"ครูป้อนสอนอิงริช" ครูสอนอังกฤษฟรีที่ใครก็ไม่อยากมาเรียนสาย

"ครูป้อนสอนอิงริช" ครูสอนอังกฤษฟรีที่ใครก็ไม่อยากมาเรียนสาย
Mars Magazine

สนับสนุนเนื้อหา

“อย่าตัดสินใครด้วยรูปลักษณ์ภายนอก อย่าเห็นแค่แวบแรกแล้วคุณตัดสินเลย ป้อนเชื่อว่าเวลามีคนเข้ามาพูดอะไรไม่ดีกับคุณทั้งที่เขาไม่ได้รู้จักคุณเลย คุณก็คงรู้สึกไม่ดี ป้อนก็เช่นกัน”

ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน วิชาภาษาอังกฤษ มักเป็นวิชาที่เด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ในสังคมไทยเราเบือนหน้าหนี แม้ว่ามันจะเป็นภาษาสากลที่สำคัญอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบันนี้ ข้ออ้างของการไม่อยากเรียนภาษาอังกฤษของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น “ศัพท์เยอะขี้เกียจจำ” หรือ “รูปประโยคงงไปหมด เรียงไม่ถูก” เหล่านี้เป็นต้น แต่ถ้าใครมีข้ออ้างว่า “ครูสอนน่าเบื่อ” วันนี้ mars talk อยากแนะนำครูสอนภาษาอังกฤษที่น่าเรียนด้วยมากๆ คนหนึ่ง เธอเป็นเจ้าของเพจ ‘ครูป้อนสอนอิงริช’ เพจสอนภาษาอังกฤษในเฟซบุ๊กที่มาแรงที่สุดเวลานี้ ใครก็เข้ามาเรียนได้แบบฟรีๆ นี่ยังไม่รวมความสวย เซ็กซี่ของคนสอนอย่าง ‘ครูป้อน-ชญานิส กิจคุณธรรม’ ที่จะทำให้คนเรียนรักภาษาอังกฤษได้ในการเรียนเพียง 5 วินาทีแรกที่ได้ดูคลิปของเธอ เราไปรู้จักเธอให้มากกว่าที่เคยรู้จักมาก่อนหน้านี้กันเลย

 รู้จัก ‘ครูป้อน’ และเพจ ‘ครูป้อนสอนอิงริช

ชื่อป้อนนะคะ ชญานิส กิจคุณธรรม ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม อายุ 27 ปีค่ะ แต่หน้าอาจจะ 50 ไปแล้ว ค่อนข้างแก่เฉยๆ (555+) แต่จริงๆ อายุแค่ 27 ค่ะ เป็นคนคิดบวกเสมอ ไม่ค่อยเครียดกับอะไร มองข้ามอะไรได้ง่ายมาก ส่วน ‘ครูป้อนสอนอิงริช’ เป็นเพจในเฟซบุ๊กที่เริ่มจากมีคนมาถามเราเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเยอะ พอดีมันจะมีการสอบภาค ก. เพื่อเข้ารับราชการขึ้นมา ซึ่งป้อนเชื่อว่าการได้โอกาสเข้ารับราชการนั้นทำให้ชีวิตคนดีขึ้นในเรื่องความมั่นคงในชีวิต ป้อนก็เลยเปิดเพจเพื่อติวฟรีขึ้นมา ทีนี้มันเลยเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ตอนแรกอาจจะรู้จักแค่ในกรมในกระทรวงที่เราอยู่ ต่อมาเขาไปบอกต่อกัน เพราะเราติวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วเราก็ติวอย่างเต็มที่

ภาษาอังกฤษกับสังคมไทยในทัศนคติ ‘ครูป้อน’

จริงๆ แล้วในปัจจุบันป้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมากขึ้นแล้วนะ เพราะมันกลายเป็นคุณสมบัติหลักไปแล้วสำหรับคนที่จะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน แม้กระทั่งการสอบเข้ารับราชการ ก็มีข้อสอบภาษาอังกฤษอยู่ในนั้น แต่สิ่งที่ค่อนข้างกังวลใจมากๆ เลยก็คือเรื่องของสำเนียงที่คนไทยมักชอบคิดว่าการออกเสียงให้ใกล้เคียงเจ้าของภาษามากที่สุดเป็นเรื่องที่ผิดหรือ ‘กระแดะ’ เพราะจริงๆ แล้วการฝึกพูดหรือการลอกเลียนสำเนียงจากต้นฉบับหรือเจ้าของภาษาจริงๆ เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วค่ะ แต่คนไทยชอบดูถูกกันเอง หรือบางครั้งก็ไม่กล้าที่จะพูดด้วยสำเนียงที่ถูกต้อง ทำให้บางครั้งมันไม่สามารถสื่อสารหรือใช้ได้จริง

