จิตใต้สำนึก "ปฏิเสธความตาย" ไขปริศนาทำไมลึกๆ มนุษย์แอบคิดว่า "ตัวเองเป็นข้อยกเว้น"

รู้ทั้งรู้ว่าทุกคนต้องตาย แต่ทำไมเรากลับคิดว่า “ตัวเองจะเป็นข้อยกเว้น”? คำตอบอยู่ในจิตใต้สำนึก
ในเชิงนัยหรือตรรกะ มนุษย์ทุกคนต่างรู้ดีว่าความตายคือสิ่งเดียวที่แน่นอนที่สุดในชีวิต แต่ในระดับ "จิตใต้สำนึก" เราเคยตั้งคำถามไหมว่า ทำไมลึกๆ แล้วเราถึงมักรู้สึกว่าความตายเป็นเรื่องของคนอื่น และเราอาจจะเป็นข้อยกเว้นที่ไม่ต้องเจอสิ่งนี้?
มีตลกในกองทัพเรื่องหนึ่งที่อดีตทหารเคยเล่าให้ฟัง มันสะท้อนมุมมองของผู้คนที่มีต่อความตายได้อย่างน่าสนใจ เรื่องมีอยู่ว่า...
นายทหารระดับสูงคนหนึ่งหันไปพูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทว่า
"ถ้าท่านนายพลถูกยิ้มตาย ฉันจะรับตำแหน่งแทนท่าน... แต่ถ้าฉันเกิดบาดเจ็บขึ้นมา นายค่อยมารับตำแหน่งแทนฉันนะ"
มุกตลกล้อเลียนนี้สะท้อนถึงปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่น่าทึ่ง นั่นคือ "ความรู้สึกพิเศษในตัวเอง" (Sense of Specialness) ไม่ใช่ความรู้สึกว่าตัวเองเก่งหรือมีพรสวรรค์เหนือใคร แต่เป็นความรู้สึกว่า "ฉันเป็นข้อยกเว้นที่จะไม่อยู่ภายใต้กฎแห่งความตาย" นายทหารคนนั้นพร้อมที่จะจินตนาการถึงความตายของผู้อื่นได้เสมอ แต่ไม่ใช่ความตายของตัวเอง — และดูเหมือนพวกเราทุกคนก็มีความคิดลึกๆ ที่ไม่ต่างจากเขาเช่นกัน
ฟรอยด์ กับทฤษฎีจิตใต้สำนึกที่ไม่เชื่อเรื่องความตาย
ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิเคราะห์ชื่อดัง ได้เสนอแนวคิดไว้ในบทความเกี่ยวกับความตายว่า ในระดับจิตใต้สำนึก มนุษย์เราไม่เชื่อในความตายของตัวเอง แต่เรายอมรับความตายของคนอื่นได้ แม้จะเป็นคนที่เรารักก็ตาม
ฟรอยด์อธิบายว่า ผู้ใหญ่มักยับยั้งชั่งใจไม่แสดงออกว่าแอบคิดถึงความตายของผู้อื่น แต่เด็กๆ มักจะพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา เช่น เด็กอาจพูดกับแม่ว่า "แม่จ๋า ถ้าแม่ตายไปแล้ว หนูจะขอทำแบบนั้นแบบนี้นะ"
แน่นอนว่าในระดับจิตสำนึก ทุกคนรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนต้องตาย และความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความกลัวความตายในระดับจิตสำนึกกลับเป็นเพียงความรู้สึกฉาบฉวย ลึกๆ แล้วเราไม่เคย "เชื่อจริงๆ" ว่าตัวเองจะต้องตาย นั่นคือเหตุผลที่เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงระยะสุดท้าย พวกเขาจึงมักตอบสนองด้วยความตกใจและช็อกอย่างรุนแรง
ความรู้สึก "โดนหักหลัง" เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องตาย
เออร์วิน ยาลอม (Irvin Yalom) จิตแพทย์ชื่อดัง อธิบายพฤติกรรมนี้ไว้ว่า เมื่อคนเราทราบว่าป่วยเป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ปฏิกิริยาแรกมักเป็นการ "ปฏิเสธความจริง" (Denial) แต่เมื่อถึงจุดที่รับรู้จริงๆ ว่า "เจ็บปวดเหลือเกิน นี่ฉันกำลังจะตายจริงๆ หรือ" และตระหนักได้ว่าชีวิตกำลังพิพากษาตนอย่างโหดร้ายไม่ต่างจากคนอื่น เขากลับรู้สึกหลงทาง และรู้สึกเหมือน "ถูกโชคชะตาหักหลัง" ทั้งที่รู้มาตลอดว่าวันหนึ่งความตายต้องมาถึง
การคิดว่าตัวเอง "เป็นข้อยกเว้น" คือกลไกปกป้องตัวเอง?
ยาลอมอธิบายว่า การแอบหวังลึกๆ ว่าเราจะไม่ตาย ทำหน้าที่เป็น กลไกการปกป้องจิตใจ (Self-Protection) จากความกลัวความตาย เพราะการมีชีวิตอยู่โดยไม่หมกมุ่นกับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพจิต หากเราต้องคิดถึงความตายของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เราคงไม่สามารถแสวงหาความสุขหรือทำตามเป้าหมายระยะสั้นในชีวิตได้เลย
เรื่องนี้คล้ายกับแนวคิดของนักปรัชญา อิมมานูเอล คานท์ (Immanuel Kant) ที่เสนอว่า การที่พระเจ้าไม่ปรากฏตัวให้เห็นอย่างแจ่มชัด ช่วยให้มนุษย์ทำความดีจากมโนธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่ทำเพราะความกลัวการลงโทษ ในทำนองเดียวกัน หากเราตระหนักถึงความตายของตัวเองตลอดเวลา มนุษย์เราคงไม่เหลือพลังใจในการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ ฟรอยด์ยังเสริมว่า จิตใจของมนุษย์ "ไม่สามารถจินตนาการถึงความตายของตัวเองได้อย่างแท้จริง" เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราพยายามจินตนาการถึงงานศพของตัวเอง หรือภาพโลกหลังจากที่เราตายไปแล้ว เท่ากับว่าเรากำลังจินตนาการว่าตัวเองกำลัง "เฝ้ามอง" เหตุการณ์นั้นในฐานะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งแปลว่าจิตใต้สำนึกยังคงมองว่าเรามีชีวิตอยู่นั่นเอง
ตัวเราคือ "ศูนย์กลางของจักรวาล" ในสายตาตัวเอง
การมองโลกจากมุมมองของตัวเอง (Point of View) คือค่าเริ่มต้นของมนุษย์ คนอื่นคือเพื่อน คนแปลกหน้า หรือศัตรูที่สัมพันธ์กับตัวเรา ช่วงเวลาและสถานที่ที่เราอยู่นั้นสมจริงที่สุด และในมุมมองนี้ "ตัวเราคือศูนย์กลางของโลก"
แม้เราจะพยายามลองมองโลกในมุมมองของคนอื่น แต่มันก็ทำได้ยากและไม่สมบูรณ์ โลกที่ไม่มีตัวเราอยู่เลยเป็นโลกที่ดูแปลกแยก ไม่มีจุดยึดเหนี่ยว เพราะเราไม่สามารถเข้าไปรับรู้จิตใจของผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้งเท่าจิตใจของตนเอง
คำถามเชิงศีลธรรม: การคิดว่าตัวเองพิเศษ เป็นเรื่องน่าอายหรือไม่?
นักปรัชญา ซาราห์ บัสส์ (Sarah Buss) เสนอว่า การที่คนเราเกิดคำถามว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน?" เมื่อตรวจพบโรคร้าย เหมือนแอบคิดว่าตัวเองไม่ควรตายเหมือนคนอื่น อาจมองได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าอายในเชิงศีลธรรม เพราะเป็นการให้ความสำคัญกับตัวเองเกินไป
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเช่นนี้รากฐานไม่ได้มาจากศีลธรรม แต่มาจาก กลไกการรับรู้ตามธรรมชาติ ที่ตั้งค่าให้ตัวเรามีชีวิตอยู่เป็นหลัก มันจะกลายเป็นปัญหาทางศีลธรรมก็ต่อเมื่อเราเปลี่ยนความรู้สึกนี้ให้กลายเป็นความเชื่อจริงจังว่า "คนอื่นคู่ควรกับการตายมากกว่าตัวเรา" ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้น ตรงกันข้าม มนุษย์เรามักจะเกิดความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิต (Survivor's Guilt) ที่ตั้งคำถามว่า "ทำไมคนอื่นถึงตาย แต่ฉันกลับรอด?" เสียด้วยซ้ำ
บทสรุป: การที่จิตใต้สำนึกของเราปฏิเสธความตายและแอบคิดว่าตัวเองเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่ความเย่อหยิ่งหรือความผิดพลาดทางความคิด แต่มันคือธรรมชาติของระบบการรับรู้และกลไกปกป้องจิตใจที่ช่วยให้มนุษย์เราสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้า และใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความหมาย
- สะพรึง! เด็กหนุ่มตายไป 6 นาที เผยสิ่งที่เจอในอีกมิติ ช็อก โลกมนุษย์เป็นแค่ที่ "ฝึกทาส"
- โบราณห้าม! "เตียงชิดผนัง 2 มุมนี้" ขัดโชคลาภ-คนป่วยง่าย แนะขยับนิดเดียวชีวิตเปลี่ยน
- 7 ต้นไม้ ที่ปลูกไว้หน้าบ้าน "ดึงดูดเงิน" เหมือนขั้วแม่เหล็ก อยากแนะนำให้ทุกคนรู้!

อ้างอิงข้อมูลและแนวคิดจาก: บทความวิเคราะห์ด้านจิตวิทยาและปรัชญาว่าด้วยเรื่องความตาย (Freud, Yalom, Kant & Sarah Buss)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



.png?ip/crop/w350h197/q80/png)