Daily View - บล.กสิกรไทย
ลงยังซื้อเก็งกำไร ขึ้นจากนี้ควรมองทางลดน้ำหนัก หุ้นยุโรปปิดบวกลดลง ในขณะที่หุ้นสหรัฐปิดลบ หลังจากหนี้กรีซยังไม่มีความคืบหน้า และตลาดเพิ่มความกังวลในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้สมาชิกยูโรบางประเทศได้เสนอทางเลือกเพิ่มเติมนอกจากการอนุมัติเงินช่วยเหลือ 1.3 แสนล้านยูโรให้กรีซ เป็นการให้เงินกู้ยืมเฉพาะหน้าเพื่อแก้ปัญหาหนี้ของกรีซที่จะครบกำหนดชำระ 1.45 หมื่นล้านยูโร ในวันที่ 20 มี.ค. และให้มาพิจารณาเรื่องความช่วยเหลือกรีซใหม่หลังมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มหลังเลือกตั้งในเดือน ก.พ. นี้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าทางเลือกใหม่นี้ หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลเชิงลบต่อตลาดทุน เนื่องจากเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด ขณะเดียวกันขณะเดียวกันเพิ่มความเสี่ยงต่อการอนุมัติแผนความช่วยเหลือและการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป เนื่องจากอาจเกิดการเปลี่ยนตัวผู้นำฝรั่งเศสหลังการเลือกตั้ง ก.พ.นี้ ซึ่งโพลระบุว่าคะแนนนิยมของ ซาร์โกซีตกต่ำ ทั้งนี้ รมว.คลังยูโรมีกำหนดจะพิจารณาความช่วยเหลือกรีซในวันที่ 20 ก.พ.นี้ จากการปรับขึ้นมาแรงของ SET Index เรามองตลาดระยะสั้นอาจมีการปรับฐานบ้าง แต่คาดไม่มาก ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นจากการที่อิหร่านเตรียมหยุดขายน้ำมันให้ 6 ประเทศยุโรป และข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีขึ้น น่าจะทำให้กลุ่มพลังงาน ปรับตัวขึ้นช่วยประคองตลาด และเรายังให้น้ำหนักตลาดในการขึ้นทดสอบ 1138-1150 จุด ก่อนตามมาด้วยการปรับฐาน ซึ่งเหลือ Upside อีกไม่มากนัก การย่อตัวยังให้น้ำหนักในการเข้าซื้อเก็งกำไร แต่การปรับขึ้นจากนี้นักลงทุนควรพิจารณาลดน้ำหนักการลงทุนลง กลยุทธ์การลงทุน: คาดพลังงานน่าจะเริ่มมาช่วยประคอง SET การปรับตัวลงยังเป็นโอกาสซื้อเก็งกำไร แนะนำ PTT BAY INTUCH SAT BH ส่วน Theme ลงทุนใหญ่เรายังคงคำแนะนำในหุ้นกลุ่มเดิม ได้แก่ 1) หุ้น High beta ที่มีผลประกอบการดี/จะดีขึ้น PTTGC IRPC TOP BANPU 2) ถ้าเป็นหุ้น Defensive ต้องมีผลตอบแทนปันผลดี ADVANC DTAC INTUCH MAJOR 3) เป็นหุ้นที่ Underperform ในช่วงที่ผ่านมา BBL KTB BAY KK ITD CK STEC HMPRO AP BLAND 4) หุ้นที่มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ TICON HEMRAJ TUF THCOM สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See หากจะซื้อกลับขอให้เป็นส่วนน้อย ส่วนพอร์ตที่ยังมีอยู่เน้น switch พอร์ตมาหาหุ้นปันผล การปรับขึ้นในระดับใกล้ 1150 จุด อาจพิจารณาทยอยลดพอร์ตลงบางส่วนอีกครั้ง ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า - Iran: กระทรวงต่างประเทศเรียกตัวเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กรีซ อิตาลี เนเธอร์แลนด์โปรตุเกสและสเปนเข้าพบ และเตือนว่าอิหร่านจะทบทวนการขายน้ำมันให้ - US: ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้นแตะ 19.53 จุด จากระดับ 13.48 จุด ม.ค. สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15.0 จุด และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มิ.ย. 53 ปัจจัยสำคัญวันนี้ - US: Housing Starts, Jobless Claims, Producer Price Index, Philadelphia Fed Survey - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (GM, Applied Materials, Baidu,Nordstrom) ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ - EU: Construction Output วันที่ 17 ก.พ. - US: Consumer Price Index วันที่ 17 ก.