อยากเก่งภาษาอังกฤษแบบ ‘ครูป้อน’ บ้างต้องทำอย่างไร

ตัวเองนี่ก็มีปัญหามาตลอด ไปจนยันตอนที่เรียนต่างประเทศเอง สองอาทิตย์แรกที่ไปจำได้ว่าไม่มีใครฟังป้อนพูดรู้เรื่องเลย เพื่อนชาวต่างชาติไม่เข้าใจว่าเราจะสื่อสารอะไร พูดยังไงก็ไม่เข้าใจ เราอยากจะสื่อสารให้ได้ เราก็เริ่มเปิดใจ แล้วเราเริ่มใส่สำเนียงของเขาเข้าไป ลบทุกทัศนคติที่คิดว่าเราจะต้องอาย หรือเราเขินที่จะพูดออกไป เราอยากพัฒนาตัวเอง ก็เลยกล้ามากขึ้น คำว่ากล้าของป้อนไม่ใช่การพูดด้วยสำเนียงที่เราเรียกกันว่า ‘กระแดะ’ แค่ทีเดียวแล้วกล้าเลย ต้องอาศัยความสม่ำเสมอด้วย เพราะครั้งแรกมันอาจผิดพลาดได้ ถ้ามันผิดพลาดก็อย่าหยุดค่ะ อย่าท้อ ไม่ใช่พอรู้สึกไม่ดี ผิดหวังกับมันแล้วเราหยุด แต่ให้มองว่ามันจะเป็นก้าวแรกที่เราจะต้องพัฒนาขึ้น แล้วไปทำใหม่ในครั้งหน้า ครั้งก่อนผิดพลาดอะไรก็แก้ไขไป

เคล็ดลับของการก้าวข้ามคำด่าว่า ‘กระแดะ’

เราต้องรู้จักให้เกียรติตัวเองก่อนค่ะ เพราะว่าการที่เราให้เกียรติหรือนับถือตัวเองได้ นั่นจะทำให้เราไม่ดูถูกหรือไปให้ร้ายคนอื่น หรือไปมองคนอื่นในแง่ร้าย เพราะเมื่อเราเห็นคุณค่าในตัวเอง เราจะรู้ว่าคนอื่นก็มีคุณค่าของเขาเช่นกัน เราควรจะคอยสนับสนุนซึ่งกันและกันในทางที่ดีขึ้น ในเชิงพัฒนาหรือเพื่อความก้าวหน้า ไม่ใช่ว่าเขาทำอะไรแล้วผิดพลาดนิดหนึ่งทั้งๆที่มีเจตนาดี แต่ว่าไปขยี้ความผิดพลาดของเขาจนขาดความมั่นใจ ต้องถามคนที่เหน็บแนมเราว่า ‘กระแดะ’ กลับไปว่าทำได้เหมือนคนที่เขาพูดแบบนั้นไหม และการที่คุณยังดูถูกเขาแบบนี้ นอกจากมันจะไม่ได้สร้างอะไรที่เป็นเชิงบวก ไม่ว่าจะแรงบันดาลใจหรืออะไรใดๆ แล้ว มันยิ่งทำให้เพื่อนขาดความมั่นใจ ทำแบบนี้ไปก็ไม่ได้อะไร เอาเวลาไปนั่งพัฒนาตัวเองดีกว่าค่ะ

