เบสท์ โอเชี่ยนฝ่าวงการอสังหาฯ ขายบ้านแถมที่จอดเครื่อบินเล็ก

เบสท์ โอเชี่ยนฝ่าวงการอสังหาฯ ขายบ้านแถมที่จอดเครื่อบินเล็ก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เบสท์ โอเชี่ยน เดินหน้าขายบ้านพร้อมลานจอดเครื่องบินเล็กหลังละ 30 ล้านบาท เผยจองแล้ว 5 หลัง ประเดิมเฟสแรกก่อนพัฒนาเต็มรูปแบบภายใน 5 ปีด้วยงบลงทุน4-5 พันล้าน ในเนื้อที่ 2,700 ไร่ ชูจุดขายไร้คู่แข่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งสนามบินส่วนตัว สนามกอล์ฟ 3 สนาม บ้านพัก คอนโดฯ โรงแรมหรู สปอร์ตคอมเพล็กซ์ยักษ์ เล็งทาบมือบริหารระดับโลกมาดำเนินการ ตั้งเป้าขายต่างชาติ 40 %

นายสิทธิชัย เจริญขจรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เบสท์ โอเชี่ยน กอล์ฟ จำกัด เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว แต่ก็เดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ โครงการ เบสท์ โอเชี่ยน ซิตี้ ต่อไป ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย เนื่องจากจะเป็นโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบวงจร

ประกอบด้วย สนามบินเล็กส่วนตัว โครงการสนามกอล์ฟ 18 หลุม 3 สนามระดับเวิลด์คลาส ทะเลสาบขนาด 200 ไร่ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ครบวงจรมีกีฬาทุกประเภท ทั้งทางน้ำและ

ในร่ม โรงแรมห้าดาว คอนโดมิเนียมแนวราบ รีสอร์ต โรงแรม และบ้านจัดสรรรวม 1 พันยูนิต

โครงการระยะแรกคือการสร้างสนามบินเล็กมีรันเวย์ยาว 800 เมตรพร้อมหอบังคับการบิน โรงซ่อมบำรุง ขณะนี้ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางอากาศแล้วและก่อสร้างเสร็จไป 95 %ใช้เงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาทพร้อมบ้านพักอาศัยที่มีลานจอดเครื่องบินส่วนตัวหน้าบ้าน ซึ่งเริ่มต้น 32 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท สำหรับบ้านที่ตั้งอยู่ในขนาดเนื้อที่ 677 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ

แม้เศรษฐกิจไม่ดีแต่เราก็ต้องเดินหน้าก่อสร้างเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเห็นว่าทำจริง และขณะนี้มีการจองเข้ามา 5 ยูนิตแล้ว โดยกลุ่มเป้าหมายมุ่งไปยังผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ รักในกีฬาการบิน มีเครื่องบินอยู่แล้ว หรือกลุ่มนักบิน ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มของคนที่จะหันมาให้ความสนใจด้านการบินสูงมากเพราะมีโรงเรียนสอนการบินเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงบริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องการซื้อไว้เพื่อรองรับลูกค้าวีไอพี ทั้งที่พักและเครื่องบินส่วนตัว ที่สามารถเดินทางได้สะดวกประหยัดเวลาและตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ

นายสิทธิชัย กล่าวว่า โครงการลักษณะนี้เชื่อว่าไม่มีใครทำได้แน่นอน หรือทำได้ก็ไม่มีขนาดใหญ่ ครบวงจรและอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ จึงถือว่าเป็นจุดได้เปรียบของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินเล็กส่วนตัว ศูนย์กีฬาทางน้ำ สนามกอล์ฟที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันถึง 3 สนาม เพื่อให้ผู้ใช้บริการเปลี่ยนบรรยากาศและไม่เกิดความเบื่อหน่าย นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการสร้างบ้านกลีบดอกไม้ บริเวณรอบๆ ทะเลสาบ รูปแบบคล้ายกับโครงการ ปาล์มจูบิร่า ที่ดูไบ เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติเต็มที่ และตามแนวคิดของที่อยู่อาศัยในโครงการนี้ต้องการสร้างให้มีบรรยากาศเป็นรีสอร์ตในเมือง เพราะสถานที่ตั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯโดยตั้งอยู่ในพื้นที่ 2,700 ไร่ ใช้เวลาพัฒนา 5 ปี ใช้งบประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ในส่วนของสนามกอล์ฟจะขายสมาชิกสนามละ 1,200 คนรวม 3 สนามก็ร่วม 3,000-3,500 คน ในราคา 2.5-3 ล้านบาท แต่จะเป็นลักษณะเหมือนการร่วมทุน โดยเป็นการยืมเงินสมาชิกมาลงทุนแล้วทยอยคืนให้ภายหลัง ในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งช่วงนั้นก็ได้ใช้สิทธิพิเศษมากมาย เรียกว่าคุ้มกว่าการนำเงินไปฝากธนาคารและดีกว่าตรงที่มูลค่าไม่ลด ซึ่งรูปแบบนั้นกำลังศึกษาในรายละเอียด

โดยกำลังทาบทาม ผู้บริหารระดับโลกเข้าเป็นที่ปรึกษาและบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของสนามกอล์ฟ โรงแรม คอนโดมิเนียม แนวราบที่จะขายในลักษณะไทม์แชริ่งและบ้านเดี่ยวที่คาดว่าราคาจะอยู่ที่ 10 ล้านบาทขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายเป็นต่างประเทศ ทั้งจาก สิงคโปร์ จีน ส่วนนักกอล์ฟนั้นมองไปที่ตลาด เกาหลี ญี่ปุ่น ที่นิยมเดินทางเข้ามาเล่นกอล์ฟในเมืองไทย เนื่องจากเล่นได้ทั้งปี ไม่มีหิมะที่เป็นอุปสรรค โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็นต่างชาติ 30-40 %

นายสิทธิชัย ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีที่ดินอีก 200 ไร่บริเวณถนนบางนา-ตราด ซึ่งตามแผนพัฒนาเป็นโครงการ ศูนย์กระจายสินค้าไทย ครบวงจร แบบวันสต็อปเซอร์วิส ทั้งสินค้า

โอท็อป สินค้าเกษตร แฟชั่น ของชำร่วย จิวเวลรี สินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกทั่วประเทศ อาหาร ฯลฯ นำมาแสดงให้ต่างชาติเข้ามาซื้อ ได้สะดวก โดยไม่ต้องออกไปหาลูกค้าในต่างประเทศ

ในลักษณะของการขายส่ง มีบริการเปิดแอล/ซี ระบบโลจิติกส์ แต่ขณะนี้ ต้องรอดูภาวะเศรษฐกิจและสถาบันการเงินที่จะให้การสนับสนุน

สำหรับเบสท์กรุ๊ป เคยทำโครงการบ้านจัดสรรชื่อ สุวรรณภูมิ ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่วนธุรกิจหลักก่อนหน้านั้นทำด้าน เคมีภัณฑ์นำเข้าและผลิตขาย ทำธุรกิจ โลจิติกส์ สร้างคลังสินค้า ส่วนโครงการ เบสท์ โอเชี่ยน ซิตี้ ตั้งอยู่ในเนื้อที่ 2,700 ไร่ บริเวณ ถนนพระราม 2 กม.ที่ 20 จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งจะใช้งบประมาณในราว 4,000-5,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา 5 ปีในการดำเนินการ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล