CASIO VINTAGE POP-UP โชว์นาฬิกาและไลฟ์สไตล์ที่ผู้ชายรักดีไซน์ต้องแวะ

ถ้าพูดถึงไอเท็มที่ผู้ชายหลายคนใช้บอกตัวตนโดยไม่ต้องพูดเยอะ “นาฬิกา” น่าจะอยู่ในลิสต์ต้น ๆ เพราะมันไม่ใช่แค่ของใช้สำหรับดูเวลา แต่ยังบอกสไตล์ ความชอบ และคาแรกเตอร์ของคนใส่ได้ดีไม่แพ้รองเท้าหรือแว่นตา
และถ้าคุณเป็นคนที่ชอบนาฬิกาทรงวินเทจ ชอบบรรยากาศเมืองเก่า ชอบงานดีไซน์ หรืออยากหาที่เดินเล่นถ่ายรูปช่วงสุดสัปดาห์ งาน CASIO VINTAGE POP-UP at Vanich House ที่ย่านตลาดน้อย คืออีกหนึ่งจุดหมายที่น่าปักหมุดไว้ในลิสต์
ครั้งนี้ Casio เลือกใช้ Vanich House บ้านเก่าสุดคลาสสิกใจกลางตลาดน้อย มาแปลงโฉมเป็นพื้นที่ป๊อปอัพที่รวมทั้งนาฬิกา แฟชั่น งานดีไซน์ เวิร์กชอป ดนตรี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้บรรยากาศวินเทจที่เข้ากับย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว
แนวคิดการจัดงานนี้
CASIO VINTAGE POP-UP at Vanich House คืออีเวนต์ป๊อปอัพของ Casio ที่จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของนาฬิกา CASIO VINTAGE และ G-SHOCK ผ่านประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่การวางสินค้าให้ดูหรือให้ลองใส่เท่านั้น
งานนี้ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนคอมมูนิตี้ชั่วคราวของคนรักนาฬิกา แฟชั่น งานสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ โดยจัดต่อเนื่องยาวถึง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 – 20 กันยายน 2569 ณ Vanich House ย่านตลาดน้อย
ทำไมต้องเป็นตลาดน้อย?
เสน่ห์ของงานนี้เริ่มตั้งแต่โลเคชัน เพราะตลาดน้อยไม่ใช่แค่ย่านเก่าแก่ที่มีตึกสวยและมุมถ่ายรูปเยอะ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องเล่า มีวัฒนธรรม และมีความเท่แบบไม่ต้องพยายามมาก
การนำ CASIO VINTAGE มาอยู่ในย่านนี้จึงให้ความรู้สึกเข้ากันพอดี เพราะตัวแบรนด์เองก็มีเสน่ห์จากดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา หลายรุ่นเป็นนาฬิกาที่คนรุ่นก่อนคุ้นตา แต่กลับยังดูดีบนข้อมือคนรุ่นใหม่ในวันนี้


จุดเริ่มที่บ้านเก่ากลายเป็นพื้นที่ของสายวินเทจ
เมื่อเข้ามาที่ Vanich House สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือบรรยากาศของบ้านเก่าที่ถูกเล่าใหม่ผ่านงานป๊อปอัพแบบร่วมสมัย พื้นที่ไม่ได้ถูกทำให้เป็นโชว์รูมขายของแบบตรงไปตรงมา แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในบ้านของคนรักดีไซน์ที่มีเรื่องราวของเวลาอยู่ทุกมุม
สำหรับผู้ชายที่ชอบแต่งตัว งานนี้เดินสนุกมาก เพราะนาฬิกา CASIO VINTAGE เป็นไอเท็มที่แมตช์ง่าย ใส่ได้ตั้งแต่ลุคเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไปจนถึงเสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ก หรือแจ็กเก็ตตัวโปรด

Mini Exhibition จุดแรกที่ควรแวะสำหรับคนรักนาฬิกา
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ Mini Exhibition ที่รวบรวมเรื่องราวของนวัตกรรมและดีไซน์ของนาฬิกา CASIO และ G-SHOCK ซึ่งสร้างชื่อมาตั้งแต่ยุค 70s
ในโซนนี้ผู้เข้าชมจะได้เห็นนาฬิการุ่นไอคอนิก รุ่นยอดนิยม และรุ่นลิมิเต็ดที่หาชมได้ยาก เช่น G-SHOCK 2100, CASIO AE-158 และรุ่นเด่นอื่น ๆ ที่จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนรุ่นจัดแสดงตลอดระยะเวลา 3 เดือน
จุดนี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากรู้ว่าทำไม Casio ถึงเป็นมากกว่านาฬิการาคาเข้าถึงง่าย เพราะหลายรุ่นมีทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และความทนทานที่ทำให้มันกลายเป็นไอเท็มคลาสสิกจริง ๆ