ใครก็คิดว่า ‘ครูป้อน’ เป็นสาวมั่น

เอาจริงๆ ก็ยังไม่ได้มั่นใจเรื่องภาษาตัวเองมากนะคะ (หัวเราะเขินๆ) แต่แค่เป็นคนกล้าเฉยๆ แค่รู้สึกว่ามันคือสนามให้ลอง ให้ฝึก เพราะถ้าเราไม่ฝึกเราก็คงไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจนั้นมันถูกหรือผิด ส่วนถ้าเรื่องอื่น (ทำท่านึก) ยิ่งถ้าเรื่องรูปร่างหน้าตาเรา ก็ไม่ได้มั่นใจอะไรขนาดนั้น แต่แค่เป็นคนเป็นตัวของตัวเองเฉยๆ เป็นคนแอ๊บไม่เป็น กับพี่กับเพื่อนหรือกับใครๆ เราก็เป็นเหมือนเดิมหมด แต่ระดับคำพูดที่ใช้อันนี้ก็แล้วแต่ความสนิทสนมค่ะ ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยเลยค่ะ แต่เป็นคนไม่ค่อยเหมือนใครเท่าไหร่ มีคนชอบบอกว่าเราเป็นคนบ้า เพราะเราเป็นผู้หญิงที่ไม่ห่วงสวย ลุยๆ ไปไหนก็ได้ สบายๆ เป็นคนนิสัยเหมือนผู้ชาย เป็นคนไม่ซอกแซก ไม่เจ๊าะแจ๊ะ เพื่อนผู้หญิงที่มีก็นิสัยคล้ายๆ กันเลย

สเป็กผู้ชายของ ‘ครูป้อน’

ชอบผู้ชายหุ่นหมีที่มีกล้ามค่ะ ที่สำคัญเลยคือต้องมีสมอง เราไม่ได้ต้องการเงินทองหรือยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่เราต้องการผู้ชายที่เราคุยด้วยแล้วเรารู้สึกสบายใจ แล้วเขาก็สามารถสนับสนุนเราได้ ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องความคิด มาอุดช่องโหว่ของเรา มาคอยเตือนเรา หรือให้อะไรที่เป็นเหตุเป็นผล ทำให้เราเชื่อจนต้องทำได้ มีเข้ามาหลายแบบมาก บางคนเข้ามาแบบ "สวัสดีครับผมเป็นนักบินครับ" หรือ "สวัสดีครับผมเงินเดือนเท่านี้นะครับ" พอได้ยินอะไรแบบนี้ในใจจะคิดเลยว่า "บอกกูทำไม??" คือคนที่เข้ามาแล้วอวยตัวเองแบบนี้ ป้อนตัดทิ้งก่อนเลย คนเราถ้ามีดีมันจะเห็นเองไม่ต้องอวด อีกแบบที่จะตัดทิ้งเลยคือเข้ามาแบบ "จีบได้ไหมครับ" ไม่ว่าจะเข้ามาแบบต่อหน้าหรือเข้ามาทางออนไลน์ก็แล้วแต่ เพราะถ้าจะจีบก็จีบ จะมาถามเราเพื่ออะไร มันปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะไม่เลือก ถ้าจะคบกันเราก็อยากได้คนที่มีการศึกษา ถ้ามีลูก ลูกจะได้ฉลาด (ขำ555+) ป้อนชอบผู้ชายเก่ง แต่ไม่ใช่คนที่เก่งแค่เฉพาะเรื่องเรียนหรือเรื่องงาน ป้อนชอบผู้ชายที่เก่งในการใช้ชีวิตด้วย เป็นคนมีเพื่อน เป็นคนชอบเข้าสังคม อันนี้คือสเป็กที่ต้องมีเลย ต้องเป็นคนเข้าสังคมเป็น เพราะว่าเราเป็นมนุษย์สังคมจ๋ามากๆ เราคงอึดอัดตายถ้าเราได้แฟนที่เก่งแค่เรื่องงานหรือโฟกัสอยู่เรื่องเดียว


หนุ่มทั้งหลายอย่าทำนิสัยนี้กับ ‘ครูป้อน’ นะ

ไม่ชอบคนตะคอกใส่ค่ะ คือเราเป็นคนเหมือนจะเสียงดังนะ แต่จะใช้จิตวิทยาในการสอนหรือเตือนคน เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเราทำผิดบ้าง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแฟนนะ กับทุกคนที่มาคุยกับเราเนี่ย เราคุยกันดีๆ คุยกันด้วยเหตุผลได้ เราคุยกันด้วยความตรงไปตรงมาและก็ต้องมีเหตุมีผลกัน ไม่ใช่ใช้อารมณ์ใส่กัน แบบนี้คือไม่เอาเลย โชคดีที่ทางบ้านไม่ค่อยห่วงเรื่องความรัก พ่อกับแม่ชอบบอกว่าห่วงน้องชายมากกว่าห่วงเราอีก ทั้งที่เราเป็นผู้หญิง เพราะเขารู้ว่าป้อนเป็นคนเอาตัวรอดได้ ป้อนค่อนข้างเป็นหญิงแกร่ง ที่บ้านไม่สงสารป้อนหรอกนะ ถ้ามีอะไรขึ้นมาเขาจะสงสารผู้ชายมากกว่า ทุกวันนี้มีแฟนค่ะ แต่ผู้ชายไม่ยอมมาขอสักที (ขำ 555+) นี่บอกผู้ชายไปแล้วด้วยว่าถ้าใครมาขอก่อน ก็จะไม่รอแล้วนะ