พ. - US: ประก- ลประกอบการไตรมาส 4/54 (คืนศุกร์: Campbell Soup, Heinz) สรุปตลาดต่างประเทศ: DJIA-97.33/-0.76% S&P-7.27/-0.54% NASDAQ-16.0/-0.55% FTSE-7.71/-0.13% CAC+14.71/+0.44% DAX+29.75/+0.44% ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลหลังจากมีรายงานว่ารัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศยูโรโซนได้ประกาศเลื่อนการตัดสินใจให้ความช่วยเหลือรอบ 2 สำหรับกรีซ ซึ่งอาจจะทำให้กรีซเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ในเดือนหน้า สรุปตลาด Commodity: Oil USD101.80/bbl/+1.06 Gold USD1,728.1/Once/+10.4 สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หลัง EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบลดลงเกินคาด ประกอบกับความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นที่อิหร่าน ขณะที่สัญญาทองคำปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะนักลงทุนกังวลว่ากรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ในเดือนหน้า ECONOMICS & POLITICS - เบนซิน-ก๊าซปรับราคาวันนี้ยันมี.ค.ขึ้นอีก นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน กล่าวหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติขึ้นราคาเอ็นจีวีอีก 50 สต./กก.เป็น 9.50 บาท ขึ้นราคาแอลพีจีขนส่งอีก 75 สต./กก. เป็น 18.83 กก. หรือเพิ่มขึ้น 41 สต./ลิตร เป็น 12.17 บาท/ลิตร ขึ้นกลุ่มโซฮอล์ลิตรละ 1 บาท ตามแผนรื้อโครงสร้าง - ไม่หวั่นพิษสงแบงก์ยุโรปธปท.แจงปล่อยกู้-ลงทุนน้อยธนาคารไทยคุมความเสี่ยงได้ ธปท.การันตีปัญหาสถาบันการเงินยุโรปลุกลามจนถูกลดเครดิต กระทบธนาคารไทยและมีธุรกรรมกันน้อยมาก ไม่จำเป็นต้องจำกัดการทำธุรกรรม - ดัชนีอุตฯ ม.ค.เริ่มฟื้นสูงสุดรอบ 5 เดือน นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม 2555 อยู่ที่ 99.6 สูงสุดในรอบ 5 เดือนเนื่องจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกลับมาเดินสายผลิตได้บางส่วน ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่าผู้ประกอบการกังวลนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ล่าสุด ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้นโยบายรัดเข็มขัดมากขึ้น เช่น การปิดไฟฟ้าในช่วงที่หยุดการเดินเครื่องผลิต หรือปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกงานหรือพักกลางวัน เพื่อลดรายจ่าย เป็นต้น - ยอดผลิตรถยนต์ฟื้นต่อเนื่องเดือนม.ค.ผลิตแล้ว 1.4 แสนคันค่ายรถนำเข้าชิ้นส่วนนอกแทน นายสุรพงษ์ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือน ม.ค.2555 อยู่ที่ระดับ 1.4 แสนคัน ซึ่งสูงสุดในรอบ4 เดือน หลังจากที่ภาคอุตสาหกรรมประสบปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากค่ายรถยนต์ได้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จากต่างประเทศมากขึ้นเพื่อทดแทนกรณีที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลายแห่งยังไม่ฟื้นตัวจากน้ำท่วม - SCทุ่มหมื่นล.ลุยอสังหาฯ\"บุษบา\"ชี้น้ำท่วมกระทบกำลังซื้อ \"บุษบา ดามาพงศ์\" ออกโรงพบสื่อเป็นครั้งแรก!หลังนั่งประธานฯเกือบ 8 เดือน ระบุปีมังกรทองทุ่มงบลงทุน 1.1 หมื่นล้าน พัฒนาโครงการ-ซื้อที่ดินรองรับแผนลงทุนปี 56-57 แจงเปิด 16 โครงการใหม่มูลค่า 1.7 หมื่นล้าน ขณะที่สต๊อกที่รอขายอีก 6 โครงการ มูลค่า 1.15 หมื่นล้านบาท คาดปีนี้กวาดยอดขายหมื่นล้านบาท ชี้ความกังวลภัยน้ำท่วมฉุดกำลังซื้อ ยอมรับเหตุอุทกภัยเกิดจากความผิดพลาดการบริหารน้ำ ด้าน\"ร.อ.กรี\" เล็งนำเทคโนฯพรีแฟบมาลดรอบก่อสร้างโครงการแนวราบ เล็งใช้กับบ้านต่ำกว่า 5 ล้านบาท - ทริสคงเครดิตเมเจอร์ที่ระดับA- บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด(มหาชน) (MAJOR) ที่ระดับ \"A-\" ด้วยแนวโน้ม \"Stable\" หรือ \"คงที่\"โดยอันดับเครดิต สะท้อนถึงสถานะผู้นำในธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยตลอดจนการมีโรงภาพยนตร์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดี และคณะผู้บริหารที่มีความสามารถ จุดเด่น ดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาทิ ปริมาณของ ภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ความเป็นที่นิยมของภาพยนตร์ตลอดจนระยะเวลาการฉายในโรงที่สั้นลง ก่อนที่จะผลิตเป็นวิดีโอซีดี/ดีวีดีการแข่งขันจากกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ และการแพร่ระบาดของวิดีโอซีดี/ดีวีดีละเมิดลิขสิทธิ์ - สั่งฟันสัญญา3จี'กสท-ทรู' เมื่อวันที่ 15 ก.