Nokia ชี้เครือข่ายออปติกคือหัวใจยุค AI ไทยมีบทบาทสำคัญด้านการผลิต

Nokia ชี้เครือข่ายออปติกคือหัวใจยุค AI ไทยมีบทบาทสำคัญด้านการผลิต

Nokia ชี้เครือข่ายออปติกคือหัวใจยุค AI ไทยมีบทบาทสำคัญด้านการผลิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Nokia จัดงาน Wavelengths APAC ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เพื่อนำเสนอนวัตกรรมด้าน Optical Networking หรือเครือข่ายรับส่งข้อมูลความเร็วสูงผ่านแสง ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุค AI ภายในงาน Nokia ชี้ให้เห็นว่า เมื่อ AI, Data Center, Cloud และบริการดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว เครือข่ายในอนาคตจะต้องรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาล มีความหน่วงต่ำ ปลอดภัย ขยายระบบได้ง่าย และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

จะมีอะไรน่าสนใจ Sanook Hitech พาคุณไปดูในงานนี้แบบทุกจุดกันครับ

jm408750_batch

AI ทำให้โลกต้องการเครือข่ายที่เร็วและใหญ่กว่าเดิม

การเติบโตของ AI ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในซอฟต์แวร์หรือชิปประมวลผลเท่านั้น แต่ยังผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายต้องพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องรับส่งข้อมูลระหว่างกันตลอดเวลา

Nokia ระบุว่า เครือข่ายยุค AI ต้องรองรับการเติบโตของ Hyperscale Data Centers, การเชื่อมต่อคลาวด์ และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องพึ่งพาเครือข่ายออปติกที่มีความจุสูงและมีประสิทธิภาพ

20260610_133924_batch

Nokia มอง Optical Network เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ AI Supercycle

ในมุมของ Nokia ยุค AI กำลังเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า AI Supercycle หรือรอบการลงทุนขนาดใหญ่ที่ทำให้ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว

เมื่อศูนย์ข้อมูลมีจำนวนมากขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความต้องการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center Interconnect ที่ต้องมีแบนด์วิดท์สูงและเสถียร เพื่อให้ข้อมูลวิ่งระหว่างระบบประมวลผล คลาวด์ แอปพลิเคชัน และผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศเครือข่ายออปติก

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากงานนี้คือ Nokia ย้ำว่า ประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจด้านเครือข่ายออปติกของบริษัท โดยผลิตภัณฑ์ออปติกจำนวนมากของ Nokia ถูกผลิตและประกอบขึ้นในประเทศไทย

รอน จอห์นสัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Optical Networks ของ Nokia ระบุว่า เขาได้เดินทางไปยังพื้นที่ชลบุรีและศรีราชา และเห็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอุปกรณ์ออปติก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานสำคัญสำหรับ AI Supercycle ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

20260610_134037_batch

ทำไม Data Center ต้องพึ่งพา Optical Network?

ศูนย์ข้อมูลไม่สามารถทำงานแบบโดดเดี่ยวได้ เพราะต้องเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลอื่น คลาวด์ ผู้ให้บริการเครือข่าย และผู้ใช้งานจำนวนมาก การเชื่อมต่อเหล่านี้ต้องการความเร็วสูง ความจุสูง และความเสถียรที่เครือข่ายทั่วไปอาจไม่เพียงพอ

เครือข่ายออปติกจึงทำหน้าที่เหมือน “ทางด่วนของข้อมูล” ที่ช่วยให้ข้อมูลจำนวนมหาศาลเดินทางระหว่างศูนย์ข้อมูลได้เร็วขึ้น รองรับทั้ง AI Training, AI Inferencing, Cloud Service, Mobile Network และบริการองค์กรขนาดใหญ่

Nokia นำเสนอ ICE7 และ PSE-6s สำหรับเครือข่ายยุค AI

ภายในงาน Wavelengths APAC, Nokia ได้นำเสนอนวัตกรรมด้าน Optical Network รุ่นใหม่ ได้แก่ ICE7 และ PSE-6s ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายเครือข่าย ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในยุค AI

เทคโนโลยีเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลสามารถเพิ่มความจุของระบบได้ โดยไม่ทำให้ต้นทุนและการใช้พลังงานสูงขึ้นเกินจำเป็นเทคโนโลยีดังกล่าวทาง Nokia ระบุว่า ภายในศูนย์ข้อมูลมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการรับส่งข้อมูลระดับ 100Gbps ไปสู่ 400Gbps, 800Gbps และไปจนถึง 1.6Tbps ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการแบนด์วิดท์เติบโตเร็วมาก

การขยายตัวระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งนวัตกรรมด้านชิป เครือข่ายออปติก ตัวรับส่งสัญญาณ ระบบควบคุม และการออกแบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง

หนึ่งในไฮไลต์ของการสาธิตเทคโนโลยีคือโซลูชัน Data Center Interconnect หรือ DCI รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล คลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานระดับ Hyperscale

การสาธิตประกอบด้วยระบบ Optical Line System หรือ OLS ที่รองรับย่านความถี่ C+L, ความสามารถด้าน Coherent Routing และโมดูล 800G Coherent Pluggables ที่สามารถทำงานร่วมกับเราเตอร์ของ Nokia เพื่อเพิ่มความจุของเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

20260610_134806_batch

เพื่อให้เห็นภาพ Nokia ยังนำเสนอการสาธิตผ่านประสบการณ์ AR หรือ Augmented Reality เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจเทคโนโลยีออปติกสำหรับศูนย์ข้อมูลได้ง่ายขึ้น การสาธิตครอบคลุมเทคโนโลยีอย่าง ICE-X 800G ZR/ZR+ Pluggable, OLS/RD66 C+L ROADM รวมถึงแนวทางของ Nokia ในการลดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ Pluggable ผ่านเทคโนโลยี ICE-D

ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะมีบทบาทใหม่ในยุค AI ด้าน Nokia มองว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมไม่ได้มีหน้าที่แค่ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือโครงข่ายมือถืออีกต่อไป แต่สามารถเข้ามามีบทบาทในระบบนิเวศ AI ได้มากขึ้น

หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงคือ GPU as a Service หรือการให้บริการทรัพยากรประมวลผล AI ผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการ ซึ่งอาจช่วยให้บริการ AI บางประเภทถูกประมวลผลใกล้กับผู้ใช้งานมากขึ้น ลดความหน่วง และรองรับการใช้งานแบบกระจายศูนย์ได้ดีขึ้น

ความท้าทายของยุค AI ไม่ใช่แค่การเพิ่มความเร็วหรือเพิ่มแบนด์วิดท์ แต่ยังรวมถึงการใช้พลังงาน เพราะศูนย์ข้อมูลและโครงข่ายขนาดใหญ่ใช้พลังงานจำนวนมาก ดังนั้นเทคโนโลยีเครือข่ายรุ่นใหม่จึงต้องออกแบบให้รองรับข้อมูลมหาศาล ขยายระบบได้ง่าย แต่ยังคงใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเติบโตของ AI ไม่สร้างภาระด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อมมากเกินไป

108bc81e-763f-412e-a13c-b5943

สิ่งที่น่าจากงานนี้

ก่อนอื่นนั้นปกติเมื่อพูดถึง AI หลายคนมักนึกถึงชิป GPU, Chatbot หรือ Data Center ขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่งาน Nokia Wavelengths APAC ชี้ให้เห็นคือ เบื้องหลัง AI ทั้งหมดต้องพึ่งพาเครือข่ายที่เร็วและเสถียรมากพอ หากไม่มีเครือข่ายออปติกที่รองรับข้อมูลระดับมหาศาล การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล การประมวลผลแบบกระจายศูนย์ และบริการ AI แบบเรียลไทม์อาจเกิดขึ้นได้ยาก หรือมีต้นทุนสูงเกินไป

อีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือ Nokia ระบุว่าไทยมีบทบาทสำคัญในสายการผลิตและนวัตกรรมด้านออปติกของบริษัท ทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนสำคัญที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก

b4186cc4-d878-45b1-9cab-5c429
cbb07398-c2f9-43a2-8a12-f69be 

ดังนั้นในงาน Nokia Wavelengths APAC สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้ต้องการแค่พลังประมวลผล แต่ต้องการเครือข่ายออปติกที่มีความจุสูง ปลอดภัย ขยายได้ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล คลาวด์ แอปพลิเคชัน และผู้ใช้งานทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย งานครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมด้าน Optical Networking ของ Nokia ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเติบโตทั่วโลก 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล