5 สิ่งที่ควรเรียนรู้ในการอยู่กับ “เพื่อนร่วมงาน”

5 สิ่งที่ควรเรียนรู้ในการอยู่กับ “เพื่อนร่วมงาน”
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ใกล้จะหมดปีแล้ว หลายคนเริ่มคิดทบทวนในใจแล้วว่าในรอบปีที่ผ่านมาไปทำร้ายจิตใจใครทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจบ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะกับคนที่นั่งทำงานในออฟฟิศเดียวกัน เคยสังเกตไหมว่าภายใต้รอยยิ้มที่เขายิ้มให้ทุกเช้า เขากำลังฝืน หรือมันแฝงด้วยแววตารังเกียจหรือเปล่า

ดังนั้น เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกับคนที่ทำงานอย่างมีความสุข เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับเพื่อนร่วมงาน จะได้ทำงานกันสบายใจ และประสิทธิภาพการทำงานเลิศด้วย ไม่ต้องมานั่งเล่นสงครามประสาทกับใคร เพราะทั้งเขาและเราต้องพึ่งพาประโยชน์ของกันและกันไปอีกนาน

อย่าล้ำเส้น
ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน การล้ำเส้นกันและกันก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะทำ ขนาดเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ ก็ยังมีเส้นแบ่งกั้นชีวิตส่วนตัวเลย ยิ่งกับสังคมการทำงาน เราไม่มีทางรู้ได้ว่าเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั้นเขาคิดว่าเราเป็น “เพื่อน” เป็น “เพื่อนร่วมงาน” หรือเป็น “เพื่อนร่วมโลก” ถึงคำจะคล้ายกันแต่ความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น การที่จะอยู่กับเพื่อนร่วมงานได้อย่างสบายใจ ต้องรู้โซนที่ชัดเจนว่าเขาให้เราเข้าไปได้แค่ไหน อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีเรื่องผิดใจเพราะการล้ำความเป็นส่วนตัวซึ่งกันและกัน

อย่าหักหน้า
คงจะเคยได้ยินคำที่ว่า “เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้” ใช่ไหม นี่แหละถ้าคิดจะอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างสุขกายสบายใจ อย่าหักหน้าใครต่อหน้าธารกำนัลเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะได้มีคนอาฆาตไปตลอดชีวิตแน่ ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนว่าการพูดตรงกับการหักหน้านั้นไม่เหมือนกัน เพราะการหักหน้าคือการทำให้เขารู้สึกแย่หรืออับอาย รู้สึกด้อยค่า ลองคิดดูว่าถ้าเป็นตัวเราโดนบ้างจะรู้สึกยังไง หากมีอะไรที่ไม่เห็นด้วย ควรแยกตัวมาพูดกันดี ๆ หลังไมค์จะดีกว่า ดูเป็นมืออาชีพกว่าเยอะด้วย

ใจเขาใจเรา
เป็นเรื่องเบสิกด้วยซ้ำกับการอยู่ร่วมกับคนอื่น เพราะมันเป็นความฉลาดทางอารมณ์อย่างหนึ่งที่ควรต้องมี ซึ่งก็เหมือนกับการที่ไม่ชอบอะไรก็อย่าไปทำอย่างนั้นกับคนอื่น หรือถ้าอยากได้น้ำใจก็ควรต้องหยิบยื่นให้เขาก่อน แสดงความเป็นตัวเองได้ รักษาประโยชน์ของตัวเองได้ แต่อย่าให้มันมากไปจนกระทบกับคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ รู้จักเห็นใจผู้อื่น พยายามจะเข้าใจผู้อื่น เราจะดูเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารักขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว และยังอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุขขึ้นด้วย

แสดงความเป็นตัวเองอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ก็เพื่อสวัสดิภาพของตัวเราเอง การมั่นอกมั่นใจ มั่นหน้ามากเกินไป หรือเป็นตัวของตัวเองจนคนอื่นอึดอัด เขาจะพาลหมั่นไส้หรือรำคาญเอาได้ ที่สำคัญมันยังแสดงถึงความเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง แบบนี้เพื่อนร่วมงานไม่มีใครปลื้มหรอก ฉะนั้นแล้ว จะทำอะไรต้องรู้จังหวะ อะไรที่เบาได้ก็เบา แต่ก็ไม่ใช่ตามน้ำกับเขาไปหมดทุกเรื่องจนหาจุดยืนไม่ได้ มีมิตรดีกว่ามีศัตรู แล้วเราจะทำงานได้อย่างสบายใจ สามารถพึ่งพาคนอื่นได้ตามสมควร ไม่ต้องโดดเดี่ยวภายใต้คำนินทาของคนอื่น

อย่าทำให้ใครเหมือนเป็นส่วนเกิน
หรือ “อคติ” นั่นแหละ การอยู่แบบคนไม่มีตัวตน ไม่มีจุดยืน นับเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดแล้วในความรู้สึกของมนุษย์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็โดนเมินตลอด มันบั่นทอนความรู้สึกและจิตใจมากเกินไป เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้บรรยากาศในการทำงานราบรื่น น่านั่งทำงานแล้วล่ะก็ อย่าพยายามทำให้ห้องทำงานเป็นหุบเขาน้ำแข็งด้วยการทำให้ใครรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนเกิน รู้สึกไม่สำคัญ ไม่มีคุณค่ากับทีม อย่างน้อยก็ฟังเขาเสียหน่อย ไม่ถูกใจค่อยคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่าโจมตีกันที่ตัวบุคคลด้วยอารมณ์