เอ็กซ์ นพจิต เล็ทมีอินไทยแลนด์ ทำไมเปลี่ยนไปขนาดนี้

เอ็กซ์ นพจิต เล็ทมีอินไทยแลนด์ ทำไมเปลี่ยนไปขนาดนี้

     กระแสตอบรับผลการศัลยกรรมอันร้อนแรงของ Let me in Thailand ซีซั่น3

     รายการที่เป็นกระแสร้อนแรงทุกครั้งที่ออกอากาศ Let me in Thailand ซีซั่น3 ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เล็ทมีอิน ไทยแลนด์ เป็นรายการที่ช่วยเหลือผู้ที่ประสบความยากลำบากในการดำเนินชีวิต อันเนื่องมาจากภาพลักษณ์ภายนอกโดยโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลีใต้จะช่วยปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอกให้สมบูรณ์มากขึ้น

     ผู้คนส่วนใหญ่ที่ส่งเรื่องราวมาในรายการเล็ทมีอินมักจะเป็นคนที่มีความต้องการอยากที่จะสวยขึ้น หล่อขึ้น ดูดีขึ้น เนื่องจากมีความลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวัน แทบจะเรียกได้ว่าถูกแบ่งแยกจากผู้คนในสังคมเพราะปัญหาในด้านภาพลักษณ์ภายนอก ความเจ็บปวดของผู้คนเหล่านี้มีมากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ สำหรับเคสแรกของซีซั่นนี้ เอ็กซ์ นพจิต ก็ไม่ต่างกัน นพจิตอายุ22 แต่มีใบหน้าที่ดูแก่กว่าวัยของเขามาก และมีคางที่ยื่นออกมาผิดรูปร่าง ทำให้ชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดที่มีมากเสียยิ่งกว่าความสุขอีก

     เขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็กเนื่องมาจากรูปลักษณ์ของเขา พ่อของเขาโทษว่าที่หน้าของนพจิต เป็นแบบนี้เพราะเป็นความผิดของแม่ ตอนสมัยเรียนเขาก็ถูกกีดกันจากเพื่อนที่โรงเรียนจนเขาต้องย้ายโรงเรียนบ่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดของเขาก็คือการถูกแฟนสาวนอกใจ ไปเจอคนใหม่ที่หน้าตาดีกว่า

     แต่เพราะเล็ทมีอินทำให้นพจิตมีภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน คุณหมอของเล็ทมีอินเห็นเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดของนพจิต และได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้ารอบสุดท้าย โดยได้รับการทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลบาโนบากิ เหมือนกับ เบิร์ด สุกัญญา เล็ทมีอิน จากซีซั่น 1 และ ฝน จิตราภรณ์ จากซีซั่น 2 ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุด โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ เป็นโรงพยาบาลที่มีแต่บุคลากรแพทย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศเกาหลี มหาวิทยาลัยโซล ยิ่งไปกว่านั้นบาโนบากิเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะในด้านการผ่าตัดปรับรูปหน้า และศัลยกรรมขากรรไกร



     ศัลยแพทย์โอชังฮยอน แห่งโรงพยาบาลบาโนบากิ เป็นผู้รับผิดชอบการศัลยกรรมให้นพจิต ได้กล่าวเกี่ยวกับการศัลยกรรมว่า “เคสของนพจิตเป็นเคสผ่าตัดขากรรไกร เนื่องจากเขามีปัญหาการสบฟันที่ไม่ตรงกัน และใบหน้าที่ดูบิดเบี้ยวไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจึงต้องใช้ความละเอียดรอบคอบประกอบกับเทคนิคที่ประนีตในการผ่าตัดเลื่อนตำแหน่งกรามและปรับให้ฟันสบกันตรงกัน การผ่าตัดยังช่วยในการแก้ไขปัญหาตอนเคี้ยวทานอาหารและการพูดออกเสียงที่เคยเป็นปัญหาด้วย ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกและดีขึ้น"

     ตอนที่เอ็กซ์ นพจิต ได้เผยโฉมหลังจากศัลยกรรมครั้งแรก ผู้ชมที่ห้องส่งสตูดิโอก็เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมโห่ร้องด้วยความยินดี ถึงขนาดมีคนถามจำนวนมากว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า เหล่าพิธีกรต่างก็ปรบมือให้กับรูปลักษณ์ที่หล่อขึ้นจนน่าตกใจของเขา ไม่เพียงแค่หน้าตาของ นพจิตเท่านั้นที่เปลี่ยนไป แววตาและท่าทางการเดินของเขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจเช่นกัน



     “ผมให้คะแนนการศัลยกรรมเต็ม 10 เลยครับ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จ คุณหมอได้เอาใจใส่ในการทำศัลยกรรม เป็นอย่างดี และทีมงานโรงพยาบาลก็ดูแลผมเป็นอย่างดี ขอบคุณบาโนบากิและคุณหมอจริงๆครับ” นอกจากนี้เขายังได้ตั้งปณิธานไว้อีกว่า “ตอนนี้มีเวลาออกไปข้างนอกมากกว่าเดิม แล้วก็ตั้งใจจะทำตามความฝันที่อยากเป็นบาริสต้า เพราะเป็นงานที่ต้องเจอกับลูกค้า หน้าตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้ผมมีความมั่นใจที่จะมุ่งมั่นท้าทายความฝันนี้แล้วครับ” นพจิตกล่าว

 

[Advertorial]

เรื่องล่าสุดของหมวด Men Instyle

ดูหมวด Men Instyle ทั้งหมด