8 สาเหตุทำมือถือร้อน เครื่องช้า แบตหมดไว พร้อมวิธีแก้เบื้องต้น

หลาคนใช้งาน มือถือ ทุกวันนี้ที่มีจุดเด่นทั้งฉลาด ไว ลื่นสามารถเล่นเกมและทำงานได้ดี ทั้ง Android และ iPhone
แต่ปัญหาหนึ่งคือ ถ้าเกิดเครื่องของคุณเกิด ความร้อน ที่ผิดปตกิเพราะอะไร
วันนี้ Sanook Hitech มีคำตอบให้คุณได้คลายข้อสงสัย
มือถืออุ่นแบบไหนที่ยังถือว่าปกติ?
โดยปกติแล้ว หากคุณพบว่า มือถือ เครื่องอาจอุ่นขึ้นชั่วคราวเมื่อกำลังตั้งค่าเครื่องใหม่ กู้คืนข้อมูล อัปเดตระบบ ชาร์จแบบไร้สาย เล่นเกมที่ใช้กราฟิกสูง ใช้กล้องต่อเนื่อง หรือสตรีมวิดีโอความละเอียดสูง โดยทั่วไปความร้อนควรลดลงหลังหยุดใช้งานหรือกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้น
ทั้ง Apple และ Samsung ระบุว่า สมาร์ตโฟนอาจอุ่นขึ้นระหว่างกิจกรรมที่ใช้พลังประมวลผลสูง และระบบจะควบคุมประสิทธิภาพหรือการชาร์จอัตโนมัติ หากอุณหภูมิสูงเกินขอบเขตที่ปลอดภัย

8 สาเหตุที่ทำให้มือถือร้อนโดยไม่รู้ตัว
1. เล่นเกมหรือใช้แอปหนักเป็นเวลานาน
เกมกราฟิกสูง แอปตัดต่อวิดีโอ การถ่ายวิดีโอ 4K และการใช้งานกล้องต่อเนื่อง ทำให้ชิปประมวลผล หน่วยประมวลผลกราฟิก หน้าจอ และแบตเตอรี่ทำงานพร้อมกัน จึงเกิดความร้อนได้มากกว่าการใช้งานทั่วไป
หากพบว่าเครื่องเริ่มร้อนจัด ควรพักเกม ลดคุณภาพกราฟิก ลดเฟรมเรต หรือหยุดใช้งานกล้องชั่วคราว ไม่ควรฝืนเล่นต่อจนเครื่องลดความสว่างหรือแสดงข้อความเตือนอุณหภูมิ
2. เล่นมือถือไปพร้อมกับชาร์จแบตเตอรี่
การชาร์จแบตเตอรี่ทำให้เกิดความร้อนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย หากเล่นเกม วิดีโอคอล หรือใช้ระบบนำทางไปพร้อมกัน ตัวเครื่องจะต้องรับทั้งความร้อนจากการชาร์จและการประมวลผลพร้อมกัน
พฤติกรรมนี้ไม่ได้ทำให้มือถือเสียทันที แต่หากทำเป็นประจำในสภาพอากาศร้อน อาจทำให้เครื่องควบคุมความเร็วการชาร์จ ลดประสิทธิภาพ หรือหยุดชาร์จชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหาย :contentReference[oaicite:2]{index=2}
3. ใช้งานกลางแดดหรือทิ้งมือถือไว้ในรถ
ประเทศไทยมีอากาศร้อนเกือบตลอดปี การใช้นำทางบนรถโดยวางมือถือไว้บริเวณกระจกหน้า หรือทิ้งเครื่องไว้ในรถที่จอดกลางแดด อาจทำให้อุณหภูมิของอุปกรณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Apple ระบุว่าไม่ควรทิ้งอุปกรณ์ไว้ในรถ เพราะอุณหภูมิภายในรถที่จอดกลางแดดอาจสูงเกินขอบเขตการจัดเก็บที่ปลอดภัย ขณะที่การใช้นำทาง กล้อง หรือเกมกลางแดดต่อเนื่องยิ่งเพิ่มความร้อนให้ตัวเครื่อง
4. สัญญาณมือถืออ่อนหรือแกว่งตลอดเวลา
ไม่ใช่การใช้เน็ตครบแพ็กเกจหรือความเร็วถูกลดแล้วจะทำให้มือถือร้อนโดยตรง แต่ปัญหามักเกิดเมื่อสัญญาณเครือข่ายอ่อน เครื่องต้องเพิ่มกำลังและค้นหาเครือข่ายซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระหว่างใช้ 5G ฮอตสปอต หรือสตรีมวิดีโอในพื้นที่สัญญาณไม่เสถียร
