Montblanc 1858 Geosphere การกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงผ่านธรรมชาติ

Montblanc 1858 Geosphere การกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงผ่านธรรมชาติ

ในโลกที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมดอย่างทุกวันนี้ การตามหาความชัดเจนและแรงบันดาลใจภายในใจแล้วพุ่งเป้าไปเฉพาะที่เรื่องที่สำคัญๆ อาจทำได้ไม่ง่าย แต่การก้าวเท้าออกสู่โลกภายนอกเพื่อสัมผัสธรรมชาติ สามารถช่วยให้เราหวนกลับไปหาตัวตนที่แท้จริงของเราและโลกรอบตัวเราได้ แต่ละคนมีเส้นทางในการค้นพบตัวตนผ่านธรรมชาติในแบบของตัวเอง โดยมีMontblanc1858 Geosphere (มงต์บลองค์ 1858 จีโอสเฟียร์) นาฬิกาที่แสดงความคารวะต่อมรดกอันรุ่มรวยของนาฬิกา Minerva (มิเนอร์วา) ที่เป็นตำนานจากยุค ’30s และจับเอาจิตวิญญาณของการท่องโลกกว้างที่ยิ่งใหญ่มาใส่ไว้เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง

จากวันอันแสนวุ่นวายไปจนถึงสถานที่จัดงานที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย บางครั้งการกลับไปเห็นภาพที่ผ่อนคลาย ฟังเสียงของธรรมชาติ และชื่นชมความงดงามของสิ่งรอบตัว นี่คือหนทางกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริง ซึ่งตลอดเวลาที่ดื่มด่ำไปกับการเดินทางนั่นเป็นเวลาที่พร้อมแล้วที่จะฝากร่องรอยอันเกิดจากความสร้างสรรค์และการรับรู้ถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นทิ้งไว้ในโลกใบนี้

บางครั้งเราก็ติดอยู่ในจังหวะของชีวิตที่ตึงเครียดได้ง่ายๆ โดยลืมไปว่าวิธีปรับตัวใหม่และหาจุดโฟกัสให้เจอที่ง่ายที่สุดคือการสัมผัสความงามของธรรมชาติ  การออกไปสำรวจโลกภายนอกรูปแบบไหนก็ตามคือแหล่งสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่อันนำไปสู่การสร้างสรรค์ความสุข และความเข้มแข็งภายในจิตใจที่ยิ่งใหญ่ขึ้น การเปลี่ยนผ่านจากวันทำงานที่วุ่นวายของคุณแล้วเดินทางไปสู่ใจกลางความงดงามของธรรมชาติจนค้นพบตัวตนของตัวเอง แคมเปญนี้จะกลายเป็นสิ่งเตือนใจให้ทุกคนไม่ลืมปล่อยตัวเองไปกับธรรมชาติภายนอกเพื่อเป็นหนทางกลับมาหาตัวตนให้เจอและเชื่อมต่อกับโลกได้อีกครั้ง

ความรู้สึกถึงธรรมชาติของแคมเปญนี้สะท้อนออกมาเป็นความงดงามของนาฬิกา Montblanc 1858 Geosphere (มงต์บลองค์ 1858 จีโอสเฟียร์) เครื่องบอกเวลาที่มีกลิ่นอายของความวินเทจในสไตล์ Adventure (แอดเวนเจอร์) เหมาะที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจที่น่าเชื่อถือสำหรับนักผจญภัยและนักสำรวจผู้ปราศจากความกลัว โดยได้จับเอาจิตวิญญาณของการท่องไปในโลกกว้างมาใส่ไว้ในตัวเรือนบรอนซ์แบบพิเศษ พร้อมขนาดตัวเรือนที่พอเหมาะด้วยเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร หนา 12.8 มิลลิเมตร และกันน้ำได้ลึก 100 เมตร หน้าปัดสีเขียวกากีที่ไม่เคยมีมาก่อน และเพิ่มความมั่นใจในด้วยสาย NATO (นาโต) สีเขียวโทนใกล้เคียงกับสีบนหน้าปัดและขอบ Bezel (ขอบที่ติดกับตัวเรือนนาฬิกา) ซึ่งออกแบบด้วยเซรามิกสีเขียว พร้อมลูกเล่นเข็มทิศที่สามารถหมุนได้ 2 ทิศทางให้สำหรับใช้ในการจับทิศ กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ เคลือบด้วยสารกันการสะท้อน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การแสดงฟังก์ชั่น

เวิลด์ไทม์ผ่านหน้าปัดรูปลูกโลก ซึ่งจะสามารถแสดงเวลาที่ 2 ได้ บนหน้าปัดย่อยในตำแหน่ง 9 นาฬิกา และในตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกาจะเป็นหน้าปัดย่อยสำหรับเวลาของขั้วโลกเหนือและใต้ โดยจะแสดงในแบบ 24 ชั่วโมงต่อรอบ พร้อมแบ่งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการแสดงเวลาในแต่ละไทม์โซนตามเวลาจริงของผู้สวมใส่ โดยความสามารถนี้เกิดขึ้นจากการทำงานของกลไกโครโนกราฟโมโนพุชเชอร์ คาลิเบอร์ MB 29.25 ที่อ้างอิงอยู่บนพื้นฐานของ ETA ซึ่งเดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ติดตั้งทับทิมกันสึก 26 เม็ด สามารถสำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง

อีกทั้งยังมีผลิตมาแค่ 1,858 เรือนเท่านั้น และมีราคาอยู่ที่ 6,300 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 210,000 บาท) และเพื่อรับประกันคุณภาพ นาฬิการุ่นนี้จึงต้องผ่านการทดสอบเป็นเวลา 500 ชั่วโมง ภายใต้แบบการทดสอบและการจำลองสภาวะให้เหมือนกับการสวมใส่ในชีวิตจริง