พ. คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลของวุฒิสภา ได้สรุปผลการตรวจสอบสัญญาการให้บริการ 3 จี ระหว่าง บมจ.กสทโทรคมนาคมและกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ว่าผิดใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.ผิดตามมาตรา 46 วรรค 2 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือพ.ร.บ.กสทช. ที่ห้ามโอนสิทธิ์ในการครอบครองคลื่นความถี่ไปให้บุคคลอื่น 2. หลีกเลี่ยงพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 เนื่องจากบริษัท บีเอฟเคที(ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่ายไม่ได้รับใบอนุญาตให้บริการจาก กสทช. และ 3.หลีกเลี่ยงพ.ร.บ.ร่วมทุน เนื่องจากมีมูลค่าการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการได้ส่งผลสอบไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่ได้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบในเรื่องนี้โดยมี นายเมธีครองแก้ว เป็นประธาน ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง โดยกสทช. ต้องเข้าให้ข้อมูลวันที่ 20 ก.พ.นี้ ประเด็นการเมือง - ศาลรธน.ชี้ชะตา 2 พรก.นัด 22 กุมภาฯ 'โต้ง-กรณ์' แจง 2 ชม. 'ปลอดประสพ' แจงใช้พื้นที่ 6 จังหวัด 4.7 แสนไร่รับน้ำสรุป 'แก้มลิง' 2 ล้านไร่ 27 กุมภาพันธ์ - เร่งสรุป 146 ผู้ประกอบการ'ประกัน'ไม่จ่ายก่อการร้าย คณะกรรมการเยียวยาชี้ให้เหยื่อม็อบการเมืองวอล์กอินแสดงตน เพื่อป้องกันรายชื่อสูญหาย เหตุข้อมูลระหว่างปี 48-51 ขาดหายไปบางช่วง ด้านยธ.เร่งสรุปช่วยผู้ประกอบการ ชี้อีก 146 รายยังมีปัญหาบริษัทประกันไม่จ่าย - รัฐสภาถกแก้รธน.23 กพ.มติ'วิป'รับทุกร่าง'ธิดา'นำนปช.ต่อ'ไท'ยื่นประกันพ่อ 'ขุนค้อน' นัดประชุมรัฐสภา23 ก.พ. ถกร่าง รธน.ฉบับ'พท.' พร้อมนำฉบับ'รัฐบาล-ชทพ.' พิจารณารวมหากยื่นเข้ามา 'วิปรัฐบาล' รักษาแนวร่วม เห็นชอบรับหลักการทุกร่าง'เฉลิม'ท้า ปชป.ดีเบตแก้รัฐธรรมนูญ INDUSTRY NEWS - ท่องเที่ยว: 8ชาติผวาเตือนมาไทยชุมพลแนะชะลอวีซ่า \"บัวแก้ว\" เผย 8 ประเทศเตือนพลเป้าหมายก่อการร้ายรับควบคุมการเมืองระวังเหตุรุนแรงในไทย พร้อมออกวีซ่าเข้า-ออกประเทศทำได้ยากชี้แจงทูต 45 ประเทศ ยันไทยไม่ใช่ด้าน \"ชุมพล\" แนะชะลอออกวีซ่าอิหร่าน ไปก่อน จนกว่าผลการสืบสวนจะสรุปคดี ชี้เหตุบึ้มกระทบท่องเที่ยว แต่ไม่กระทบตัวเลขการสั่งจองทัวร์ ส่วน \"สภาอุตฯ\"ยันเหตุบึ้มยังไม่กระทบ ความเชื่อมั่นนักลงทุน ส่วน\"สทท.\"จี้รบ.แจงเหตุการณ์หวั่น ปชช. สับสน EXTERNAL FACTOR - DJIA ปิดลบ 79.33 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 12,780.95 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 7.27 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 1,343.23 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 16.0 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 2,915.83 จุด ในช่วงเช้านั้นตลาดหุ้นสหรัฐฯดีดตัวขึ้นหลังจากนายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า จีนจะยังคงลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนต่อไป และจีนยังคงเชื่อมั่นในสกุลเงินยูโร และในความสามารถของประเทศสมาชิกยูโรโซนในการแก้ไขปัญหาหนี้ของตนเองได้ นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนในช่วงแรกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐรวมถึงดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนก.พ.ซึ่งพุ่งขึ้นแตะระดับ 19.53 จุด จากระดับ 13.48 จุดในเดือนม.ค. สูงกว่าที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15.0 จุด และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2553 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดก็เริ่มอ่อนแรงลงเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่วิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 หลังจากนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานยูโรกรุ๊ปเปิดเผยว่า รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนได้ตัดสินใจยกเลิกการประชุมอย่างเป็นทางการในประเด็นการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบที่สองเมื่อวานนี้ (15 ก.