“ชานมไข่มุก” ฟีเวอร์ ธุรกิจทำเงินไม่มีดับ

“ชานมไข่มุก” ฟีเวอร์ ธุรกิจทำเงินไม่มีดับ
SME Report

สนับสนุนเนื้อหา

หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชานมไข่มุกเข้ามาทำตลาดบ้านเรา กลายเป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ด้วยรสชาติของชาที่หอมหวานผสมกับเม็ดไข่มุกที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้า มีหลอดใหญ่พิเศษไว้สำหรับดูดเม็ดไข่มุกขึ้นมากเคี้ยวเล่น ซึ่งนอกจากชานมไข่มุกจะช่วยดับกระหายแล้วยังทำให้อิ่มท้องด้วย ชายังมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายประการ จนทำให้เกิดกระแสชาไข่มุกฟีเวอร์ ทำให้ธุรกิจชานมไข่มุกผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ทว่าในช่วงหลัง 3-4 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่ากระแสของชานมไข่มุกจะเงียบหายไปในตลาดแต่ในความเป็นจริงแล้วการบริโภคชานมไข่มุกยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงแต่มีผู้ประกอบการธุรกิจทางด้านนี้มากกว่าความต้องการดื่มของผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจชานมไข่มุกที่เคยผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดต้องล้มหายไปเป็นจำนวนมาก เหลืออยู่เพียงแค่เจ้าใหญ่ๆ ที่มีทุนพอที่จะทำการแข่งขันในตลาดนี้ต่อไป

ล่าสุดกลับมีกระแสชานมไข่มุกเกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด เฟสบุ๊คหรือบล็อกเกอร์ ล้วนแต่ได้พูดถึงเรื่องของชานมไข่มุก จนกลายเป็นกระแสอินเทรนด์ของวัยรุ่นในขณะนี้ อย่างในเฟสบุ๊คมีกลุ่ม สมาคมคนรักชานมไข่มุก [ Bubble Milk Tea's FC ] ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับคนรักชานมไข่มุกได้แชร์ความรู้สึกที่ได้ลิ้มลองรสชาติชานมไข่มุกพรีเมี่ยมของแบรนด์ต่างๆ รวมถึงแนะนำร้านชานมไข่มุกที่น่าสนใจ และแชร์ภาพของชานมไข่มุกของแต่ละแบรนด์

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลรายงานจากธนาคารกสิกรไทย พบว่าในอนาคตกระแสความนิยมในการเลือกดื่มชาในกลุ่มผู้บริโภคจะเพิ่มมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่รับรู้ถึงคุณประโยชน์ต่อร่างกายในการดื่มชา ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ตรงกับกระแสความต้องการบริโภคเพื่อสุขภาพที่มีมากขึ้นในสังคม โดยยอดขายชานมไข่มุกโดยเฉลี่ย สำหรับร้านสาขาที่มีทำเลตั้งอยู่บริเวณแหล่งชุมชน อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้า สามารถขายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 200-300 แก้ว หรือสร้างรายได้ประมาณ 1.5-2 แสนบาท/เดือน นั่นหมายถึงความนิยมจะกลับมาอีกครั้ง

ดังนั้นเชื่อว่าการแข่งขันธุรกิจชานมไข่มุกจะกลับมาอีกครั้งและทวีความรุนแรงขึ้น งานนี้เจ้าของธุรกิจต่างปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะมาถึง ทั้งการทำตลาด สร้างแบรนด์ รวมถึงแพคเกจจิ้ง และรสชาติให้สอดรับกับกระแสที่กำลังจะตามมา

คุณกวีนัส ละอองแก้ว เจ้าของแบรนด์ Cha Cha Cha ให้สัมภาษณ์ว่า ในปัจจุบันตลาดชานมไข่มุกมีการแข่งขันสูงมาก มีชาแบรนด์ใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเฉลี่ย 2 แบรนด์/เดือน ซึ่งแบรนด์ต่างๆเหล่านี้ได้ทำการตลาดของตนทำให้เป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคไปในตัว ด้านการปรับตัวของธุรกิจชานมไข่มุก ผู้ประกอบการจะต่อสู้ในหลายๆ ด้านทั้งรูปลักษณ์และราคา รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างของ Cha Cha Cha เองได้เปิดตัวสินค้าใหม่ คือ "ชานมไข่มุกดอกไม้" เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคนั่นเอง

