“งดเหล้าเข้าพรรษา” 3 เดือนเห็นผลอะไร?

“งดเหล้าเข้าพรรษา” 3 เดือนเห็นผลอะไร?
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ทุกวันเข้าพรรษาของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 6 กรกฎาคม และมีคำขวัญประจำปี 2563 ว่า “สุราพาคิดน้อย ด้อยความปลอดภัย”

ดังนั้น ในวันเข้าพรรษาจะไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันขาด เพราะถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 28 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันหรือเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยที่ผ่านมา เรามักเห็นการรณรงค์เรื่อง “งดเหล้าเข้าพรรษา” มาตลอด ซึ่งระยะเวลาตลอด 3 เดือนของช่วงเข้าพรรษา ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของผู้ที่คิดจะลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อยหากยังไม่สามารถเลิกได้อย่างเด็ดขาด แต่สามารถละได้ในช่วง 3 เดือนนี้ ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่น่าชื่นชมแล้ว

ทั้งนี้ จากการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2562” โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) พบว่ามีผู้สามารถงดเหล้าได้ตลอดเทศกาลเข้าพรรษา สูงถึงร้อยละ 31.0 ซึ่งถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง

หากดูจากการกลุ่มที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อปีที่ผ่านมา พบว่ามีร้อยละ 5 ที่ตั้งใจจะเลิกไปเลย โดยกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาช่วยให้ประเทศไทยลดปริมาณการดื่มลงได้

นอกจากนี้ กลุ่มที่ลด ละ เลิกดื่มในช่วงเข้าพรรษา ส่วนใหญ่ระบุว่ามีสุขภาพร่างกายดีขึ้น โดยมีครึ่งหนึ่งที่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยรายละ 1,284 บาท เมื่อประมาณการจำนวนเงินโดยรวมที่ประเทศประหยัดได้ในช่วงเข้าพรรษาจึงสูงถึง 8,251 ล้านบาท!

รู้หรือไม่? แค่ 3 เดือนที่ไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถฟื้นฟูอวัยวะสำคัญอย่างตับให้กลับมาดีขึ้นได้ เพราะเหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับตับ เนื่องจากแอลกอฮออล์ไปทำร้ายเซลล์ของตับ โดยไปกระตุ้นให้มีไขมันสะสมในตับ จึงทำให้ตับเกิดการอักเสบ

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะก่อให้เกิดการสะสมของพังผืดในตับ หากเกิดขึ้นในระยะยาวจะทำให้ตับแข็งได้ ส่งผลให้การทำงานของตับลดลง ตับวาย และนำไปสู่โรคมะเร็งตับในที่สุด  ยิ่งถ้าใครมีพาหะไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ที่มีความเสี่ยงต่อการแข็งของตับจากไวรัสอยู่แล้ว หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง เพราะโดยปกติแล้วตับเป็นอวัยวะที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หากมีการเว้นระยะหรืองดการดื่มแอลกอฮอล์ ตับก็จะฟื้นฟูตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งบ้านเรามีศูนยปรึกษาปัญหาสุรา ที่ให้บริการคำปรึกษาหลากหลายช่องทาง ทั้งอีเมล การส่งข้อความทาง inbox (เพจศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา Alcohol Help Center)  และโทรศัพท์สายด่วนเลิกเหล้า 1413

หากยังไม่สามารถเลิกได้อย่างเด็ดขาด แค่เริ่มจากการลด ละ การดื่มในช่วง 3 เดือนนี้ให้ได้ก่อน ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีและมองเห็นหนทางสำเร็จอยู่รำไรแล้ว

ข้อมูล : รพ.รามาธิบดี / สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า