"ยูนิลีเวอร์"บุกธุรกิจขายตรงเอเชีย โละชื่อ"อาวียองซ์"เดินเครื่องสร้างเครือข่ายตปท.

"ยูนิลีเวอร์"บุกธุรกิจขายตรงเอเชีย โละชื่อ"อาวียองซ์"เดินเครื่องสร้างเครือข่ายตปท.
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ยูนิลีเวอร์ลุยธุรกิจขายตรงในเอเชียเต็มสูบ เปลี่ยนชื่อเครือข่ายเป็นยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เสริมแกร่งด้านสินค้า สร้างการยอมรับ และเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนต่างประเทศ พร้อมขยายไลน์สินค้า ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทน ตั้งเป้ารายได้โต 2 เท่า

นายบาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยและอินโดจีน กล่าวว่า ธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์อยู่ในตลาดมา 13 ปี และมีการเติบโตตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แต่เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้ง่าย

และสามารถเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในตลาดต่างประเทศ จึงได้เปลี่ยนชื่อธุรกิจเครือข่ายเป็น "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" จากปัจจุบันมีการขยายเครือข่ายในมาเลเซีย กัมพูชา และไทย โดยจะนำร่องในไทย ตั้งแต่ 1 กันยายนที่ผ่านมา และจะทยอยเปลี่ยนในมาเลเซีย กัมพูชาในเดือนตุลาคมนี้

การเปลี่ยนชื่อดังกล่าว เพื่อ 1.รองรับแผนการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ซึ่งอาวียองซ์ได้เพิ่มสินค้ากลุ่มอื่น ๆ มากขึ้น จากที่เข้าสู่ตลาดด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อความงามระดับพรีเมี่ยมบำรุงผิวและเส้นผม 2.มองศักยภาพของยูนิลีเวอร์ที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 100 ปี

และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในแง่ของสินค้า ซึ่งจะส่งเสริมให้ธุรกิจเครือข่ายเติบโตยิ่งขึ้น 3.รองรับการขยายตลาดและการเติบโตในต่างประเทศ เนื่องจากยูนิลีเวอร์มีการขยายสาขาทั่วโลก ทำให้การขยายธุรกิจเครือข่ายเข้าไปทำได้ง่าย และมองว่าเป็นบริษัทเดียวกัน

"ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจขายตรง รวมทั้งในแง่ของการติดต่อองค์กรภาครัฐทำได้ง่าย ผู้ร่วมธุรกิจมีความภาคภูมิใจ การเข้าไปลงทุนในต่างประเทศบางแห่งจะต้องเข้าไปลงทุนสร้างโรงงาน แต่ยูนิลีเวอร์มีโรงงานทั่วโลก ดังนั้น การเปลี่ยนชื่อ แค่ไปตั้งแผนกใหม่"

โดยแผนปี 2557 จะโฟกัสกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขาย 15% อีก 2-3 ปี ต้องการเพิ่มเป็น 30-40%

นางสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สามารถเติบโต 2 เท่า ภายในปี 2555-2563 สอดคล้องกับนโยบายของยูนิลีเวอร์ได้วางไว้ จึงต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัทใช้งบฯลงทุนวิจัย 1,000 ล้านยูโรต่อปี และศักยภาพด้านการจ่ายผลตอบแทน ภายใต้แผน i12 (ไอทเวลฟ์) ซึ่งมีจุดแข็งก็คือสมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก และตั้งแต่กรกฎาคมได้ปรับแผนการจ่ายเงินรางวัลหรือโบนัสเพิ่มอีก 4-5% เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจ

นอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ เพื่อดูแลการขยายตลาด และทำตลาดต่างประเทศ โดยแนวทางการตัดสินใจเข้าไปลงทุนก็คือเป็นประเทศที่มีธุรกิจยูนิลีเวอร์เข้าไปตั้งอยู่ก่อนแล้ว ขนาดของประชากรและตลาดคู่แข่ง และกฎหมายแต่ละประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาอยู่หลายประเทศ

ส่วนที่อินเดียมีแผนจะเปลี่ยนเป็นยูนีลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากนำสินค้าแบรนด์อาวียองซ์เข้าไปจำหน่าย เพื่อปรับโพซิชันนิ่ง สินค้าจับตลาดพรีเมี่ยม และนำแผนการจ่ายผลตอบแทนเข้าไป เป็นต้น

"แผนในประเทศจะเน้นดิจิทัลมากขึ้น ล่าสุดได้ทำเพอร์ซันนอลเว็บไซต์ให้นักธุรกิจแต่ละคนสามารถมีเว็บเพจของตัวเองและลิงก์มาที่บริษัท เสมือนมีหน้าร้านออนไลน์รองรับการเติบโตในอนาคตและคนรุ่นใหม่"