โปรดเกล้าฯ วิสุทธิ์ โพธิแท่น คัมแบ็ก 5 เสือ กกต.

โปรดเกล้าฯ วิสุทธิ์ โพธิแท่น คัมแบ็ก 5 เสือ กกต.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการ กกต. ที่ขาดไป 1 คน คือ นายสุเมธ อุปนิสากร ซึ่งหมดวาระลง เพราะอายุครบ 70 ปี ทำให้คณะกรรมการมีจำนวนครบทีม 5 เสือ กกต. ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้พอดี

จากนี้ไปต้องติดตามภารกิจของ 5 เสือ กกต. ว่าจะร่วมงาน จะสานต่องานที่คั่งค้างได้รวดเร็วตามที่หลายฝ่ายคาดหวังได้เพียงใด โดยเฉพาะงานท้าทายความเป็นกลางและตรงไปตรงมา จากกรณีวินิจฉัยการถือหุ้นในบริษัทสื่อและบริษัทที่มีสัมปทานกับรัฐ ของ 44 ส.ส. ซึ่งเดิมจะมีการประชุมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจาก นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. เดินทางไปราชการต่างประเทศ และเพื่อให้ กกต.ใหม่ได้อ่านสำนวนก่อน นายประพันธ์ นัยโกวิท ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม จึงได้เลื่อนการวินิจฉัยสถานภาพ 44 ส.ส. ออกไป เป็นสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ 5 เสือกกต. ยังมีการเตรียมเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 1 จังหวัดสุราษฎร์ธานี แทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ลาออกเพราะพิษหุ้น โดยการเลือกตั้งซ่อมจะมีขึ้นวันที่ 30 สิงหาคมนี้ คาดว่านายวิสุทธิ์จะได้ดูแลงานด้านการมีส่วนร่วม ต่อจาก นายสุเมธ อดีตกกต. ที่พ้นวาระไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ กกต.ใหม่หนึ่งเดียว ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ กับ กกต.อีก 4 คน ที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ว่า จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของ กกต. หรือไม่

รวมทั้งมีท่าทีจาก นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง และนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านกิจการสอบสวนสอบสวน โดยเสนอให้มีการปรับโครงสร้าง กกต. ใหม่ให้มีความคล่องตัว ในรูปของบอร์ดคอยพิจารณาเรื่องต่างๆ เพราะปัจจุบัน กกต.ต้องทำหน้าที่ทั้งพิจารณาการเลือกตั้ง ควบคุมหน่วยงาน ดูแลงานธุรการ

ก่อนหน้านี้นายอภิชาต ประธาน กกต. เคยชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้ กกต.ทั้ง 4 คน คือ นายอภิชาต นายประพันธ์ นัยโกวิท นางสดศรี สัตยธรรม นายสมชัย จึงประเสริฐ ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ เนื่องจากขณะที่ผ่านกระบวนการสรรหาแล้ว ในระหว่างรอโปรดเกล้าฯ เกิดการปฏิวัติก่อน แต่ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ)ได้มีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ และตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลา 2 ปี 7 เดือนการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ขณะที่ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. กล่าวเช่นเดียวกันว่า กกต. ชุดปัจจุบันได้รับการสรรหามาโดยศาลฎีกา การที่คณะคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ยกเลิกรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ยกเลิกการสรรหา ดังนั้น กกต.ชุดนี้จึงไม่ใช่ของปลอม

เมื่อย้อนไปตรวจสอบที่มาของ กกต. ชุดปัจจุบันพบว่าหลัง กกต. ชุดที่ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ พ้นจากตำแหน่ง ได้มีกระบวนการสรรหา กกต. ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ โดยผ่านการสรรหาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ตาม มาตรา 138(2) หรือ (3) และเข้าสู่การคัดเลือกของที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2549 ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ

ในระหว่างนั้น คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ทำรัฐประหาร ในวันที่ 19 กันยายน 2549 แม้จะเป็นช่วงที่มีการทำรัฐประหาร แต่ กกต. ก็ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 และมีมติเลือก นายอภิชาต เป็นประธาน กกต. ตามมาตรา 138 (5) และให้เสนอชื่อให้ประธานวุฒิสภา นำขึ้นทูลเกล้าฯ

ถึงแม้การปฏิบัติหน้าที่ ของ กกต. ชุดปัจจุบัน จะเป็นไปตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 13 แต่ประกาศฉบับดังกล่าว มีผลสมบูรณ์ที่สามารถบังคับใช้ตามกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้น คณะปฏิรูปการปกครองฯมีอำนาจเด็ดขาดเพียงผู้เดียว ประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฯ จึงมีผลเป็นกฎหมายใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ

และเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. มีความชัดเจนตามอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2551 คณะปฏิรูปการปกครองฯจึงมีประกาศฉบับที่ 26 รองรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มอีก 1 ฉบับ

ส่วนกรณี นายวิสุทธิ์ ที่เพิ่งผ่านกระบวนการสรรหา จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต่อจากนายสุเมธ โดยจะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อครบ 7 ปี พร้อม กกต. อีก 4 คน ( กกต.ชุดปัจจุบัน เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 20 กันยายน 2549 ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 2 ปี 9 เดือน จะครบวาระ 7 ปี วันที่ 20 กันยายน 2556)

ทั้งนี้นายวิสุทธิ์ เคยเป็นอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีต กกต. ชุดแรก ที่มีนายธีรศักดิ์ กรรณสูต เป็นประธาน และครั้งนี้นายวิสุทธิ์ เป็นกกต. ที่ได้รับการเลือกให้เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่ง กกต. จากผู้ลงสมัครทั้งสิ้น 14 ราย

เป็นคนเดียว ใน 5 กกต. ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ตามมาตรา 229 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและเป็นคนเดียวที่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งกกต.อีกครั้งหนึ่ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล