Paul Smith กับแฟชั่นโชว์ประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2020 จากปารีส แฟชั่นวีค

Paul Smith กับแฟชั่นโชว์ประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2020 จากปารีส แฟชั่นวีค
S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

งานคอลลาจปะต่อสีสัน เนื้อสัมผัส และเนื้อผ้าต่าง ๆ ที่ Paul Smith ประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2020 ได้นำเอาแรงบันดาลใจจากการเดินทางในช่วงยุค 70 ของ Paul สู่ Downtown มหานครนิวยอร์ค

การได้เดินทางไปยังนิวยอร์คในช่วงปี 1970 ทำให้ Paul ได้สัมผัสกับสีสัน ความมีชีวิตชีวา และบรรยากาศของงานศิลปะที่แพร่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหง โดยในช่วงเวลานั้น แกลอรี่ต่าง ๆ อย่าง OK Harris, Pace และ Leo Castelli ต่างพากันย้ายตัวออกจากที่ตั้งในย่าน Upper East Side และได้เผยโฉมบนทำเลใหม่ที่เต็มไปด้วยความคึกคักของย่าน Downtown อันเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ให้ได้ปลดปล่อยแนวทางการสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดในสตูดิโอที่มีกลิ่นอายของโกดังเก็บสินค้า และยังสามารถเสาะหาวัสดุ อุปกรณ์จากร้าน Pearl Paint และร้านอุปกรณ์ เครื่องมือที่เรียงรายอยู่บนถนน Canal อีกด้วย

บนรันเวย์ครั้งนี้ ความสง่างามที่ดูเซอร์อย่างตั้งใจเผยตัวโดดเด่นกว่าอะไรทั้งหมด ลักษณะการแต่งกายของผู้คนที่เต็มไปด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ซึ่ง Paul เอง ได้พบเจอในระหว่างการท่องเที่ยวในนิวยอร์ค ที่เป็นแรงบันดาลใจทั้งหมดให้กับผลงานในคอลเลคชั่น ซึ่งช่วงเวลานั้น ชุดเทเลอร์สูทของศิลปินที่สามารถหยิบเอามาใส่ซ้อนกันให้ดูเข้าชุดแบบ ชุดเอี๊ยม รวมถึงการแสดงความเป็นตัวตนผ่านสไตล์ที่มาพร้อมกับการตีความของเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันอย่าง เสื้อแจ็คเก็ตโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่งหรือเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายคอตตอนแบบตัดเฉพาะตัว

งานตัดเย็บแบบเทเลอร์ได้ปรับเปลี่ยนไปจากอดีต รูปแบบการใช้งานและประโยชน์ใช้สอยคือหลักสำคัญ โดยชุดสูทจะมีความนุ่ม สวมใส่ได้ในบริบทของการตีความใหม่ ๆ การนำมาสวมใส่ได้จริงของกางเกงทรง tracksuit แบบผูกเชือกทำจากผ้าไนลอนสีเขียวเซจที่ดูย้อนแย้งกับเสื้อแจ็คเก็ตกระดุมเรียงสองแถวตัวโคร่งแบบโอเวอร์ไซส์ที่ตัดเย็บด้วยหนังแกะฟอกนิ่ม รวมถึงคู่สีที่ดูต่าง สำหรับผ้าไหมเย็บลายตารางควิลท์สองด้านถูกนำมาใช้ทั้งในงานเสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิง ลายทาง pinstripes มีให้เห็นบนงานผ้าฝ้ายคอตตอนแบบเนื้อด้านสำหรับเสื้อผ้าผู้หญิง และดูเงาบนเนื้อผ้าที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บที่มากกว่าสำหรับเสื้อผ้าผู้ชาย โดยภาพรวมแล้ว ชุดสูทจะนำมาใส่เป็นลักษณะของตัวโคร่งแบบลุคโอเวอร์ไซส์กับเสื้อแจ็คเก็ตที่มีความยาวมากกว่า ปกเสื้อที่กว้างขึ้น และทรงกางเกงเอวสูงขึ้น

สีสันสำหรับคอลเลคชั่นนี้ ได้รับอิทธิพลจากเฉดสีของงานศิลปะแบบ Pop Art ที่ตั้งต้นจากเฉดสีอ่อนแบบพาสเทลของ สีชมพูตุ่นและสีคาราเมล ไปจนถึงเฉดสีที่จัดจ้านขึ้นของสีเหลืองเข้มและสีน้ำเงินฟ้า ลายพิมพ์ภาพดอกไม้ที่เต็มไปด้วยแนวคิดแบบ DIY ที่ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับผู้คนที่ Paul ได้พบเจอในระหว่างการเดินทางของเขาในครั้งนั้น ความหวือหวาของลายกราฟฟิกรูปกระต่ายที่มาจากการดีไซน์โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ขึ้นใหม่ด้วยแนวทางของศิลปินแนวป็อป ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีถึงความชื่นชอบกระต่ายของ Paul เอง จึงได้มีการปรับโฉมใหม่ให้กับไอคอนอันเป็นสัญลักษณ์ของตัว Paul ในสไตล์งานศิลปะแบบ Pop Art

สำหรับแนวเพลงโมเดิร์น แจ๊ส ในแฟชั่นโชว์เป็นสิ่งสะท้อนความทรงจำของ Paul ถึงแนวเพลงลอฟท์ แจ๊ส เมื่อครั้งเดินทางข้ามฟากแอตแลนติก โดยได้นักดนตรีร่วมสมัยอย่าง Makaya McCraven มาร่วมกันรำลึกถึง Miles Davis นักร้อง นักดนตรีทรัมเป็ตชื่อดัง แต่ไม่ลืมที่จะริเริ่มสร้างสรรค์โดยใส่เสียงของแนวเพลงแจ๊สใหม่ ๆ เข้าไปด้วยเทคนิคแบบอนาล็อกเพื่อตัดต่อเพลงแต่ละเพลงเข้าด้วยกัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจิตวิญญาณของศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2020 ของ Paul Smith อย่างแท้จริง