“น้ำหอม” ใช้อย่างไร

“น้ำหอม” ใช้อย่างไร
Playboy

สนับสนุนเนื้อหา

การใช้น้ำหอมมีเทคนิคมากมายหลายอย่าง และนี่คือ สิ่งที่เรารวบรวมมาให้ เพื่อที่คุณจะได้ใช้น้ำหอมอย่างถูกวิธี

  • น้ำหอมจะระเหยและส่งกลิ่นได้ดีบนพื้นผิวที่อุ่นและมีการหมุนเวียนโลหิตที่ดี ดังนั้นจุดที่ควรฉีด คือ บรรดาตามชีพจร หรือ Pulse Point ทั้งหลายในร่างหาย เพราะทุกครั้งที่มีการเต้นของชีพจรเท่ากับช่วยกระตุ้นให้น้ำหอมส่งกลิ่นได้เร็ว เช่น ข้อมือ สะดือ ข้อพับขา หรือกระดูกไหปลาร้า -ไม่ควรฉีดน้ำหอมตรงหลังใบหูเพราะกลิ่นจะมีการระเหยไปอย่างรวดเร็ว และไม่ติดทนนาน
  • ควรเก็บน้ำหอมเอาไว้ในที่ๆ มีความเย็น มืด ซึ่งตามการเก็บที่ถูกวิธีแม้ว่าน้ำหอมจะไม่มีระบุวันหมดอายุ แต่ก็จะทำให้คุณภาพคงทนนานถึง 3 ปีนับจากวันที่ผลิต
  • ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรลองฉีดบนข้อมือแล้วจากนั้นทิ้งระยะเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยตัดสินใจว่า กลิ่นนั้นถูกใจหรือไม่ เพราะน้ำหอมจะปฏิกิริยากับเหงื่อและความร้อนบนร่างกายจนให้กลิ่นที่แตกต่างกันไป ในแต่ละบุคคลแม้ว่าจะเป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวกันก็ตาม
  • ไม่ควรฉีดน้ำหอมลงบนเสื้อผ้า เพราะนอกจากจะทำให้เกิดรอยด่างแล้วทำให่กลิ่นไม่ติดทนนานด้วย
  • ไม่ควรทดลองน้ำหอมมากจนเกินไป เพราะประสาทสัมผัสด้านการรับกลิ่นของเรา จะไม่สามารถจำแนกได้ ทางที่ดีควรลองแค่ 2-3 กลิ่นก็พอ
  • ไม่ควรไปเลือกซื้อนํ้าหอมในช่วงที่เราเพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วย หรือไม่สบาย หรือ เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จ เพราะจะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่เราสัมผัสเพี้ยนไปจากความเป็นจริง
  • น้ำหอมจะมีกลิ่น 3 ระดับ ซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา คือ

    - Top nose กลิ่นแรก คือ กลิ่นที่จะได้รับทันทีที่ฉีดน้ำหอม จะมีลักษณะหอมสดชื่นและบางเบา กลิ่นแรกนี้จะอยู่ได้ประมาณ 15 นาที และจางหายไปอย่างรวดเร็ว

    - Middle nose กลิ่นกลาง ช่วงที่กลิ่นต่อไปจะฟุ้งกระจายตัวอย่างเต็มที่บนผิวกาย จะคงอยู่ประมาณ 2 - 4 ชั่วโมง กลิ่นกลางนี้ถือเป็นกลิ่นหัวใจของน้ำหอม

    - Base nose กลิ่นพื้นฐาน เป็นกลิ่นเข้มข้นที่สุดที่เหลืออยู่ ซึ่งจะแสดงกลิ่นเมื่อเวลาผ่านไป ประมาณ 4-6 ชั่วโมง และค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่