CASIO VINTAGE เสน่ห์ของนาฬิกาที่ไม่ต้องใหม่ที่สุด แต่ยังดูดีเสมอ
ความน่าสนใจของ CASIO VINTAGE คือการเป็นนาฬิกาที่ไม่ต้องพยายามทำตัวล้ำเกินไป แต่ยังมีเสน่ห์ทุกครั้งที่หยิบมาใส่ รูปทรงเหลี่ยม หน้าปัดดิจิทัล ตัวเรือนโลหะ หรือโทนสีที่คุ้นตา ล้วนทำให้มันเป็นไอเท็มที่ใส่ง่ายและไม่ตกยุค
สำหรับผู้ชายที่ไม่อยากใส่นาฬิกาหรูจนดูจริงจังเกินไป แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้ข้อมือโล่ง CASIO VINTAGE เป็นตัวเลือกที่กำลังดี เพราะมันให้ทั้งความเท่ ความเรียบ และกลิ่นอายยุคเก่าแบบที่เข้ากับแฟชั่นปัจจุบันได้ง่าย
G-SHOCK สำหรับผู้ชายที่ชอบความแข็งแรงและฟังก์ชัน
อีกฝั่งหนึ่งของงานคือเสน่ห์ของ G-SHOCK ที่ยังคงชัดเจนในเรื่องความแข็งแกร่ง ความทนทาน และภาพลักษณ์สายลุย
ถ้า CASIO VINTAGE คือความเท่แบบเรียบง่าย G-SHOCK ก็คือความเท่แบบพร้อมใช้งานจริง เหมาะกับคนที่ต้องการนาฬิกาที่ใส่ได้ทุกวัน ไม่ต้องระวังมาก และยังเข้ากับลุคสตรีทหรือเอาต์ดอร์ได้ดี

Weekend Market เดินช้อปของดีไซน์ทุกสุดสัปดาห์
นอกจากโซนนาฬิกาแล้ว งานนี้ยังมี Weekend Market ตลาดนัดสุดสัปดาห์ที่รวมร้านค้าและแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน
สิ่งที่ทำให้น่าสนใจคือร้านค้าจะปรับเปลี่ยนไปตามธีมในแต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ งานดีไซน์ ไปจนถึงไอเท็มสร้างสรรค์ต่าง ๆ ทำให้การไปงานนี้มากกว่าหนึ่งครั้งอาจได้ประสบการณ์ไม่ซ้ำกัน
สำหรับผู้ชายที่ชอบของมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแอคเซสซอรี ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า หรือของดีไซน์เล็ก ๆ งานนี้เป็นอีกพื้นที่ที่เดินเพลินและมีโอกาสเจอของที่ไม่เหมือนร้านทั่วไป


