มติกกพ.ขึ้นค่าเอฟที งวด ก.ย.-ธ.ค. 6-7 สต.ต่อหน่วย

มติกกพ.ขึ้นค่าเอฟที งวด ก.ย.-ธ.ค. 6-7 สต.ต่อหน่วย
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 23 ส.ค. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้รับทราบมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ (ก.ย.-ธ.ค.56) จำนวน 6-7 สตางค์ต่อหน่วย

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า แม้เคยพูดว่าค่าเอฟทีงวดใหม่นี้จะไม่ปรับขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ในขณะนี้เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไป เพราะต้นทุนค่าเอฟทีงวดใหม่โดยรวมความจริงปรับเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 14 สตางค์ต่อหน่วย

ดังนั้น หากค่าไฟฟ้าไม่ปรับเพิ่มขึ้นบ้างต้นทุนเหล่านี้จะไปรวมในปี 2557 ขณะที่ทิศทางภาวะต้นทุนปี 2557 จะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นภาระของประชาชนเพิ่มขึ้นในปีหน้า

จึงหารือและเห็นว่าควรปรับเพิ่มในอัตรา 6-7 สตางค์ต่อหน่วยและที่เหลืออีกประมาณ 6-7 สตางค์ได้มีการเกลี่ยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมรับภาระไปก่อนกว่า 1,000 ล้านบาท และยังมีเงินเรียกคืนและค่าปรับต่าง ๆ จาก 3 การไฟฟ้า อีกกว่า 2,000 ล้านบาทร่วมรับภาระ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากค่าเอฟทีงวดที่ผ่านมา (พ.ค.-ส.ค.) ลดลงประมาณ 6-7 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น เมื่อรวมหักลบเอฟทีงวดนี้เท่ากับเอฟทีงวดใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเอฟทีงวดแรก คือ เดือนมกราคม-พฤษภาคม

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ต้นทุนค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยทั้งจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจากระดับ 30 บาทและขณะนี้ 32.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงต้นทุนราคาที่เพิ่มขึ้นผันแปรตามสถานการณ์โลกหลายประการ เช่น กรณีปัญหารุนแรงในอียิปต์ นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้าของประเทศก็ลดต่ำลงกว่าประมาณการเดิม จึงทำให้ต้นทุนขยับเพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว โดยการใช้ไฟที่ลดลงแสดงถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหรือไม่ ไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้งค่าไฟฟ้าเอฟทีเดือนกันยายนและค่าแอลพีจี จะขยับขึ้น 50 สต.ต่อเดือน เป็นเรื่องภาวะจำเป็นก็จะเป็นการลดภาระของประเทศในอนาคต

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!