10 เรื่องที่ต้องรู้? ทำไมมือถือชาร์จไฟช้าลง และการแก้ไขฉบับปี 2021

10 เรื่องที่ต้องรู้? ทำไมมือถือชาร์จไฟช้าลง และการแก้ไขฉบับปี 2021

10 เรื่องที่ต้องรู้? ทำไมมือถือชาร์จไฟช้าลง และการแก้ไขฉบับปี 2021

ทุกวันนี้เรื่องแบตเตอรี่มือถือยังคงมีการพัฒนาขึ้นมาก ตอบโจทย์ทั้งอยู่ได้อึดขึ้น และบางเครื่องให้ระบบชาร์จไฟให้กำลังชาร์จไฟสูงถึงรวมไปถึงเรื่องของขนาดของแบตเตอรี่ แต่ก็ยังมีคนถามอยู่ว่าทำมือถือทั่วไปจะเจอคือ ทำไมชาร์จไฟช้าจัง วันนี้ทีม Sanook Hitech เรามีคำตอบครับ

100_1

สายชาร์จของคุณเก่าหรือเสื่อมสภาพ

เรื่องแรกที่เราจะมาพูดถึงคือสายชาร์จของเครื่องที่ออกมานั้น ปัญหาคือสายชาร์จไฟเก่าไปหรือไม่ แม้ว่าหลายสายจะบอกว่าสามารถใช้งานอย่างต่อเนื่องแต่ก็อาจจะมีการขาดภายใน, ที่หุ้มเกิดการขาด หรือจะเป็นหัวตัวล็อคต่างๆ ของสายที่ใช้งานมานานก็อาจจะทำให้เกิดขาด รวมทั้งความสาวของสายก็มีผลกับการชาร์จไฟ ทั้งนี้วิธีแก้คือ เลือกสายที่เหมาะสมทั้งความยาว และรวมไปถึงเรื่องความแข็งแรง แล้วถ้าสังเกตว่าชาร์จไฟเริ่มช้าลง ควรจะเปลี่ยนสายได้แล้ว

istock-1310194008

Adapter ของคุณเสียหายหรือเปล่า

เรื่องต่อมาคือสายชาร์จไฟของเครื่องที่เป็นการเสียบไม่ว่าจะเป็น USB-C, Micro USB จะต้องเสียบกับอุปกรณ์กลางอย่าง Adpater ที่บางอันอาจจะเก่าเกินไป ไม่ได้รองรับมาตรฐานใหม่ หรือ เก่าเกินไป ก็อาจจะทำให้คุณต้องชาร์จไฟนานมากขึ้นก็เป็นไปได้ วิธีการแก้ปัญหาลองหาหัวชาร์จที่เหมาะสมกับมือถือของคุณ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเดี๋ยวดีก็มีมาตรฐานให้เลือกชาร์จไฟเยอะไม่น้อยเลยครับ

ชาร์จไฟกับคอมพิวเตอร์ / ระบบชาร์จไฟไร้สาย

อีกเรื่องนอกจาก Adapter ชาร์จไฟผ่านไฟบ้านโดยตรงแล้ว การชาร์จไฟแบบ Wireless Charger หรือ ชาร์จไฟไร้สายความเร็วนั้นอาจจะไม่ได้เท่ากับแบบสาย ถ้าเราไม่ได้สังเกตว่าเป็น Wireless Fast Charging หรือกำลังของมือถือรองรับให้สูงก็อาจจะจ่ายไฟได้ช้า ซึ่งจุดนนี้ต้องศึกษาที่มือถือแต่ละรุ่นด้วย

แล้วถ้าเกิดหลายคนบอกว่าชาร์จกับคอมฯ แล้วทำไมถึงช้าไม่วิ่งเข้าไปล่ะ คำตอบคือ คอมพิวเตอร์ต่อให้ Port เป็นแบบ USB 3.0 – USB 3.2 ยังไงก็จ่ายกระแสไฟน้อยกว่าอยู่แล้วเนื่องจากเน้นเรื่องการดึงข้อมูลมากกว่านั่นเอง

istock-1317659966

ใช้งานหนักเกินไปหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมระหว่างรอหรือทำงานต่างๆ ภายในมือถือแล้วเมื่อแบตเตอรี่หมด ไม่ยอมให้เครื่องหยุดพักเติมพลังงาน ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้แบตเตอรี่พังได้เสมอ เพราะไฟฟ้าจะวิ่งเข้าตลอดเวลากระทบต่อแบตเตอรี่ของเรา และถ้ายิ่งประกอบกับการเลือกที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงกับเครื่องระเบิดได้ การแก้ปัญหาไม่ยากครับ หยุดใช้งานให้เครื่องได้ชาร์จพลังงานสักครู่ไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาสัก 1 – 2 ชั่วโมงก็ได้

แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม

แต่ถ้าเดี๋ยวนี้บางคนบอกว่าการหาซื้อเครื่องใหม่มันแพงเกินไป และเครื่องตัวเองมีปัญหาแบตเตอรี่หมดไว ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะเสื่อมนั่นเอง ดังนั้นการเข้าศูนย์บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ก็จะจะช่วยให้ปัญหานี้ลดลงได้ และทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องกลับมาใช้งานได้ปกติอย่างที่ควรจะเป็น

ช่องชาร์จมือถือเกิดปัญหาในการเชื่อมต่อ

ปัญหาของช่องชาร์จมือถือไม่ว่าจะเป็นการมีอะไรไปอุดตัน, ช่องชาร์จได้รับการกระทบกระเทือน, หรือถูกกัดกร่อน ล้วนแต่ทำให้มือถือมีปัญหาได้ครับ ดังนั้นวิธีการแก้ก็จะแตกต่างกันออกไปเช่นถ้ามีอะไรอุดตันก็ลองหาอะไรเขี่ยที่เป็นชิ้นเล็กๆ, ช่องชาร์จมีปัญหาเช่นชาร์จไฟไม่เข้าเพราะเกิดจากการหล่น, หรือถูกกัดกร่อนเพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องอาจจะแนะนำให้ไปที่ศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนช่องชาร์จไฟเป็นต้น

istock-1173494837

พื้นหลังของ Apps กินพลังงานเกินไป

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือการขอสิทธิ์ให้ Apps มีการทำงานแม้ไม่ได้ใช้หรือ Backgroud Apps ถ้ายิ่งมี Apps ทำงานเยอะก็จะยิ่งทำให้แบตฯ หมด และต้องชาร์จไฟบ่อยจนทำให้ที่ชาร์จมีปัญหาได้ วิธีแก้จึงไปจบที่การจัดการว่า Apps ไหนใช้งานต่อเนื่องเกินไปหรือไม่ สามารถดาวน์โหลด กลุ่มของโปรแกรมประเภท Task Manager มาปิดด้วยก็จะดี

การใช้ Refresh Rate สูงของมือถือสมัยนี้

อีกเรื่องที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วและชาร์จบ่อยจนส่งผลให้มือถือเสียหายได้ หนึ่งในนั้นคือการใช้ค่า Refresh Rate ของหน้าจอที่สูงเกินไป เช่นปรับให้เป็นค่า 90 – 120Hz ตลอดเวลา ซึ่งมีผลกับการใช้พลังงานพอสมควร แต่วิธีการแก้ปัญหาคือถ้ามือถือรุ่นใหม่ๆ ลองปรับให้เป็นแบบ แปรผัน หรือ Adaptive Refresh Rate ก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะช่วยได้ระดับหนึ่ง

ถึงเวลาที่จะ Reset เครื่องสักครั้ง ?

หากวิธีทั้งหมดยังแก้ไม่ได้แนะนำว่าลองทำการ Factory Reset เครื่องหรือ ตั้งค่าโรงงานทั้งหมดเพื่อให้รู้ว่ามีอะไรที่เกิดปัญหาและกินทรัพยากรมากเกินไปเป็นต้นครับ แต่ก่อนทำอย่าลืม Backup ก่อนนะ

istock-840651660

มือถือเก่าเกินไปหรือเปล่า

อีกเรื่องนอกจากปัจจัยภายในเครื่องแล้วมือถือรุ่นเก่าอาจจะไม่ได้ออกแบบให้รองรับกับเทคโนโลยี Fast Charging ทำให้เวลาชาร์จไฟนั้นจะช้ากว่า มือถือใหม่ๆ เสมออ และบางครั้งมันมีผลกับเรื่องของระบบ Mainboard ที่เมื่อใช้งานไปนานๆ รับไฟเยอะๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะเสื่อมได้ วิธีแก้คงไม่มีนอกจากทำใจและหาเครื่องใหม่ทดแทน

หวังว่า 10 ข้อนี้จะเป็นการสังเกตตัวเองว่าคุณทำมือถือให้พังเร็วเพราะระบบการชาร์จไฟหรือไม่ พร้อมกับวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น เพื่อให้คุณสามารถอยู่กับมือถือเครื่องปัจจุบันหรือเครื่องใหม่ได้อย่างเป็นสุข และครั้งนี้ทีม Sanook Hitech จะมี Tips อะไรน่าสนใจ ติดตามได้ในครั้งต่อไปครับ