พ.) แต่ได้ลดระดับการประชุมป็นเพียงแค่การประชุมทางโทรศัพท์ และได้เลื่อนการประชุมอย่างเป็นทางการออกไปเป็นวันที่ 20 ก.พ.เนื่องจากผู้นำพรรคการเมืองของกรีซยังไม่ได้ท่าทีว่าจะดำเนินการตามเงื่อนไขของยูโรกรุ๊ป ทั้งนี้ยูโรกรุ๊ปได้เรียกร้องเงื่อนไข 3 ข้อจากกรีซ โดยเงื่อนไขแรกคือ รัฐสภากรีซควรจะอนุมัติมาตรการที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรีซและกลุ่มทรอยก้า ซึ่งประกอบไปด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สหภาพยุโรป (EU) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่วนเงื่อนไขที่ 2 คือ รัฐบาลกรีซต้องเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างเพิ่มเติม เพื่อลดการใช้จ่ายมูลค่า 325 ล้านยูโรในปี 2556 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากรีซสามารถบรรลุเป้าหมายการลดยอดขาดดุลงบประมาณ และเงื่อนไขที่ 3 คือ กรีซต้องรับประกันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคจะสนับสนุนมาตรการดังกล่าว อย่างจริงจัง นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการซื้อขายที่ผันผวนอย่างหนักของหุ้นแอปเปิล อิงค์ โดยหุ้นแอปเปิลปิดตลาดร่วงลง 2.3% ซึ่งเป็นผลมาจากข่าวที่ว่า แอปเปิลได้ขอให้อเมซอนซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์ ยุติการขายผลิตภัณฑ์ iPad ในประเทศจีน เนื่องจากอเมซอนไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตให้ขาย iPad ในจีนหรือในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม หุ้นเคลล็อกก์ พุ่งขึ้น 5.1% หุ้นไดมอน ฟู๊ดส์ ดีดตัวขึ้น 5.2% หลังจากบริษัทพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) เปิดเผยว่า พีแอนด์จีจะยกเลิกดีลการขายธุรกิจขนมขบเคี้ยว \"พริงเกิลส์\" ให้กับไดมอน ฟู๊ดส์ แต่จะขายธุรกิจดังกล่าวให้กับเคลล็อกก์แทน เป็นวงเงิน 2.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นพีแอนด์จีปิดบวก 0.1% - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น USD1.06/bbl หรือ 1.05% อยู่ที่ระดับ USD101.80/bblหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ (EIA) รายงานสต๊อกน้ำมันดิบร่วงลงเกินคาดในรอบสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการพลังงานในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้น USD10.4 หรือ 0.6% อยู่ที่ระดับ USD1,728.1/ounce เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากนักลงทุนวิตกกังวลหลังจากมีรายงานว่ารัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศยูโรโซนได้ประกาศเลื่อนการตัดสินใจให้ความช่วยเหลือรอบ 2 สำหรับกรีซ ซึ่งอาจจะทำให้กรีซเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ในเดือนหน้า - ดัชนีค่าระวางเรือ ลบ 3 จุด หรือ 0.40% อยู่ที่ระดับ 731 จุด - สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตทเปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซนหดตัวลง 0.3% ในไตรมาส4 ปี 2554 ซึ่งถือเป็นสถิติที่อ่อนตัวลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2552 โดยเศรษฐกิจยูโรโซนที่หดตัวลงนี้ สวนทางกับการขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว - สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 4 ปี 2554 ขยายตัวเพียง 1.7% น้อยกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 1.75% รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปรับลดการประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงสำหรับปีนี้และปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนนี้พร้อมกับตั้งเป้าหมายครั้งใหม่ว่าจะลดยอดขาดดุลงบประมาณลงภายในปี 2559 นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสคาด ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.5% ในปี 2555 - ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเยอรมนี หดตัวลง 0.2%QoQ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2554แต่ยังนับว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะหดตัวลง 0.25% ขณะเดียวกันสำนักงานสถิติกลางของเยอรมนีรายงานว่า ตลอดปี 2554 เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัว 3% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขเบื้องต้นที่รายงายไปเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจประเทศจะกลับมาขยายตัว 0.1% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และตลอดปี 2555 เศรษฐกิจจะเติบโต 0.7% TODAY’S REPORTS - TOP: Bullish view ต่อธุรกิจการกลั่นและพาราไซลีนเรายังคงคำแนะนำ Buy สำหรับ TOP ราคาพื้นฐาน 89 บาท เนื่องจากเรารู้สึกว่า TOP มีมุมมองที่ Bullish ต่อธุรกิจการกลั่นและธุรกิจอโรเมติกส์ ตลอดจนผลประกอบการปี 55 ที่คาดว่าจะแข็งแกร่งขึ้นจากปี 54 โดย TOP ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันดินดูไบ ขึ้นจาก 106 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เป็น 108 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล (เราใช้สมมติฐานที่ 107 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล) เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลางและสภาพคล่องที่ช่วยหนุนเงินทุนให้เข้ามาเก้งกำไรต่อราคาน้ำมันดิบ ขณะเดียวกัน TOP ยังคาดว่า capacity ใหม่ในปี 55 จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.4 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งต่ำกว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นราว 1 ล้านบาร์เรล/วัน จากความต้องการจากฝั่งเอเซีย ทั้ง จีนและอินเดีย ประกอบกับ supply ส่วนเพิ่มปี 55 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.8 ล้านบาร์เรล/วันแต่ capacity โดยรวมคาดว่าจะลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล/วัน เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานทั้งในสหรัฐฯและยุโรป ซึ่งน่าจะส่งผลให้ค่าการกลั่น (GRM) ปี 55 ปรับตัวสูงขึ้น YoY นอกจากนี้ TOP ยังคาดว่าราคาและ spread ของ Paraxylene จะปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการในธุรกิจ PTA - BIGC: รายงานกำไรปี 54 ดีกว่าที่คาด BIGC รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 ที่ 2.48 พันล้านบาท (+203%YoY, +206%QoQ) เนื่องจากยอดขายที่เติบโต20%YoY จากอานิสงค์ภาวะน้ำท่วม ประกอบกับการบันทึกรายได้จากเงินประกันภัยจากน้ำท่วม (ถ้าไม่รวมรายได้จากเงินประกันภัยดังกล่าว พบว่ากำไรสุทธิงวด 4Q54 จะอยู่ที่ 1.84 พันล้านบาท เติบโต 124%YoY)ส่งผลให้ผลประกอบการทั้งปี 54 มีกำไรสุทธิที่ 5.24 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราและ consensus ประมาณการ29% จากผลประกอบการที่ดีกว่าที่เราคาด ทำให้เรามองว่าจะส่งผลบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้นของ BIGC และ อาจจะมีการปรับประมาณการกำไรปี 55 ขึ้นในอนาคต ปัจจุบันเรายังคงคแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 130 บาท - TTA: รายงานผลประกอบการงวด 1QFY55 ต่ำกว่าคาดTTA รายงานขาดทุนสุทธิ 560 ล้านบาทใน 1QFY55 (ตุลาคม-ธันวาคม 54) เทียบกับกำไรสุทธิ 145 ล้านบาทใน 1QFY54 และขาดทุนสุทธิ 187 ล้านบาทใน 4QFY54 โดยไตรมาสนี้ (Consensus คาดว่าจะขาดทุน 74 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักจากการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมในการจัดหาสินเชื่อรวมในปี 50 จำนวน 209 ล้านบาท และการบันทึกสำรองการด้อยค่าสินทรัพย์สำหรับเครื่องยนต์หลักของเรือประมาณ 199 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากไม่รวมกำไรพิเศษ TTA จะมีขาดทุนปกติ 208 ล้านบาทใน 1QFY55 (เทียบกับ 395 ล้านบาทใน 4QFY54 และ 91 ล้านบาทใน 1QFY54) เนื่องจากธุรกิจเรือเทกองและธุรกิจพลังงานมีส่วนแบ่งกำไรลดลง