ออมเงินอย่างไรไม่ให้เสียภาษี

ออมเงินอย่างไรไม่ให้เสียภาษี
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ทีมงาน Sanook! Money ได้นำบทความเกี่ยวกับการออมอย่างไรไม่ให้เสียภาษี จาก k-expert มาฝากกันครับ เป็นบทความดีๆที่ทุกคนควรรู้ และยังสามารถนำไปปฎิบัติตามกันได้ครับ

ปกติแล้วการออมเงินจะได้รับผลตอบแทนในรูปของ ดอกเบี้ยหรือ ลงทุนในหุ้นจะได้รับผลตอบแทนในรูป เงินปันผลซึ่งต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% และ 10% ของ รายได้ที่ได้รับ ตามลำดับ ดังนั้น ภาษี ถือเป็นต้นทุนทางการเงินอย่างหนึ่งที่ทำให้ลดผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนลง อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมให้เพิ่มมากขึ้น มาตรการทางภาษีของภาครัฐ จึงได้กำหนดให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในรูปของการยกเว้นภาษีเงินได้ ดังนั้น วิธีวางแผนภาษีอีกรูปแบบ คือ การออมเงินหรือลงทุนให้เข้าเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ ซึ่งจะทำให้ผู้มีเงินได้ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หากคุณอยากจะออมเงิน แนะนำให้เริ่มจากเงินฝากหรือการลงทุนที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อน หลายๆ คนมักมองข้ามสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ในขณะที่ภาครัฐส่งเสริมการออมและการลงทุน โดยกรมสรรพากรได้มีประกาศเกี่ยวกับการยกเว้นเงินได้ไว้  ดังนี้

               1. ดอกเบี้ยจากเงินฝากออมทรัพย์ จะได้รับยกเว้นในส่วน  20,000 บาทแรกตลอดปีภาษี หากเกิน 20,000 บาท จะต้องนำมารวมเพื่อคำนวณภาษีเงินได้ทั้งจำนวนด้วย ยกตัวอย่างเช่น อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์อยู่ที่ 0.87% ต่อปี ผู้มีเงินได้ไม่ควรฝากเงินไว้เกิน 2,298,850 บาท หากเงินฝากเกินจำนวนดังกล่าว จะทำให้ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (ในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยรับ)

               2. ดอกเบี้ยจากสลากออมสิน, ดอกเบี้ยเงินฝากออมสินของรัฐบาลประเภทฝากเผื่อเรียก, ดอกเบี้ยจากสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์

               3. ดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะเวลาการฝากตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยผู้ฝากจะต้องมีอายุตั้งแต่ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่เมื่อรวมกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทแล้วต้องมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 30,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น กล่าวคือ เป็นเงินฝากเพื่อบรรเทาภาษีให้กับผู้สูงอายุ

               4. ดอกเบี้ยเงินฝากประจำรายเดือน ตั้งแต่ 24 เดือนขึ้นไปนับตั้งแต่วันที่เริ่มฝากเงินเป็นรายเดือน โดยมียอดเงินฝากแต่ละคราวเท่ากัน แต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน และรวมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน  600,000 บาท กล่าวคือ เป็นการส่งเสริมการออมรายเดือน

               5. เงินได้จากการขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (ไม่ รวมถึงกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี) จะได้รับยกเว้นภาษี กล่าวคือ ในฐานะบุคคลธรรมดา การลงทุนในกองทุนรวมจะได้รับยกเว้นภาษี เฉพาะส่วนต่างของราคาขายและราคาซื้อ (กำไรจากส่วนต่าง)

               6. ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป สามารถได้รับยกเว้นเงินได้เพิ่มเติมได้อีก 190,000 บาทตลอดปีภาษี กล่าวคือ เป็นการบรรเทาภาระภาษีให้กับผู้สูงอายุอีกรูปแบบหนึ่ง

             ดังนั้น ผู้มีเงินได้สามารถวางแผนภาษีจากการออมเงินในรูปแบบดังกล่าวได้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มผลตอบแทนจากการออมแล้ว ยังส่งเสริมให้มีวินัยในการออมอีกด้วย

 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!