ดึง "ใบเตย" ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ เสริมเขี้ยวดันยอด "เพรียว" กระฉูด!!

ดึง "ใบเตย" ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ เสริมเขี้ยวดันยอด "เพรียว" กระฉูด!!
Siamturakij

สนับสนุนเนื้อหา

ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาตลาดควบคุมน้ำหนัก มูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท เติบโตแบบไม่หวือหวามากนัก ไม่เหมือน กับช่วงแรกๆ ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จนทำให้หลายแบรนด์อดใจ ไม่ไหวต้องกระโดดลงมาในสมรภูมิดังกล่าว...

นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัล ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตกาแฟควบคุมน้ำหนัก "เพรียว คอฟฟี่" เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ที่ตลาดกาแฟควบคุมน้ำหนักเติบโตไม่มาก ส่วน หนึ่งน่าจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีสินค้าใหม่ หรือแคมเปญใหญ่ออกมาขับเคลื่อนตลาด ทำให้ตัวเลขของตลาดกาแฟควบ คุมน้ำหนักปีที่แล้วอยู่ที่ 2,100 ล้านบาท เท่านั้น โดยช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาตลาดมีมูลค่า 1,165 ล้านบาท ขณะที่เพรียว คอฟฟี่เติบโตกว่า 50%

ปัจจุบัน "เพรียว คอฟฟี่" ครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 15% เป็นอันดับ 2 ของ ตลาดกาแฟควบคุมน้ำหนัก ขณะที่เนเจอร์กิฟต์มีส่วนแบ่ง 21%

สำหรับเพรียว คอฟฟี่ ถือเป็นสินค้าตัวที่ 3 ของบริษัทที่ทำตลาดในประเทศอย่างจริงจัง ส่วนอีก 2 ตัวจะเป็นบิวติ ดริงก์ กับฟอร์ วันเดย์ ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นผู้หญิง คิดเป็นสัดส่วน 90% โดยเพรียว คอฟฟี่ จะทำตลาดภายใต้แนวคิด "หอม ผอม อร่อย หวานกลมกล่อม แบบไม่มีน้ำตาล" และจะมีให้เลือกทั้งแบบผงและกระป๋อง ซึ่งจะมีให้เลือก 4 สูตรด้วยกัน คือ 1.สูตรโครเมี่ยม 2.สูตรถั่วขาว 3.สูตรแอลกลูต้าไธโอน 4.สูตรพลัส แต่สำหรับแบบกระป๋องจะมีจำหน่ายเพียงสูตรโครเมี่ยมเท่านั้น

ทั้งนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น จึงได้เปิดตัว "เพรียว คอฟฟี่" แบบกระป๋องเข้าสู่ตลาดด้วย โดยให้บริษัท เดอเบล จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่าย และกระจายสินค้าให้ครอบคลุม โดยตัวกระป๋องจะเข้ามาเสริมให้เพรียว คอฟฟี่มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลักๆ จะยังโฟกัสกาแฟควบคุมน้ำหนักชนิดผง

"เริ่มวางจำหน่ายแบบกระป๋อง มา ได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว จึงได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่เลือกแบบกระป๋อง มาเสริมทัพ เนื่องจากกาแฟควบคุมน้ำหนักส่วนใหญ่จะเป็นชนิดผง มีแบบกระป๋องเพียงเจ้าเดียวเท่านั้นที่ทำตลาด คือ วีสลิม เราจึงมองเห็นโอกาสตรงนั้น จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวลงสู่ตลาด"

นอกจากนี้ ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ บริโภคกาแฟควบคุมน้ำหนัก จากเดิมจะต้องดื่มแบบร้อนเท่านั้น ก็เปลี่ยนมาสู่การดื่มกาแฟควบคุมน้ำหนักแบบเย็นบ้าง แต่ทั้งนี้ ยังคงจับกลุ่มเป้าหมายเดิม นั่นคือ ผู้หญิง เพียงแต่ต้องการขยายฐานให้กว้างขึ้น

ดังนั้น จึงได้นำ "ใบเตย อาร์สยาม" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ "เพรียว คอฟฟี่" หลังจากที่ ก่อนหน้านี้ทำตลาดเพรียว คอฟฟี่มากว่า 3 ปีเพื่อให้ภาพลักษณ์ของกาแฟกระป๋องดูซอฟต์ลงและสื่อว่าผู้หญิงก็ดื่มกาแฟกระป๋องได้ ไม่ใช่มีแต่ผู้ชายที่ดื่มได้เท่านั้น

"จึงได้ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ทำ ตลาดแบบ 360 องศา ทั้งอะเบิฟ เดอะ ไลน์ และบีโลว์ เดอะ ไลน์ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในช่องทางเทรดดิชันนัลเทรดมากยิ่งขึ้นเพื่อเน้นสร้างการจดจำแบรนด์ และจุดขายของสินค้าผ่านพรีเซ็นเตอร์ ตลอดจนเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าให้ครอบคลุม มากกว่าเดิม"

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดขายของเพรียว คอฟฟี่ภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 500 ล้านบาท แต่หลักๆ ยังมาจากชนิดผงอยู่ คิดเป็นสัดส่วน 90% แบบกระป๋อง 10% ขณะที่ยอดขายโดยรวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะปิดได้เกิน 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่สร้างยอดขายได้ 1,800 ล้านบาท

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!