จากผลประกอบการงวด 1QFY55 ที่ต่ำกว่าคาดทำให้เรามองเห้น downside risk และมีโอกาสปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 55 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 852 ล้านบาท (Consensus อยู่ที่ 574 ล้านบาท) ลดลง อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 18.1 บาท ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY พลอย ตั้งอุทัยสุข (ploy.t@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0056) Gold Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ยังคงพยายามแกว่งตั้งหลักบริเวณแนวรับที่ $1,700 เพราะเมื่อดูจากราคาทองคำเทียบกับดัชนี US dollar index แล้ว มีลักษณะ hi-risk-hi-return คือ กำลังทดสอบแนวต้านoverbought อยู่ โดยมีแนวต้านที่ $1,738, $1,750-1,752 และ $1,763 อย่างไรก็ตามถ้าหลุด $1,700 ลงมามีโอกาสแกว่งได้แรงลงไปทดสอบที่ $1,670 และ/หรือ 1,640 หรือต่ำกว่านั้น สำหรับ Gold Futures (GFG12) ทาง Technical ยังคงแกว่งและดู hi-risk-hi-return ซึ่งสถานการณ์จะดีขึ้นถ้าสามารถยืนเหนือ 25,460 และ 25,660 โดยมีโอกาสรีบาวด์ต่อขึ้นไปทดสอบ 25,850-25,900 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่ความเสี่ยง คือ ถ้าหลุด 25,100 ลงมา มีโอกาสแกว่งลงมาทดสอบที่ 24,800 และ 24,600 หรือต่ำกว่านั้น กลยุทธ์การลงทุน: 1) กรณี Long GFG12 แนะนำให้กลับเข้าไป Long หลังจากลดพอร์ตออกมาแล้ว โดยเปิด Long เมื่อทะลุ 25,460 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 25,850-25,900 โดยใช้ 25,100 เป็น Stop 2) กรณี Short หลังจากเริ่ม Short ไปแล้ว แนะนำให้ถือเพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 24,800 โดยใช้ 25,460 เป็น Stop และแนะนำให้เพิ่มพอร์ต ถ้าหลุด 24,800 ลงมา SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 รีบาวด์ขึ้นมาจากแนวรับที่ 769 และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ High เดิมที่ 806.5 โดยมีแนวต้านระหว่างทางที่ 802-803 ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่าน 806.5 ได้ มีโอกาสซิกแซกขึ้นไปทดสอบ 839-840 ขณะที่การแกว่งจะมีแนวรับบริเวณ 776-775 หรือต่ำกว่านั้นที่ 769 และ 763-761 สำหรับกลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงเงินจำกัด กลยุทธ์การลงทุน : 1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะซิกแซกขึ้นต่อ และแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 806.5 และแนะนำให้ลดพอร์ตออกมาส่วนหนึ่งถ้าหลุด 775 ลงมาระหว่างวัน โดยใช้ 769 เป็น Stop 2) กรณี Short แนะนำเปิด Short ถ้า S50H12 หลุด 769 ลงมา (S50H12 มีแนวต้าน 802-803 และ 806.5 แนวรับ 776-775, 769 และ 763-761) MARKET EVENT Thai Event - สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง - 28/02/12 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน - 29/02/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน World Event - 16/02/12 US: Housing Starts* - 16/02/12 US: Jobless Claims* - 16/02/12 US: Producer Price Index* - 16/02/12 US: Philadelphia Fed Survey* - 17/02/12 EU: Construction Output - 17/02/12 US: Consumer Price Index* - 20/02/12 US: Holiday: Presidents’ Day (Bond, Equity Markets Closed) - 21/02/12 EU: Consumer Confidence* - 22/02/12 EU: PMI Composite* - 22/02/12 US: Existing Home Sales* - 23/02/12 US: Jobless Claims* - 24/02/12 US: Consumer Sentiment - 24/02/12 US: New Home Sales* *Markets will pay more attention to these figures กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030 กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053 โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 16 ก.พ. 2555
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)



.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)