Exclusive Workshops ทุกวันเสาร์ เติมทักษะใหม่ให้วันหยุด
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ Exclusive Workshops ที่จัดทุกวันเสาร์ เวลา 16.00 – 17.00 น. โดยมีหัวข้อที่หลากหลายและค่อนข้างเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ชายยุคใหม่
กิจกรรมที่ระบุไว้มีทั้ง Wine Tasting Workshop, การเรียนรู้การเล่นคีย์บอร์ด, Sketching Workshop และเวิร์กชอปการเซ็ตทรงผม
พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่งานที่ไปเดินดูของอย่างเดียว แต่ยังมีอะไรให้ลองทำ ลองเรียนรู้ และได้แรงบันดาลใจกลับไปด้วย เหมาะกับคนที่อยากใช้วันหยุดให้มีอะไรมากกว่าการเดินห้างตามปกติ
DJ Station ช่วงเย็นวันเสาร์ เพิ่มบรรยากาศให้เดินงานสนุกขึ้น
หลังเวิร์กชอปในวันเสาร์ งานยังต่อด้วย DJ Station เวลา 17.00 – 18.00 น. ที่มีดีเจมาร่วมเปิดแผ่น เติมบรรยากาศให้พื้นที่ดูสนุกและผ่อนคลายมากขึ้น
จุดนี้เหมาะกับการนั่งพัก จิบเครื่องดื่ม คุยกับเพื่อน หรือใช้เวลาซึมซับบรรยากาศตลาดน้อยช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่แสงสวยและถ่ายรูปออกมาดีมาก
Special Menu by Vanich House กินดื่มให้เข้ากับคาแรกเตอร์งาน
งานนี้ไม่ได้มีแค่นาฬิกาและกิจกรรม แต่ยังมี Special Menu by Vanich House ทั้งขนมและเครื่องดื่มที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับงานนี้
ความน่าสนใจคือเมนูพิเศษเหล่านี้ถูกออกแบบให้สื่อถึงคาแรกเตอร์ของแบรนด์ผ่านรสชาติและประสบการณ์ เหมาะกับคนที่อยากมางานแบบไม่รีบ เดินดูนิทรรศการเสร็จแล้วนั่งพักต่อได้
CASIO Rally Stamp เดินสำรวจตลาดน้อยแบบมีภารกิจ
อีกกิจกรรมที่ทำให้งานนี้เชื่อมกับย่านตลาดน้อยได้ดีคือ CASIO Rally Stamp ที่ชวนผู้เข้าร่วมออกเดินสำรวจแลนด์มาร์กและจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในย่าน
ผู้เข้าร่วมสามารถสะสมตราประทับเพื่อนำไปแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษจาก CASIO VINTAGE รวมถึงรับส่วนลดสำหรับเมนูขนมและเครื่องดื่มภายใน Vanich House
กิจกรรมนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินเมือง ถ่ายรูป และอยากรู้จักตลาดน้อยในมุมที่มากกว่าการมาเช็กอินเฉย ๆ เพราะมันทำให้งานป๊อปอัพไม่ได้จบอยู่ในสถานที่เดียว แต่พาคนออกไปสัมผัสย่านรอบ ๆ ด้วย
ไปงานนี้ควรแต่งตัวยังไง?
ถ้าอยากให้เข้ากับบรรยากาศของงาน Sanook Men แนะนำลุคง่าย ๆ ที่ดูดีโดยไม่ต้องแต่งเยอะ เช่น เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงยีนส์ทรงดี, เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงชิโน, แจ็กเก็ตบาง ๆ กับสนีกเกอร์ หรือเสื้อโปโลเรียบ ๆ ที่แมตช์กับนาฬิกาทรงวินเทจ
ไอเท็มสำคัญคืออย่าลืมนาฬิกาที่เข้ากับลุค ถ้าเป็น CASIO VINTAGE ตัวเรือนเงินจะช่วยให้ลุคดูคลีนและมีความย้อนยุคเล็ก ๆ ส่วน G-SHOCK จะเหมาะกับลุคสตรีท สปอร์ต หรือสายลุยมากกว่า

มุมถ่ายรูปมีเยอะ เหมาะกับคนชอบคอนเทนต์
Vanich House และย่านตลาดน้อยมีข้อได้เปรียบเรื่องบรรยากาศอยู่แล้ว ทั้งสถาปัตยกรรมเก่า ผนังบ้าน โครงสร้างไม้ แสงธรรมชาติ และรายละเอียดของชุมชนที่หาไม่ได้จากสถานที่ใหม่ ๆ
เมื่อนำมารวมกับคาแรกเตอร์ของ CASIO VINTAGE งานนี้จึงเหมาะมากสำหรับการถ่ายรูปลงโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นภาพนาฬิกาบนข้อมือ ภาพแฟชั่นเต็มตัว หรือภาพบรรยากาศเดินเมืองแบบสบาย ๆ
ปิดท้ายก่อนจาก
CASIO VINTAGE POP-UP at Vanich House เป็นงานที่น่าสนใจสำหรับผู้ชายที่ชอบนาฬิกา แฟชั่น งานดีไซน์ และบรรยากาศเมืองเก่า เพราะงานนี้ไม่ได้ขายความวินเทจแบบผิวเผิน แต่พยายามเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับชุมชนและไลฟ์สไตล์อย่างเป็นธรรมชาติ
การได้เดินดูนาฬิกาไอคอนิกของ CASIO และ G-SHOCK ภายในบ้านเก่ากลางตลาดน้อย ต่อด้วยเวิร์กชอป ดนตรี ตลาดนัดสุดสัปดาห์ เมนูพิเศษ และกิจกรรม Rally Stamp ทำให้งานนี้เหมาะกับการใช้เวลาช่วงบ่ายถึงเย็นของวันหยุดได้แบบครบอารมณ์
ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวในกรุงเทพฯ ที่มีทั้งสไตล์ เรื่องราว และมุมถ่ายรูป งานนี้คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ควรลองไปเดินสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่เชื่อว่านาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่เป็นหนึ่งในไอเท็มที่บอกตัวตนของผู้ชายได้ดีที่สุดชิ้นหนึ่ง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