Samsung ระบุว่าสภาพเครือข่ายที่ไม่ดีอาจเพิ่มการใช้พลังงานและทำให้เกิดความร้อนได้ หากอยู่ในพื้นที่สัญญาณอ่อน ลองเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร ปิดฮอตสปอตเมื่อไม่ใช้ หรือเลือกเครือข่ายที่เหมาะกับพื้นที่ชั่วคราว
5. หน้าจอสว่างสูง พร้อมเปิดหลายฟังก์ชัน
การเปิดความสว่างหน้าจอสูงสุด ใช้อัตรารีเฟรชเรตสูง เปิด GPS, Bluetooth, 5G และฮอตสปอตพร้อมกัน จะเพิ่มการใช้พลังงานของเครื่อง โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับแอปนำทางหรือสตรีมวิดีโอ
เมื่อเครื่องเริ่มร้อน สามารถลดความสว่างหน้าจอ ปิดฟังก์ชันที่ไม่ใช้งาน และหยุดแอปที่กำลังใช้พลังงานสูง เพื่อลดภาระของชิปและแบตเตอรี่
6. แอปบางตัวทำงานผิดปกติอยู่เบื้องหลัง
แอปที่เกิดข้อผิดพลาด ซิงก์ข้อมูลไม่หยุด อัปโหลดรูปจำนวนมาก หรือใช้ตำแหน่งตลอดเวลา อาจทำให้เครื่องร้อนและแบตเตอรี่ลดเร็ว แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดแอปอยู่บนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องปัดปิดแอปทุกตัวเป็นประจำ เพราะระบบปฏิบัติการสมัยใหม่สามารถพักแอปที่ไม่ได้ใช้งานได้เอง ควรตรวจสอบจากเมนูการใช้แบตเตอรี่ก่อนว่าแอปใดใช้พลังงานผิดปกติ แล้วจึงอัปเดต จำกัดการทำงานเบื้องหลัง หรือลบและติดตั้งใหม่
7. เคสหนา ที่ชาร์จไม่มาตรฐาน
เคสที่หนามากอาจกักความร้อนในช่วงชาร์จหรือใช้งานหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเคสซิลิโคนทุกแบบจะทำให้เครื่องร้อน หากพบว่าเครื่องร้อนผิดปกติระหว่างชาร์จ ลองถอดเคสชั่วคราวและวางเครื่องบนพื้นผิวแข็งที่ระบายอากาศได้ดี
ควรเลือกสายชาร์จ อะแดปเตอร์ และแท่นชาร์จที่ได้มาตรฐานและรองรับกำลังไฟของอุปกรณ์ เพราะอุปกรณ์ชำรุดหรือไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้การชาร์จไม่เสถียรและเกิดความร้อนสูงได้ Samsung แนะนำให้ลองใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้รับการรับรอง หากพบความร้อนผิดปกติขณะชาร์จ
8. ระบบหรือแอปเพิ่งอัปเดต
หลังติดตั้งระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหญ่ เครื่องอาจทำงานเบื้องหลัง เช่น จัดทำดัชนีไฟล์ ปรับแต่งรูปภาพ ดาวน์โหลดข้อมูล หรืออัปเดตแอปจำนวนมาก จึงอาจอุ่นขึ้นและใช้แบตเตอรี่มากกว่าปกติชั่วคราว
หากอาการลดลงภายในระยะหนึ่งถือว่าไม่ผิดปกติ แต่ถ้าเครื่องยังร้อนต่อเนื่องหลายวัน ควรตรวจสอบการใช้แบตเตอรี่ รีสตาร์ตเครื่อง และติดตั้งอัปเดตแก้ไขล่าสุด โดยผู้ผลิตแนะนำให้ดูแลซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันเพื่อแก้ข้อผิดพลาดที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน
มือถือร้อนแล้วควรทำอย่างไร?
