใจและเข้ามาใช้บริการ น่าจะเป็นเรื่องของความเป็นกันเองเป็นเหมือนครอบครัว แม้ว่าบรรยากาศอาจไม่ได้หรูหรานัก แต่เราก็เน้นที่ความสะอาด ตรงไปตรงมา ส่วนสาขาที่สยาม จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไป"

"สำหรับผม เรื่องของการแบ่งเวลาระหว่างการทำงานด้านบันเทิงและดูแลธุรกิจไม่ได้ยุ่งยากอะไร ผมยึดเรื่องของความซื่อสัตย์เป็นหลัก คือเวลาของทุกคนมีเท่ากัน 24 ชั่วโมง ที่นี้เราก็ต้องมีการจัดการ เราต้องรู้จักแบ่งเวลา ซึ่งของผมจะแบ่งเป็นรายชั่วโมง ไม่ได้แบ่งเป็นวัน เราก็จะรู้ตัวว่าช่วงเวลานี้ทำอะไร ช่วงไหนว่าง ซึ่งก่อนที่เราจะจัดการได้เราก็ต้องเปิดเผยก่อนว่าเราทำงานตรงนี้ช่วงนี้รับอะไร ซึ่งที่แกรมมี่ก็เข้าใจก็ช่วย ๆ กันจัดการ จึงไม่ได้รู้สึกว่าเวลาบีบหรือเวลาไม่มีเลย เพียงแต่ว่าเราแบ่งเวลามาดูแลคลินิกมากขึ้น ซึ่งถ้าเรามีการจัดการที่ดีก็ไม่มีปัญหาอะไร"

"ผมว่าเรื่องของการจัดการสำคัญ ถ้าคนที่ช่วยเราจัดการเป็นคนที่มีประสิทธิภาพก็ช่วยเราได้เยอะ ซึ่งผมรู้สึกว่าผมโชคดีที่ไม่เคยเจอปัญหา ทุกวันนี้เห็นว่างานเยอะแยะผมเองก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย เพราะงานที่ผมทำเป็นสิ่งที่ผมชอบจึงมีความสุขและสนุกทุกครั้งที่ได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านบันเทิงหรืองานในคลินิก"

ปัญหาที่แตกต่างจากการจับไมค์ร้องเพลง "งานคลินิกเป็นงานบริการ เป็นงานละเอียดอ่อน บางอย่างเราคิดง่ายไป มองข้ามบางสิ่งไปก็เจอปัญหาได้ อีกอย่างผมเป็นคนของประชาชน เป็นศิลปินดารามันก็เป็นเหมือนดาบสองคม จุดหนึ่งคือมีคนรู้จักง่าย รู้จักเยอะ แต่อีกมุมหนึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะคิดว่าเราตั้งใจหรือเปล่า ฉาบฉวยเอาชื่อเสียงมาขาย ซึ่งเราก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่ามันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ซึ่งเราก็ต้องผ่านด่านอรหันต์ ด้านยากตรงนั้นมาให้ได้ ส่วนหนึ่งที่ช่วยเราได้คือเวลา มันต้องใช้เวลา เราทำแบบตรงไปตรงมา ต้องให้เขามาสัมผัสเอง แต่ถ้าใครจะมองหรือคิดอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องปรกติของคน ผมว่าดีเสียอีกมันเหมือนเป็นแรงผลักดันให้เรายิ่งต้องขวนขวาย ยิ่งต้องพยายามทำให้ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก"

"การทำงานของผมเริ่มต้นจากการเป็นแพทย์แล้วค่อยมาทำงานทางด้านบันเทิง ซึ่งมันเกื้อกูลกัน ด้านการแพทย์ก็เหมือนกับเราเข้าใจมนุษย์ มันมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา เราก็เข้าใจ เราจึงทำงานแบบเข้าใจมันก็ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ส่วนงานบันเทิงก็ช่วยทำให้โลกทัศน์ของเรากว้างขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่าชีวิตมันหลากหลาย มันเข้มข้นขึ้น อะไรที่ไม่เคยเจอก็ได้เจอ ผมจะยึดความจริงที่ว่าเราทำในสิ่งที่เรารู้ อะไรที่รู้ครึ่งเดียวก็ไม่ทำ อะไรที่เรารู้สึกว่าเราเข้าใจมันและเรามีจุดมุ่งหมายกับมัน มีเป้าหมายที่เป็นเรื่องเป็นราวทำแล้วไม่มีเสียใจแน่นอนครับ"

สำหรับใครที่สนใจดูแลสุขภาพและผิวพรรณก็สามารถแวะมาเยี่ยมเยียนกันได้ที่ Siam Dermatik's Clinic ทั้ง 2 สาขา หรือเข้าไปอัพเดทข้อมูลและข่าวสารความงานกันได้ที่ www.siamdermatiks.com

 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mrthaijob.com/ 

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/OakSmithClub

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ หมอโอ๊ค