ขายข้าวจิ๊บจ๊อย รัฐประมูลรอบ3 ได้แค่3หมื่นตัน

ขายข้าวจิ๊บจ๊อย รัฐประมูลรอบ3 ได้แค่3หมื่นตัน
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลรอบ 3 ขายได้แค่ 30,000 ตัน คณะทำงานระบายข้าวฯโทษผู้ส่งออกไม่สนใจเสนอราคาจริงจัง เตรียมเสนอ "นิวัฒน์ธำรง" ปรับเกณฑ์การประมูลใหม่ แต่ยังไม่วายคุยอีก 4 เดือนขายข้าว G to G ส่งเงินครบ 72,000 ล้านบาทได้แน่

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานผลการเปิดซองประมูลข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 และนาปรังปี 2555 เพื่อส่งออกต่างประเทศ ชนิดข้าวขาว 5% จำนวน 101,304.72 ตัน

จากผู้เสนอราคาจำนวน 6 ราย ปรากฏคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวได้เจรจาต่อรองราคาขายให้กับผู้เสนอราคาสูงสุดจำนวน 2 ราย คิดเป็นปริมาณข้าว 30,000 ตัน ส่วนการเปิดซองประมูลข้าว ข้าวหอมจังหวัด ข้าวเหนียวขาว 10%

เพื่อจำหน่ายในประเทศ/หรือส่งออกต่างประเทศ จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 และนาปรังปี 2555 รวม 100,361.22 ตันนั้น มีผู้เสนอราคาเข้ามาเพียง 2 ราย และราคาที่เสนอมาไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด คณะทำงานได้เสนอให้ยกเลิกการประมูล

ทั้งนี้ผู้เสนอราคารวมทั้งหมด 7 รายที่เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทไชยพรไรซ์แอนด์ฟู้ดโปรดักส์, บริษัทเอเชีย โกลเด้นไรซ์, บริษัทไทยฟ้า (2511), บริษัทพงษ์ลาภ และบริษัทแคปปิตัลซีเรียลส์ ทั้ง 5 รายเสนอซื้อข้าวขาว 5% ส่วนบริษัทนำแสงค้าข้าว

เสนอซื้อข้าวหอมจังหวัดและข้าวเหนียว 10% และบริษัทโกลเด้นเกรน เอ็นเตอร์ไพรส์ เสนอซื้อข้าวขาว 5% ข้าวหอมจังหวัดและข้าวเหนียว 10% โดยคณะทำงานไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อผู้ชนะประมูลและราคาขายทั้ง 2 บริษัท

ด้านแหล่งข่าวในวงการค้าข้าวเปิดเผยว่า ราคาเสนอซื้อข้าวขาว 5% ในรอบนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 11,000-12,000 บาท ขณะที่ราคาส่งออกข้าวขาว 5% FOB เดือนกรกฎาคม 2556 ปรับลดลงจากเดือนมิถุนายนประมาณตันละ 10-20 เหรียญสหรัฐ หรือจาก 547 เหรียญ เหลือเพียง 527 เหรียญ/ตัน

ส่วนสถานะการคืนเงินจากการระบายข้าวให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในเดือนสิงหาคมนั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า มีการคืนไปแล้ว 3,807 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมทั้งหมดที่คืนเงินไปแล้วอยู่ระหว่างตัวเลข 140,000-150,000 ล้านบาท แบ่งเป็นข้าวใหม่ปี 2555/56 มีมูลค่า 114,000 ล้านบาท กับข้าวเก่าปี 2554/55 อีก 26,000-36,000 ล้านบาท

โดยคาดว่าหลังจากนี้จะมีการระบายข้าวแบบ G to G ให้กับประเทศต่าง ๆ เช่น ส่งมอบข้าวให้รัฐบาลอิหร่าน 250,000 ตัน อินโดนีเซียกำลังจัดส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจัดซื้อข้าวบูล็อกมาเจรจาอีกน่าจะได้ข้อสรุปประมาณ 300,000 ตัน และอิรัก รวมถึงจะมีการประมูลข้าวเปลือกเพื่อจัดทำเป็นข้าวนึ่งรอบ 2 คาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะคืนเงินได้จำนวน 72,065 ล้านบาท ตามที่แจ้งให้กับ ครม.รับทราบไว้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2556

"ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าว มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน กรมจะเสนอรายงานสรุปผลการระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล โดยเฉพาะการระบายข้าวด้วยวิธีการประมูลทั่วไป 3 ครั้งที่ผ่านมา

เพื่อพิจารณาปรับปรุงแนวทางการระบาย โดยจะเสนอเพิ่มวิธีการระบายข้าวรูปแบบอื่น จากการประมูลที่ผ่านมาพบว่า ผู้ส่งออกแค่เข้ามาทักทาย ไม่ได้ตั้งใจซื้อจริงจัง เราจึงขายข้าวได้ค่อนข้างน้อย แต่เราจะไม่ยกเลิกวิธีการประมูล เพียงแต่อาจจะพิจารณาใช้แนวทางอื่นมากขึ้น" นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าว

ส่วนการเปิดระบายมันสำปะหลังจำนวน 280,000 ตัน จากโครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 2552/53 ปริมาณ 87,900 ตัน กับโครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 2555/56 ปริมาณ 204,000 ตันนั้น ปรากฏมีผู้ประกอบการเสนอราคาซื้อ 15 ราย ได้แก่บริษัทชัยภูมิสตาร์ช, บริษัท พี.อาร์.อินเตอร์เทรด, บริษัท Global Property Connection, บริษัทโชคชัยพืชผล, บริษัทเจริญชัยพืชผล, กัญภร เกิดทวี, ลานมันโชคพิพัฒน์, นายสุวิชาญ สัมประสิทธิ์, บริษัททองทาปิโอก้า (1999), หจก.ทรายทองพัฒนา 2013, บริษัท ที.เอช.แค็ปปิตอล, บริษัทเยนเนรัล มิลล์ คอร์ปอร์เรชั่น, บริษัทยิ่งวัฒนา ทาปิโอก้า, บริษัทศรอนันต์ไทย ทาปิโอก้า และบริษัทเอเชียฟลุกโตช โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมประมูลเป็นพ่อค้า/ลานมันที่รับฝากเก็บมันเส้นในสต๊อกรัฐบาลอยู่แล้ว และบริษัทเอลัช (ประเทศไทย)

ซึ่งเป็นผู้ได้รับการจัดสรรมันเส้นในสต๊อกรัฐบาลในนามของการขายแบบ G to G ในสมัยอดีต รมว.พาณิชย์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ไปมากกว่า 2 ล้านตัน ไม่เข้าร่วมการประมูลเศษมันครั้งนี้