H&M ลงทุน 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลก

H&M ลงทุน 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลก
S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบันมีมาตรฐานการตรวจสอบเพื่อรับรองว่าฝ้ายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลวัสดุต่าง ๆ กำลังเพิ่มขึ้นและกระบวนการในห่วงโซ่คุณค่าได้รับการพัฒนา แต่แค่นั้นยังไม่พอ เราต้องมองภาพรวมทั้งระบบและพิจารณาถึงวิธีการเปลี่ยนแปลงจากรากฐานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ด้วยความมุ่งมั่นหาทางออกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่น มูลนิธิไม่แสวงผลกำไรของ H&M และสถาบันวิจัยอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มฮ่องกง (Hong Kong Research Institute of Textiles and Apparel: HKRITA) จึงขยายความร่วมมือกันต่อไปอีก 5 ปี ในโครงการใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Planet First ซึ่งได้เริ่มทำการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแล้ว

โครงการ Planet First มีเป้าหมายในการมองหาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อโลก โดยนอกจากการพิจารณาเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนและการลดโลกร้อนแล้ว ยังคำนึงถึงทุกแง่มุมของระบบต่าง ๆ ตามธรรมชาติที่จะช่วยส่งเสริมการดำรงอยู่ของโลกอีกด้วย และสิ่งที่ทั่วโลกมีเหมือนกันก็คือทรัพยากรธรรมชาติซึ่งทุกคนต่างต้องพึ่งพาเพื่อความอยู่รอด พัฒนา และเติบโต ทรัพยากรเหล่านี้ประกอบไปด้วยดิน น้ำ มหาสมุทร สภาพอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ทุกสิ่งล้วนส่งผลกระทบซึ่งกันและกันจึงต้องจัดการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กัน โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือกันก่อนหน้านี้ระหว่างมูลนิธิของ H&M  และ HKRITA ที่ชื่อว่า Recycling Revolution (2559-2562)

มูลนิธิ H&M ได้บริจาคเงินไปแล้วกว่า 100 โครนาสวีเดน (ประมาณ 12 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) นอกจากนี้กองทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลฮ่องกงได้มอบทุนสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งนี้เนื่องจากการบริจาคเงินของมูลนิธิ H&M นั้นเป็นไปตามระบบการมอบทุนที่กำหนดไว้ ส่งผลให้โครงการนี้มีงบประมาณราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีของการดำเนินงาน

เอ็ดวิน เคฮ์ (Edwin Keh) ซีอีโอของ HKRITA กล่าวว่า "ความร่วมมือระหว่างเราและมูลนิธิ H&M นั้นเน้นเรื่องความรวดเร็ว ความสามารถในการขยายผล และส่งผลเชิงบวกต่อโลกได้ เป้าหมายของเราคือมองหาเทคโนโลยีและทางเลือกใหม่ ๆ ที่เราจะสามารถแบ่งปันให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการค้นพบนวัตกรรมใหม่ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้”  

โครงการภายใต้ Planet First

หนึ่งในโครงการใหม่ภายใต้การดำเนินงานของ Planet First เป็นผลงานต่อเนื่องมาจากโครงการ Green Machine ที่พัฒนาขึ้นในปี 2561 โดย HKRITA และมูลนิธิ H&M โดยเครื่อง Green Machine สามารถสร้างผงเส้นใยที่สะอาดและปราศจากสารพิษได้ ทีมวิจัยได้ร่วมกับ Daiwabo Rayon ผู้ผลิตเส้นใยในญี่ปุ่น เพื่อหาวิธีนำเทคโนโลยีนี้มาผลิตเสื้อผ้า และด้วยความบังเอิญทำให้พบว่าผงชนิดนี้มีความสามารถในการดูดซับความชื้นและน่าจะนำมาใช้ในการเกษตรได้ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับ Shahi ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ที่สุดในอินเดีย ในโครงการนำร่องร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายอีกด้วย

อนันต์ อาห์ฮูยา (Anant Ahuja) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาองค์กรของ Shahi Exports กล่าวว่า "ในโครงการนำร่องกับ Shahi ที่อินเดีย เราพบว่าผงเส้นใยของ HKRITA มีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นสูง และสามารถเพิ่มผลผลิตการเก็บเกี่ยวฝ้ายได้มากถึง 20% เราเชื่อว่าเป็นเพราะผงชนิดนี้ช่วยเก็บกักน้ำไว้ในต้นฝ้ายแม้ในสภาพอากาศที่ขาดน้ำมาก พบว่าฝ้ายที่ปลูกด้วยวิธีนี้มีคุณภาพดีกว่า เส้นใยมีความแข็งแรงและยาวกว่า ทำให้เกษตรกรขายฝ้ายได้ราคาดีขึ้น ในฤดูใบไม้ผลิปี 2564 เราคาดว่าจะขยายการทดสอบให้กว้างขึ้น โดยเชื่อว่างานวิจัยนี้จะช่วยเกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายและยังเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยเพราะเป็นการนำเศษวัสดุสิ่งทอมาทำเป็นผงเส้นใยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้น้ำในการปลูกฝ้าย”

จะเป็นอย่างไรถ้าสิ่งทอช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ นี่เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่กำลังวิจัยอยู่และมีการผลิตต้นแบบสิ่งทอชนิดนี้ออกมาแล้ว ต่อไปในฐานะผู้บริโภค คุณอาจมีส่วนช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านี้

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างซึ่งเป็นโครงการภายใต้ Planet First คือโรงงานแบบเปิดแห่งแรกที่มีความพิเศษคือการเปิดโอกาสให้นวัตกร นักวิจัย เครือข่ายผู้ผลิต และแบรนด์ต่าง ๆ ได้มาพบปะพูดคุยกัน ทดสอบไอเดียใหม่ ๆ และพัฒนาให้เร็วยิ่งขึ้น โครงการนี้มีพันธมิตรร่วมกันช่วยหาแนวทางในการแก้ปัญหาที่นวัตกรมักต้องเผชิญ นั่นก็คือการเข้าถึงอุปกรณ์และอุตสาหกรรม โดยห้องทดลองนี้จะเปิดในฮ่องกง ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ในปี 2564 

เอริค แบง (Erik Bang) หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมของมูลนิธิ H&M กล่าวว่า "เรายังบอกไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลกมีลักษณะเป็นอย่างไรและยังไม่มีใครบอกได้ เป้าหมายที่มีคือทิศทางในการทำงาน ต้องอาศัยนวัตกรรมใหม่ๆ และการคิดนอกกรอบในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ในการขยายความร่วมมือกับ HKRITA ไปอีก 5 ปี นอกจากเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าแล้วยังถือว่าเป็นการก้าวกระโดดเพื่อค้นหาคำตอบ เราหวังว่าจะทำให้โครงการ Planet First สร้างการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมแฟชั่นได้"