หากมือถือเริ่มร้อนจนรู้สึกไม่สบายมือ ควรหยุดใช้งานทันที และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ถอดสายชาร์จหรือยกออกจากแท่นชาร์จ
- หยุดเล่นเกม กล้อง วิดีโอคอล หรือแอปนำทาง
- ย้ายเครื่องออกจากแดดและไปยังพื้นที่อากาศถ่ายเท
- ถอดเคสชั่วคราวหากเครื่องระบายความร้อนได้ยาก
- ลดความสว่างและปิดฮอตสปอต GPS หรือการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น
- ล็อกหน้าจอหรือปิดเครื่อง แล้วรอจนกว่าอุณหภูมิจะลดลง
Google แนะนำว่า หากโทรศัพท์ร้อนเกินไปควรถอดออกจากแหล่งจ่ายไฟ ย้ายไปยังบริเวณที่เย็นกว่า และหยุดใช้งานจนกว่าเครื่องจะคลายความร้อน ส่วน Apple แนะนำให้ปิดเครื่องและนำออกจากแสงแดดเมื่อมีคำเตือนอุณหภูมิ
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อมือถือร้อน
- ไม่ควรนำมือถือเข้าตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง
- ไม่ควรใช้น้ำ น้ำแข็ง หรือผ้าเปียกประคบตัวเครื่อง
- ไม่ควรชาร์จต่อทั้งที่เครื่องแสดงคำเตือนอุณหภูมิ
- ไม่ควรเล่นเกมหรือเปิดกล้องต่อเพื่อทดสอบว่าเครื่องจะร้อนแค่ไหน
- ไม่ควรวางเครื่องบนเตียง โซฟา หรือใต้หมอนขณะชาร์จ
การลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วด้วยตู้เย็นอาจทำให้เกิดความชื้นหรือหยดน้ำภายในเครื่อง จึงควรปล่อยให้เครื่องคลายความร้อนตามธรรมชาติในพื้นที่ร่มและมีอากาศถ่ายเท
สัญญาณแบบไหนควรนำเข้าศูนย์บริการ?
ควรหยุดใช้งานและนำเครื่องไปตรวจสอบ หากพบอาการดังต่อไปนี้
- เครื่องร้อนจัดแม้วางทิ้งไว้และไม่ได้ใช้งาน
- ร้อนผิดปกติทุกครั้งที่ชาร์จด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน
- แบตเตอรี่บวม ฝาหลังแยก หรือหน้าจอถูกดันขึ้น
- มีกลิ่นไหม้ ควัน หรือเสียงผิดปกติจากตัวเครื่อง
- ระบบปิดเครื่องหรือแสดงคำเตือนอุณหภูมิบ่อยครั้ง
- แบตเตอรี่ลดเร็วผิดปกติพร้อมกับเครื่องร้อนต่อเนื่อง
ไม่ควรเจาะ กด หรือพยายามถอดแบตเตอรี่ที่บวมด้วยตัวเอง เพราะอาจเกิดไฟไหม้หรือความเสียหายเพิ่มเติม ควรปิดเครื่องและติดต่อศูนย์บริการของผู้ผลิตทันที
มือถือร้อนเพราะเหตุนี้
สุดท้ายแล้ว ถ้าคุณเจออาการมือถืออุ่นขึ้นระหว่างชาร์จ เล่นเกม ถ่ายวิดีโอ หรืออัปเดตระบบถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ความร้อนควรลดลงหลังหยุดกิจกรรม หากเครื่องร้อนจัดบ่อยครั้ง สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือสภาพแวดล้อม การชาร์จ สัญญาณเครือข่าย แอปที่ใช้พลังงานสูง และพฤติกรรมการใช้งานพร้อมกันหลายอย่าง
วิธีแก้ง่ายที่สุดคือ การหยุดใช้งาน ถอดสายชาร์จ และย้ายเครื่องไปยังบริเวณที่เย็นกว่า เป็นวิธีแก้ที่ปลอดภัยที่สุด ไม่จำเป็นต้องรีบนำเครื่องเข้าตู้เย็นหรือใช้วิธีลดอุณหภูมิแบบฉับพลัน เพราะอาจสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




