7 วิธี “เพิ่มพลังสมอง” ก่อนทำงาน

7 วิธี “เพิ่มพลังสมอง” ก่อนทำงาน
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

หากอยากให้การทำงานในแต่ละวันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลองเพิ่มพลังให้กับสมองในช่วงเช้าก่อนไปทำงานด้วย 7 วิธีนี้ ซึ่งล้วนเป็นวิธีที่มีผลการการศึกษาและงานวิจัยรับรองมาแล้วว่าได้ผลจริง!

อ่านหนังสือ
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นความคิดความอ่านของรา ก็คือการอ่านหนังสือนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือแบบเป็นเล่ม ๆ หรืออ่านบทความออนไลน์ ซึ่งศัลยแพทย์ทางระบบประสาทแนะนำว่าการเพิ่มอาหารให้กับสมองด้วยข้อมูลใหม่ ๆ ถือว่ามีความสำคัญทั้งต่อสุขภาพกายและใจ โดยการอ่านหนังสือในตอนเช้าจะช่วยให้มีสมาธิและรู้สึกสงบได้ด้วย

ออกกำลังกาย
อย่างที่ทราบกันดีว่าการออกกำลังกายช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจได้ แต่การออกกำลังกายก่อนไปทำงานจะช่วยกระตุ้นสมองของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะไปช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเคมีหรือสารสื่อประสาทที่สำคัญออกมา อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายสูบฉีดโลหิตและออกซิเจนไปยังสมอง ทำให้เนื้อสมองสีเทา (Grey Matter) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและความจำที่ดีขึ้นด้วย

ทำสมาธิ
การทำสมาธิช่วยทำให้เราจดจ่อหรือโฟกัสในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้ด้วย โดยมีผลการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่าผลจากการทำสมาธิทำให้ปริมาณเซลล์สมองส่วนของความกลัวที่เรียกว่า Amygdala  มีปริมาณที่ลดลง ซึ่งคนที่ทำสมาธิหรือนั่งสมาธิบ่อย ๆ จะมีผลพลอยได้ในเรื่องความจำด้วย เพราะจะสามารถรำลึกข้อมูลต่าง ๆ ในสมองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ฟังเพลงคลาสสิก
การฟังดนตรีที่มีความละมุน นุ่มนวล และผ่อนคลายของ Mozart และ Beethoven สามารถส่งผลต่อสมองและความ Productive ได้ ถึงขนาดที่มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งอ้างอิงถึง “Mozart effect” หรือผลกระทบจากการฟังเพลงคลาสสิกของ Mozart ว่าช่วยเพิ่มความสามารถเกี่ยวกับการคิดแบบ Long-term หรือระยะยาวได้ ซึ่งการฟังเพลงคลาสสิกในขณะที่แต่งตัวในตอนเช้า หรือระหว่างออกกำลังกาย ส่งผลดีต่อการทำงานของสมองในความรับรู้และความเข้าใจ อีกทั้งยังทำให้มีสมาธิ และยังช่วยให้พูดจาได้คล่องแคล่ว ไม่ติดขัดด้วย

เล่นเกมฝึกสมอง
การเล่นฝึกสมอง อาทิ ซูโดกุ หรือเกมความจำต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มพลังสมองและการเชื่อมต่อของระบะประสาทใหม่ ๆ ได้ เพราะสมองได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ สิ่งสำคัญคือการกระตุ้นให้สมองได้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา เล่นเกมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น หรือเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นๆ เพื่อไม่ให้จำเจ โดยหาเวลาเล่นเกมเพียงไม่กี่นาทีในทุกวัน เพื่อจะได้ฝึกทักษะที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน

เขียนสิ่งที่อยากขอบคุณ
แม้อาจจะดูเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออยู่สักหน่อย แต่รู้หรือไม่ว่ามีการพิสูจน์ทางหลักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วว่าการที่เราให้ความสนใจกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวและรู้สึกขอบคุณในเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง สามารถส่งผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้นจริง ๆ โดยมีผลการศึกษาที่ให้อาสาสมัครเขียนขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ให้ได้  5 เรื่องทุกวัน ซึ่งปรากฏว่าทุกคนต่างสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเกิดขึ้นกับตนเอง ภายในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ โดยรู้สึกว่าตนเองมองโลกในแง่ดีขึ้น มีสุขภาพดีขึ้น และมีพัฒนาการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้มากขึ้น รวมถึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและทำตนมีประโยชน์กับผู้อื่นมากขึ้นด้วย

นอนหลับให้เพียงพอ
การนอนหลับให้เพียงพอถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยมีการพิสูจน์มาแล้วจากผลการศึกษาจำนวนมากที่ระบุตรงกันว่าส่งผลต่อระบบความจำ เพราะการนอนส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของสมองในการควบคุมทั้งพฤติกรรมและการเรียนรู้ของเรา จึงควรให้ความสำคัญกับการนอนให้เป็นเวลาและเพียงพอ แม้กระทั่งวันหยุดก็ไม่ควรให้เวลานอนต่างไปจากเดิมมากนัก รวมถึงสภาพห้องนอนก็ควรจะมืดสนิท และมีอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย