บทเรียน "จำนำข้าว"

บทเรียน "จำนำข้าว"
Siamturakij

สนับสนุนเนื้อหา

โครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ทำไปทำมากลายเป็น "หอกทิ่มอก" รัฐบาลเสียเอง ทั้งเพราะตัวเลขที่ปูดออกมาว่าขาดทุน 2.6 แสน ล้านบาท หรือคำแก้ตัว ว่าในรอบจำนำข้าวปี 2555/56 จะขาดทุนแค่ 1.3 แสนล้านบาทก็ตาม

ก็ขาดทุนรอบปีละ 1.3 แสนล้าน ถ้า 2 ปี รวมแล้วคาดว่าขาดทุนราว 2.6 แสนล้าน...ตัวเลขมันต่างกันตรงไหนหรือ ท่านบุญทรง- ท่านวราเทพ

และแล้วกระทรวงพาณิชย์ก็แก้ปัญหาด้วยการเสนอ ครม.ให้ลดราคาจำนำข้าว จากตันละ 15,000 บาทลงมาเหลือตันละ 12,000 บาท

เท่านั้นเอง ดุลแห่งความเชื่อมั่นในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ตกวูบทันที ชาวนาหลายๆ กลุ่มโวยวายไม่ต่างกับยุ้งข้าวของเขาถูกโจรขโมย ทรัพย์ไปต่อหน้าต่อตา เหมือนรัฐบาลชักภาษีจากครอบครัวชาวนาไปถึงตันละ 3,000 บาท...ใครมั่งจะไม่โกรธ

คนทั่วไปไม่ได้ไม่พอใจเฉพาะรัฐมนตรีบุญทรงแค่คนเดียว แต่ทีนี้ยังมีชาวนากลุ่มที่เสียประโยชน์จากกำไรจำนำข้าวพลอยโกรธ รัฐบาลไปด้วย

ความจริงถ้าเราย้อนหลังไปดูข่าวเรื่องจำนำข้าวเมื่อ 2 เดือนก่อน นสพ.ไทยรัฐฉบับวันที่ 1 มีนาคม ได้พาดหัวไม้ในหน้า 8 ซึ่ง เป็นหน้าเศรษฐกิจว่า "มึนข่าวลดราคาจำนำข้าว... "บุญทรง" สั่งกรมการค้าภายในปฏิเสธทันที" โดยในเนื้อข่าวระบุว่า คณะ กรรมการนโยบายข้าว (กขช.) เตรียมเสนอลดราคาจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาทเป็นตันละ 14,000 หรือ 13,000 บาท และข้าว หอมมะลิให้ยืนไว้ที่ตันละ 20,000 บาท ด้วยเหตุผลว่าแนวโน้มเกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้นและปลดเปลื้องหนี้สินได้บ้างแล้ว

จึงจำเป็นต้องหันไปดูแลด้านการตลาดที่ผู้ส่งออกไม่สามารถแข่งราคาขายในต่างประเทศได้ จนทำให้การส่งออกข้าวไทยต้อง ตกจากที่ 1 ลงมาอยู่ลำดับ 3 ของโลก

ช่วงนั้นคุณบุญทรงอยู่ต่างประเทศได้สั่งการด่วนให้เลื่อนประชุม และให้กรมการค้า ภายในชี้แจงข่าวเป็นการด่วน...ขณะเดียว กับคุณธนวรรธน์ พลวิชัย นักวิชาการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจฯ ก็เห็นด้วยว่า รัฐบาลควรปรับราคาจำนำข้าวลงมาอยู่ที่ตันละ 13,000 บาทเพื่อ ให้ใกล้เคียงกับราคาตลาด และสามารถทำให้ราคาข้าวภายในประเทศแข่งขันในตลาดโลกได้

แต่...สถานการณ์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ข่าวพาดหัวหน้า 1 ที่โตกว่าคือ "สมช.จับมือกับ BRN ลงนามดับไฟใต้" และข่าว "คุณชาย สุขุมพันธ์น้ำตาคลอ" กำลังอ้อนขอคะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ...มันเป็นข่าวที่น่าสนใจและกลบกระแสข่าวการลดราคาจำนำ ข้าวไปเสียฉิบ

แน่นอนถ้าการลดราคาจำนำข้าวเป็นข่าวดังตีคู่มากับ 2 ข่าวแรก นอกจากจะทำให้คุณบุญทรงถูกชาวนาด่าส่งแล้ว อาจมีผลให้ คะแนนเสียง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ตกฮวบต่ำกว่า 1 ล้านคะแนนก็ได้

มาถึงวันนี้ การเมืองที่พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แพ้เลือกตั้งซ่อมที่ดอนเมือง และการตัดสินใจลดราคาจำนำข้าวจนทำ ให้ชาวนาโกรธรัฐบาล ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทีก็โหมกระหน่ำถึงความผิดพลาดของโครงการจำนำข้าวมีการทุจริตวงใน และชี้มุมมองทำให้รัฐต้องขาดทุนมากถึง 2.6 แสนล้านบาท

อะไรๆ ก็ถาโถมจนเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำไปทุกกระบวนท่า โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าวนั้นไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเมื่อ 2 เดือนก่อน กับการตัดสินใจลดราคาจำนำข้าวในวันนี้ ล้วนเป็นวิธีคิดที่ "ไร้ยุทธศาสตร์" และเตรียมการอย่างไร้แผน ผิดจังหวะ ไปหมด

ผิดพลาดแล้ว ยังไม่คิดแก้ไข ปล่อยให้ห้วงเวลาสะสมจนเกิดความเอือมระอามากขึ้นโดยใช่เหตุ ต้นตอที่เป็น "ภาพลบ" อย่างคุณบุญทรง เจ้ากระทรวงพาณิชย์ก็ไม่คิดที่จะรับผิดชอบใดๆ แม้กระทั่งการปรับตัวเองเพื่อ "ใช้ปาก" ชี้แจงแถลงข้อมูลให้กระจ่างก็ไม่ทำ

แต่อย่างว่าแหละ นาทีนี้เสนาบดีอย่างคุณบุญทรง ต่อให้ "อมพระ" พูดอะไรออกไปก็ไร้ความศักดิ์สิทธิ์ ขาดความเชื่อถือ "หมด ศรัทธา" ไปบนหน้าสาธารณะสิ้นแล้ว พูดหรือไม่พูดก็มีค่าเท่ากัน ต่อให้ตัดสินใจลาออกวันนี้ ก็ไม่อาจเรียกคะแนนสงสารกลับคืนมาได้

ได้แต่กลับไปนั่งคิด นอนย้อนทวนอดีตหมาดๆ รวบรวมความผิดพลาดไว้เป็นบทเรียน ว่าถ้าอยากเป็นนักบริหารทางการเมือง อีก...ท่านต้องฝึกปรือวิทยายุทธ์ให้เชี่ยวชาญอีกหลายสิบเล่มเกวียน?