ยืดหยุ่นกาย รักษาใจ ใช้ “โยคะ” รักษาซึมเศร้า ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

ยืดหยุ่นกาย รักษาใจ ใช้ “โยคะ” รักษาซึมเศร้า ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
เราสามารถทำให้ผู้อื่นมีความสุข มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตเราก็มีค่าบนโลกใบนี้ เราจะตายไปทำไม ทุกวันนี้พี่สอนโยคะฟรีอยู่ที่สวนโมกข์โดย อนุชิต มุรธาทิพย์

โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิต การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า คุณเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นได้โดยมีสาเหตุ เช่น การสูญเสีย ความผิดหวัง และเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุใดๆ ซึ่งในปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยการใช้ยา การรักษาทางจิตใจ หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน

สำหรับ คุณอนุชิต มุรธาทิพย์ เลือกรักษาทางจิตใจโดยใช้ โยคะ เป็นตัวช่วย จากสภาวะอ่อนแอทางอารมณ์ ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง โยคะจึงเป็นเสมือนยาชูกำลัง สร้างแรงผลักดันใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันเขามั่นใจมากขึ้น สุขภาพดีขึ้น จนปลายปีที่ผ่านมาได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ในผู้เข้ารอบ 12 คน สาขา Wellbeing ในแคมเปญ Fitness First New You Achievement Awards 2019 นอกจากนี้ยังเพิ่มพูนความรู้ พร้อมทั้งกำลังศึกษาหลักสูตร Yoga Alliance เพื่อก้าวไปเป็นครูสอนโยคะอย่างสมบูรณ์

ชีวิตที่มีแต่ปัญหาและอุดมไปด้วยความเครียด

หลายครั้งเราต้องเผชิญกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต จนบางครั้งมันกัดกร่อนจิตใจ ก่อตัวเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว อย่าง คุณอนุชิต ที่ในอดีตวัยเด็กถูกบังคับกับเรื่องต่างๆ ในชีวิตมากมาย ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่เส้นทางในชีวิตที่ถูกครอบครัวขีดเส้นไว้ให้เดิน ซ้ำร้ายยังต้องสูญเสียลูกสาวอายุเพียง 1 ขวบไป เขาใช้เวลาเยียวยาตัวเองนานนับปี จนภายหลังเลือกออกกำลังกาย เพิ่มพูนความสุขและเพิ่มคุณค่าในตัวเอง

“โรคซึมเศร้ามันเกิดจากความเครียดสะสมกินระยะเวลายาวนาน ส่วนหนึ่งเกิดจากการเลี้ยงดู พี่เกิดในครอบครัวที่ทะเลาะกัน พ่อเลี้ยงลูกโดยวิธีการบังคับตลอด ทำอะไรก็ไม่ต้องตัดสินใจเอง ทำตามพ่อวางแผนไว้ ไม่ว่าเรื่องเรียนหรืออะไร เด็กๆ ถูกใช้ไปทำงานสารพัดแทนที่จะได้เล่นหรืออะไรก็แล้วแต่ จนเกิดความเครียดสะสม ทำให้เราตัดสินใจอะไรเองไม่เป็น

เราไม่มีความเป็นผู้นำ ไปโรงเรียนถูกเพื่อนแกล้ง ดูถูกตัวเอง ดีไม่พอ แม้แต่ตอนเรียนก็เเลือกคณะที่พ่ออยากให้เข้า ก็เรียนไปก็เป็นความสำเร็จของพ่อ ลูกเรียนในคณะที่ชอบ แต่หลังจากนั้นล่ะก็เป็นความบาดเจ็บของเราที่ต้องเรียนให้จบ รู้สึกจะรอดไหม จะทายไหม ก็เป็นความเครียดต่อเนื่องมา หลังจากจบปริญญาโทที่ออสเตรเลียก็ทำงานเป็นครีเอทีฟอยู่ 25 ปี งานนี้เป็นอะไรที่ต้องคิดตลอด ตอนแรกสนุก ตอนหลังเครียด”