ด้าน คุณนิติพล พลวัน เจ้าของแบรนด์ Chewing Tea ก็ได้ออกมาให้ความเห็นว่าสาเหตุที่ชานมไข่มุกจะกลับมาอีกครั้ง เพราะคนให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งกระแสนี้จะคงอยู่ได้อีกหลายปี ที่สำคัญชานมไข่มุกยังสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยเป็นตลาดที่กว้างมาก ส่วนการแข่งขันในตลาดจะมีความดุเดือดมากขึ้น ทั้งลูกเล่นที่หลากหลาย และการประชาสัมพันธ์ที่มีช่องทางเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้คุณนิติพล ยังแสดงความเป็นห่วงว่าถ้าหากเกิดการแข่งขันกันมากขึ้นแล้วผู้ประกอบการมาแข่งเรื่องราคาจะทำให้ภาพลักษณ์ของชาลดลงเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

สำหรับรูปแบบการลงทุนมีทั้งแบบแฟรนไชส์ และแบบเปิดร้านเอง ซึ่งข้อดีของแฟรนไชนส์นั้น นักลงทุนสามารถลงเงินได้ภายในครั้งเดียวและได้รับการสอนรวมถึงวัตถุดิบต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้ถึงที่ ผู้ลงทุนไม่ต้องเสียเวลาจัดหาของหรือสูตรการทำ และที่สำคัญมีการทำตลาดในลักษณะของการทำแบรนด์ซึ่งสำคัญมากกับธุรกิจชานมไข่มุกในปัจจุบัน เพียงแต่นักลงทุนจำเป็นต้องมีทำเลที่ดี ส่วนราคามีแตกต่างกันไปแล้วแต่แบรนด์และขนาดของร้าน ตั้งแต่ราคาหลักหมื่นต้นๆเรื่อยไปจนถึง 5 แสนบาท

ส่วนการเปิดร้านเองนั้นอาจเสียเปรียบในลักษณะของการทำแบรนด์แต่สามารถควบคุมเรื่องราคาสินค้าได้เนื่องจากสามารถติดต่อขอซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบได้จากตัวแทนจำหน่าย อาทิ บริษัท หยวนหยางเครื่องจักร จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์การทำชานมไข่มุกจากไต้หวัน อย่างเครื่องซีลฝาแก้ว ถังชา หม้ออุ่นชา หรือจะเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ เอ็ก โค่ กู๊ด ฟู้ด ผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบสำหรับทำชานมไข่มุก เช่น เม็ดไข่มุกและผงชา ฯลฯ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ตามราคาที่เหมาะสม ข้อดีคือการลงทุนจะน้อยกว่าการซื้อแฟรนไชส์ โดยทุนอุปกรณ์เริ่มต้นไม่เกิน 60,000 บาท ไม่รวมค่าก่อสร้างและตกแต่งร้าน ส่วนทุนหมุนเวียน อาทิ แก้วน้ำ วัตถุดิบต่างๆอยู่ที่ 2,000 บาทต่อวัน

สำหรับผลกำไรที่ได้รับต่อ 1 แก้ว ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 17 บาท (ชานมไข่มุกพรีเมี่ยม)หากขายแก้วละ 35-40 บาท กำไรจะอยู่ที่ 18-23 บาท หากมีทำเลที่ดี มีผู้คนพลุกพล่าน ต่อวันอาจขายได้กว่า 200 แก้ว โดยมีกำไรกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตามสำหรับรูปแบบการลงทุนนักลงทุนควรจะเน้นมีทำเลที่ดี ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้จำนวนมาก มีการวางแผนในการบริหารจัดการที่ดี สามารถรักษาคุณภาพและรสชาติของเครื่องดื่มได้ มีการบริการที่สามารถสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มลูกค้ารวมถึงมีการทำรายการส่งเสริมการขายได้ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าคงไม่ใช่เรื่องยากที่ผู้ประกอบการจะสามารถประกอบกิจการธุรกิจชานมไข่มุกให้ประสบความสำเร็จต่อไปในระยะยาว