ถ้าใครบอกว่า ‘ครูป้อน’ เป็นเน็ตไอดอล

มันเป็นโดยบังเอิญมากกว่าค่ะ คือคำว่า ‘เน็ตไอดอล’ ในประเทศไทย มันดูจะเป็นไปในทางลบมากกว่า ป้อนชอบคอมเม้นต์หนึ่งที่เข้ามาเม้นต์ในเพจว่าเราเป็น ‘เน็ตไอดอลสายการศึกษา’ หรือ ‘สายความรู้’ อะไรแบบนี้ คือพอเราฟังแล้ว เรารู้สึกโอเคเราก็เลยรู้สึกว่าไม่ใช่แค่การสอบ ก.พ. หรือการติวเพื่อเข้ารับราชการแล้ว แต่ว่ามันมีอีกหลายอย่างมากที่เราสามารถให้คนที่เขาอยากรับจากเราได้ คือปกติถ้าในเวลาราชการหรือเวลาทำงานป้อนก็จะแต่งตัวถูกระเบียบทุกอย่างค่ะ แต่เวลาอยู่บ้านเราก็ชอบใส่เสื้อผ้าสบายๆมากกว่า ตอนเห็นคำวิจารณ์พวกนั้นช่วงแรกๆ ก็รู้สึกแย่เหมือนกัน แต่พอหลังๆ มาเราก็มาคิดได้ว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดในมุมของการเป็นข้าราชการ เวลาอยู่ในที่ทำงานเรากล้าพูดว่าเราแต่งตัวถูกระเบียบเสมอ แต่อาจจะเป็นเพราะสรีระของเรา ไม่ได้มั่นใจในรูปร่างของเรานะคะ แต่เราเป็นคนใส่อะไรแล้วก็ดูโป๊ เพราะแม่ป้อนก็หุ่นแบบนี้เหมือนกัน มันเป็นกรรมพันธุ์ เพราะแม่ก็โดนคนเขาเตือนมาว่าให้ปรามเราบ้าง แต่แม่จะเข้าใจเราว่าเราเป็นยังไง เวลาทำงานเราเป็นยังไง แต่งตัวยังไง แฟนก็ไม่ได้ว่าอะไร

เหนื่อยไหมเป็นทั้ง ‘ครูป้อน’ เป็นทั้งข้าราชการ

ป้อนยึดหลักการจัดลำดับความสำคัญค่ะ งานหลักของป้อนในเวลานี้คือรับราชการ ป้อนก็ต้องเต็มที่กับงานหลักก่อน แต่หลังเวลาราชการหรือเวลาที่เราว่าง เราถึงค่อยเอาเวลามาให้กับการทำเพจค่ะ เราเองก็โชคดีที่มีคนสนใจเรียนในเพจจริงๆ เรายินดีมากทุกครั้งเลยนะเวลามีใครทักมาถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษในเพจ คือไม่จำเป็นว่าจะต้องมารอเราป้อนให้เขาอย่างเดียว รอเรียนจากคลิปวิดีโอหรือโพสต์ในเพจเราเท่านั้น ป้อนยินดีตอบทุกคำถามเลยค่ะ งานทำเพจหรือทำสื่อในอินเทอร์เน็ตพวกนี้เป็นงานอดิเรกมากกว่า ป้อนเข้ามาในระบบราชการได้ เพราะการที่เราเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ป้อนอยากจะให้ความสำคัญกับตรงนี้ก่อน แต่ในขณะเดียวกันไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย ป้อนเลยเอาเวลานอกเหนือจากการทำงานหลักของป้อนมาสอนได้เช่นกัน นี่ก็คิดว่าจะเปิดคอร์สจริงจัง เราได้แรงบันดาลใจจากความต้องการของคนในเพจว่าเราจะทำอย่างตอนนี้ที่จะทำเลยคือคอร์สบทสนทนาที่จะสอนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษพื้นฐาน ตั้งแต่การเรียงประโยค หรืออย่างการหลีกเลี่ยงคำศัพท์ที่เราพูดไม่ได้หรือนึกไม่ทันว่าจะต้องทำเช่นไร ป้อนเลือกที่จะตอบโจทย์คนที่อยู่ในเพจของเรามากกว่า

จัดการกับคอมเม้นต์สายหื่นในเพจยังไง

อย่างแรกเลยเราเข้าใจก่อน ว่ามันเป็นคอมเม้นต์ที่มาจากความรู้สึกแรกของเขาที่เห็นคลิปของเรา แต่อยากให้ใครก็ตามที่ดูคลิปในเพจของเราสละเวลาเพิ่มอีกสัก 5 วินาทีก็ได้ในการดูคลิป แล้วจะรู้เลยว่าทุกคลิปของป้อนมันแฝงสาระไว้ทั้งหมด ทั้งเรื่องเทคนิคต่างๆ ในภาษาอังกฤษ หรือเทคนิคในการสอบ TOEIC ต่างๆ ขอแค่ให้ดูเพิ่มอีกสัก 5 วินาทีก็พอค่ะ คือถ้าเป็นคอมเม้นต์แซวๆ มุกเสี่ยวๆ หรือมาหยอกขำๆ ป้อนไม่ได้รู้สึกแย่อะไรนะคะ แบบนั้นเวลาเราอ่านแล้วเรารู้สึกขำด้วยซ้ำ เพราะเราเองก็มีนิสัยผู้ชายเราเข้าใจ แต่มันจะมีบางประเภทเลยที่เข้ามาในเพจแล้วตั้งใจมาลงต่ำ บ้ากามเลย ป้อนก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน คือของแบบนี้มันสอนกันไม่ได้นะ ป้อนว่าป้อน "ช่างแม่ง" เอาดีกว่า คืออยากบอกว่าก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรช่วยคิดแบบ "don't judge people from it cover" คืออย่าตัดสินใครด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของเขา อย่าเห็นแค่แวบแรกแล้วคุณตัดสินเลย ป้อนเชื่อว่าเวลามีคนเข้ามาพูดอะไรไม่ดีกับคุณทั้งที่เขาไม่ได้รู้จักคุณเลย คุณก็คงรู้สึกไม่ดี ป้อนก็เช่นกัน บางคนเราไม่รู้จักกันเลย เราเพิ่งจะเห็นกันครั้งแรก อยากให้เปิดใจแล้วทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้อีกนิดหนึ่งค่ะ

ฝากถึงแฟนเพจ ‘ครูป้อนสอนอิงริช’ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

อยากให้ทุกคนเปิดใจกับภาษาอังกฤษค่ะ คำว่าเปิดใจของป้อนก็คือขอให้คุณกล้า แค่กล้าก็ชนะแล้วค่ะ เพราะว่าคุณได้ลองทำ ได้รู้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจอยู่มันถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี มันรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง กล้าแรกมันอาจจะผิดพลาด มันอาจจะบกพร่อง แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ ให้ก้าวไปเรื่อยๆ ป้อนมั่นใจว่ามันจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ เมื่อกล้าก้าวแล้วมันก็ต้องอาศัยความสม่ำเสมอด้วย แล้วคุณจะไปถึงเส้นชัยและประสบความสำเร็จแน่นอนค่ะ

9 คำถาม คำตอบบอกความเป็น ‘ครูป้อน’

1.ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ?
ภาษาอังกฤษค่ะ
2.ภาพยนตร์ไทยหรือต่างประเทศ?
ชอบทั้งสองเลยค่ะ
3.เที่ยวไทยหรือเที่ยวต่างประเทศ?
ชอบหมดเลยค่ะ
4.อาหารไทยหรืออาหารฝรั่ง?
อาหารไทยค่ะ นัวสุด
5.ภูเขาหรือทะเล?
ทั้งสองอย่างค่ะ
6.วันหยุดอยู่เฉยๆ หรือชอบเดินทาง?
เดินทางค่ะ
7.เข้าวัดหรือเที่ยวผับ?
เที่ยวผับค่ะ
8.สีขาวกับดำ?
ดำค่ะ
9.กาแฟหรือเบียร์
เบียร์ค่ะ ไม่ทานกาเฟอีน