โยคะยืดหยุ่นตัวเอง เพื่อยืดหยุ่นจิตใจ

หลังจากที่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คุณอนุชิต ก็พยายาม ค่อยๆ แก้ไขจุดที่ทำให้เกิดความเครียด ซึ่งงานที่ทำอยู่เหมือนเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว ภายหลังเขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และหันมาดูแลธุรกิจส่วนตัวซึ่งได้ผลดี ความเครียดน้อยลง จนเริ่มอยากเห็นตัวเองดีขึ้น อยากออกกำลังกาย จึงตัดสินใจสมัครฟิตเนส ก่อนที่ภายหลังจะได้รู้จักกับ โยคะและเริ่มฝึกจริงจังจนในที่สุด ปีที่ผ่านมาก็ลงแข่งขัน New You Achievement Awards 2019 และคว้ารางวัลมาครอง ซึ่งเป็นเหมือนกำลังใจทำให้ปีนี้คุณอนุชิตลงเรียนวิชาโยคะ 200 ชั่วโมง ต่อยอดการเป็นครูจิตอาสาสอนโยคะฟรีตามสถานที่ต่างๆ หวังให้ผู้อื่นมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้น

“จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 เราก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเรื่องออกกำลังกายเนื่องจากมันยังมีงานครีเอทีฟอยู่ ตอนที่ยังไม่ลาออก คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามันไม่อยากทำอะไรเลยนะ บางคนนอนเยอะ บางคนนอนไม่หลับ แต่พี่นอนเยอะมากเพราะไม่อยากตื่นมาพบกับสิ่งไม่มีความสุขในชีวิต งานเยอะจะเอาแรงที่ไหนไปวิ่งล่ะ

หลังจากตัดสินใจสมัครสมัครฟิตเนสช่วงแรกก็วิ่ง ยกนู้น ยกนี่ มาแบบไม่ค่อยอยากมา จนไปเจอคลาสโยคะเราก็เดินผ่านตลอดไม่เคยสนใจเลยนะ เพราะดูมันเป็นกิจกรรมของผู้หญิง ทำตามครู เราไม่ชอบทำตามใคร แต่มีอยู่วันหนึ่งเราคิดว่ามันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน ก็ลองไปเล่น เล่นแล้วก็ชอบการสอนของครู ครูสอนได้ดีมาก ชีวิตออกกำลังกายเริ่มจากตรงนั้น จากนั้นก็เรียนรู้ท่าออกกำลังกายต่างๆ มากมาย

พอเล่นไปสักพักจนทำ Head Stand ได้พี่ก็รู้ว่าถ้าพี่จะไปต่อ พี่ต้องผอมกว่านี้ พี่ก็เลยบอกครูบอกขอไปลดความอ้วนก่อน 1 ปี จากนั้นจึงจะกลับมาฝึกท่ายากให้ได้ นั้นคือเป้าหมายที่พี่ต้องการลดน้ำหนัก ฉีกขานี่น้ำตาไหลเลยนะ แต่ก็วันแล้ววันเล่า ฝึกทั้งที่บ้านที่ฟิตเนส ตอนหลังมันได้จริงๆ จากนั้นก็ไปต่อยอดไปท่าต่างๆ ได้เยอะ ครูพี่ 50 คนได้ ซึ่งทุกคนมี จุดดี-จุดเด่น แตกต่างกันออกไป บางคนทรงพลัง บางคนเหมือนอยู่ในโบสถ์ สไตล์ใครสไตล์มัน

คนเป็นโรคซึมเศร้าการยอมรับนับถือตัวเองต่ำเพราะฉะนั้นต้องหาสิ่งที่เพิ่ม Self Esteem ให้กับตัวเองตลอดเวลา เพื่อทำให้เขาได้เห็นคุณค่าของชีวิต เหมือนกับโยคะท่าแล้วท่าเล่าที่พี่ทำได้เนี่ย มันก็เพิ่มการยอมรับนับถือตัวเองให้พี่ทีละนิด มันคือตัวยาชั้นดี ยากกว่านี้เราก็ทำได้”

โยคะสอนอะไรมากกว่าแค่การฉีกขา

ขณะที่หลายคนเมื่อพูดถึงโยคะ อาจจะคิดว่าการออกกำลังกายชนิดนี้ช่วยยืดหยุ่นร่างกายได้ดีแถมยังฝึกสมาธิ และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่นอกจากเรื่องพื้นฐานที่หลายคนรู้ โยคะยังมีประโยชน์อื่นๆ มากกว่านั้น

