อสังหาฯใหม่ปรับแผนลงทุนลดความเสี่ยง
นายดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่า จากปัญหาวิกฤติการเงินโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ในปี 2552 บริษัทจะยังไม่มีโครงการใหม่พัฒนาแต่จะมุ่งขายบ้านที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการให้หมดซึ่งปัจจุบันนี้มีสต๊อกบ้านพร้อมอยู่เหลืออยู่มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการธนาพัฒน์ เฮ้าส์ พระราม 3 จำนวน 40 หลัง ราคาหลังละ 6 ล้านบาทโครงการบ้านอรุณพัฒน์ พระราม 3 ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว ราคา 6 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ ราคา 5.7 ล้านบาทต่อหลัง อีกจำนวน 20 ยูนิต และอีกส่วนหนึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ให้เช่าระยะยาว 30 ปี จำนวน 20 ยูนิต ราคา 3.5-4 ล้านบาทต่อหลัง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ TNP วิภาวดี คอนโดมิเนียมติดถนนวิภาวดี ซึ่งปัจจุบันนี้มียอดขาย 45% จากจำนวน 400 กว่ายูนิตจากที่เปิดขายมาเป็นเวลา 1 ปีกว่า ส่วนเหตุผลที่ทำให้ยอดขายล่าช้าเพราะโครงการเพิ่งจะได้รับใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งใช้เวลาถึง 1 ปี ทำให้โครงการไม่มีความคืบหน้าด้านการก่อสร้าง ลูกค้าจึงชะลอการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตามโครงการ TNP วิภาวดี บริษัทได้เจรจากับลูกค้าโดยจ่ายดอกเบี้ยให้กับลูกค้า หรือลูกค้าสามารถเปลี่ยนมารับสิทธิฟรีค่าส่วนกลางเป็นระยะเวลา 2 ปีแทนได้ หรือ ส่วนลดในการโอน 25,000 บาท ซึ่ง 90% ของลูกค้ายินยอม
สำหรับความคืบหน้าขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้รับเหมาอีกใน 1-2 เดือนนี้น่าจะก่อสร้างได้ และล่าสุดบริษัทจะจัดทำแคมเปญจองเพียง 10,000 บาท และขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง เพื่อเร่งยอดขายคาดว่าเมื่อถึง ณ สิ้นปีจะมียอดขายอยู่ที่ 60% โดยโครงการนี้ใช้สินเชื่อโครงการจากธนาคารกสิกรไทยวงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท ส่วนอีกโครงการคือบ้านอรุณพัฒน์ที่จังหวัดภูเก็ต จำนวนทั้งหมด 35 หลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำแคมเปญการันตีผลตอบแทน 6% เป็นระยะเวลา 2 ปี สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อแล้วปล่อยเช่าต่อ เน้นลูกค้าชาวฮ่องกง สิงคโปร์
นายดลพิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทเน้นการสร้างซีอาร์เอ็มกับลูกค้าเพื่อสร้างแบรนด์แต่ในปีนี้บริษัทจะนำเงินส่วนนั้นมาเก็บงานก่อสร้างให้กับลูกค้าในกรณีที่ผู้รับเหมาเก็บงานไม่เรียบร้อย เพราะท้ายสุดแบรนด์ของบริษัทก็จะเกิดจากการบอกปากต่อปากผ่านทางลูกค้าที่บริษัทเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
ด้านนายวิษณุ เทพเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ณุศาศิริ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้หยุดการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้เหลือโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพียงโครงการเดียวคือณุศาศิริ พระราม 2 พื้นที่ทั้งหมด 340 ไร่ ซึ่งจะเปิดตัวขายในเฟสแรก 100 ไร่ ในไตรมาส 2 นี้ เป็นบ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป มูลค่าโครงการ 4,000 กว่าล้านบาท
อย่างไรก็ดี บริษัทได้รุกธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพภายใต้ชื่อศูนย์สุขภาพ Villa Medica โดยตนเองถือหุ้น 51% และศูนย์สุขภาพ Villa Medica จากเยอรมนีถือ 49% มูลค่าการลงทุนในประเทศไทย 400 ล้านบาท และบริษัทได้เข้าไปลงทุนใน Villa Medica สาขาที่เยอรมนีอีก 300 ล้านบาท
ด้านนายบุญ ชุนเกียรติ กรรมการบริหาร บริษัท ชีวาทัย จำกัด ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมชีวาทัย ราชปรารภ กล่าวว่า หลังจากที่ตลาดคอนโดมิเนียมกำลังซื้อตัดสินใจช้าลง บริษัทได้เริ่มหาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในแนวราบซึ่งขณะนี้ได้เจรจาอยู่ด้วยกัน 5 แปลง เป็นที่ดินสำหรับพัฒนาบ้านจัดสรร 1-2 แปลง ที่เหลือรอจังหวะเก็บไว้สำหรับพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมในช่วงที่ภาวะตลาดเริ่มมีทิศทางที่ดี
ทั้งนี้ ในโครงการบ้านจัดสรรบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาทาวน์เฮาส์ในลักษณะบูติก มีจำนวนเพียง 5-20 หลังเท่านั้นในทำเลกลางกรุงบนขนาดที่ดินไม่ใหญ่อาจจะ 1 ไร่ อาทิ ในซอยเย็นอากาศเป็นต้น จับลูกค้ากลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่ชอบอยู่อาศัยในเมือง ราคาขายขึ้นอยู่กับทำเล เช่นถ้าเป็นย่านสาทรอาจจะขายอยู่ในราคา 10 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรรในย่านชานเมือง จำนวนประมาณ 100 หลัง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)