“ตอนแรกที่พี่ไปเล่นพี่ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเสื่อข้างๆ โยคะเขาสอนให้ไม่ต้องไปเปรียบเทียบ ไม่ต้องสนใจ เราทำที่เราทำได้ไม่บาดเจ็บ ฉีกขาเท่าที่คุณทำได้และไม่ทรมาน มันสอนให้เรารู้จักยอมรับตัวเอง ไงนี่คือสิ่งที่โยคะกำลังสอน กายคุณเคลื่อนไหว ใจคุณตามให้ทัน อยู่กับปัจจุบันให้ได้ ความสุขเกิด นี่คือสิ่งที่ได้จากโยคะ ทำให้เกิดมุทิตาจิต เช่น เสื่อข้างๆ เขาทำได้ดีกว่าเรา สิ่งที่เราควรจะทำคือชื่นชมและยิ้มให้เขา ไม่ใช่ไปอิจฉา สักวันเราจะทำให้ได้

หรือบางทีการค้างท่าของเรามันก็ทรมานเมื่อไหร่ครูจะบอกให้เอาลงซะที นั่นและคือการฝึกความอดทน มันอยู่กับเราไม่นาน เมื่อเข้าสู่ท่าใหม่อย่าไปพะวงกับท่าเก่าอีก มันเปลี่ยนท่าใหม่แล้ว คุณมาอยู่กับปัจจุบัน ไม่มีสิ่งใดแน่นอน เกิดขึ้นมาแล้วก็ผ่านไป สิ่งเหล่านี้เอามาปรับใช้กับชีวิตได้”

 

บ่มเพาะความรู้จนส่งต่อความสุขให้ผู้อื่น

เมื่อเดินสายเรียนโยคะกับอาจารย์หลายคน จนบ่มเพาะความรู้และเกิดเป็นแรงขับเคลื่อนที่อยากจะหาความรู้ให้ลึก เข้าใจในโยคะให้มากขึ้น คุณอนุชิต จึงตัดสินใจลงเรียนหลักสูตร Yoga Alliance เพื่อการันตีความสามารถ

“พี่รู้สึกว่าชีวิตพี่น่าจะไปเรียนเป็นครูสอนโยคะนะ พี่ก็เลยไปสมัครเรียนของสถาบันโยคะวิชาการ เขาเรียนโยคะเพื่อการพัฒนาจิต หรือเรียกโยคะภาวนาก็ได้ ซึ่งมันจะเคลื่อนไหวช้าๆ รู้สึกว่ามีอายุแล้ว ถ้าไปสอนโยคะแนวใช้พลังคงไม่เหมาะด้วยวัยผู้เรียนด้วยสอนโยคะภาวนาน่าจะดี คนที่มาเรียนส่วนมากก็จะเป็นผู้สูงอายุ ปีหน้าพี่สมัครไว้แล้ว 200 ชั่วโมงของ Yoga Alliance คือคนที่จะเป็นครูสอนโยคะได้จะต้องมีใบรับรองใบนี้ ซึ่งได้รับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา คราวนี้เราจะได้เป็นครูสอนโยคะแบบเต็มตัว

มันคือการทำเพื่อผู้อื่น เมื่อเราสามารถทำให้ผู้อื่นมีความสุขมันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเราก็มีค่าบนโลกใบนี้ เราจะตายไปทำไม ชีวิตเรามีค่า ทุกวันนี้พี่สอนโยคะอยู่ที่สวนโมกข์ เป็นครูผู้ช่วย เขาจะมีครูหลัก ซึ่งทุกคนก็บอกว่าพี่ไปเป็นครูผู้สอนได้แล้ว แต่พี่ก็ยังบอกว่าพี่ยังดีไม่พอ ถ้ามิถุนายนนี้จบก่อนค่อยว่ากัน

พี่ว่าความสุขจากเป็นครูผู้ช่วยหรือครูหลักก็มีความสุขได้ไง มันก็มีประโยชน์ทั้งนั้น ทุกวันนี้วันพุธไหนว่างพี่ก็จะไป จับแข้งจับขา ช่วยขยับท่าให้ถูกต้อง ถ้าลูกศิษย์ทำได้ก็จะมีความสุข เราได้แรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านี้”

“จากผู้ป่วย ก้าวสู่ผู้ให้” เชื่อเหลือเกินว่าหากคุณหาความสุขเจอ ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับปัญหาใดคุณจะสามารถผ่านมันไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น วันหนึ่งคุณอาจจะกลายเป็นผู้ส่งต่อความสุขนั้นให้กับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย