.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
"5 แอปพลิเคชัน" ในมือถือที่ควรลบออกจากเครื่อง เช็กด่วนเลยคุณมีไหม?
เช็กด่วน! 5 แอปพลิเคชันใน Android ที่ควรลบออกได้แล้ว ไม่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น แถมยังสูบแบตและกวนใจด้วยโฆษณา
หลายคนมักติดตั้งแอปพลิเคชันสารพัดประโยชน์ลงในสมาร์ทโฟนด้วยความหวังว่าจะช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น หรือจัดการระบบให้ลื่นไหล แต่รู้ไหมว่าแอปฯ เหล่านั้นอาจเป็น "ตัวการ" ที่ทำให้เครื่องอืดและกินแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น วันนี้เราจะมาจัดกลุ่ม 5 ประเภทแอปฯ ที่คุณควรพิจารณาลบออกจากเครื่อง Android ทันทีเพื่อคืนพื้นที่และความเร็วให้สมาร์ทโฟนของคุณ
1. แอปฯ เคลียร์แรม (RAM Booster)
หลายคนเข้าใจผิดว่าการกดปุ่ม "ล้างแรม" จะทำให้เครื่องเร็วขึ้น แต่ความจริงคือ ระบบ Android ถูกออกแบบมาให้จัดการ RAM ได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว การใช้แอปฯ พวกนี้ไปปิดการทำงานของแอปฯ เบื้องหลัง (Background App) จะทำให้เมื่อคุณเรียกใช้งานแอปฯ เดิมอีกครั้ง เครื่องจะต้องใช้พลังงาน CPU และแบตเตอรี่มหาศาลในการเริ่มโหลดใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการสูญเสียพลังงานที่ "ได้ไม่คุ้มเสีย" อย่างยิ่ง
2. แอปฯ ทำความสะอาด (Clean Master)
แอปฯ ตระกูล Cleaner มักอ้างว่าล้างไฟล์ขยะได้สะอาดหมดจด แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือโฆษณาที่เด้งขึ้นมากวนใจตลอดเวลา และการกินทรัพยากรเครื่องอย่างหนักเพื่อรันระบบแอปฯ เอง หากคุณต้องการล้างไฟล์ขยะจริงๆ แนะนำให้ทำเองผ่านเมนู Setting > Storage เพื่อลบ Cache หรือเข้าไปที่ Apps > เลือกแอปฯ ที่ต้องการ > Clear Cache วิธีนี้ปลอดภัย สะอาด และไม่มีโฆษณาแอบแฝงแน่นอน
3. แอปฯ ป้องกันไวรัส (Antivirus)
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่โหลดแอปฯ ผ่าน Google Play Store อย่างเป็นทางการเป็นประจำ การมี Antivirus อาจไม่จำเป็นอีกต่อไปค่ะ เพราะ Google มีระบบป้องกันภัยคุกคามในตัวที่แน่นหนาอยู่แล้ว การลงแอปฯ Antivirus ไว้ในเครื่องจะทำให้เปลืองพื้นที่และกินแบตฯ โดยใช่เหตุ ยกเว้นเพียงกรณีเดียวคือคุณเป็นสายโหลด APK จากแหล่งภายนอกที่ไม่น่าเชื่อถือ หากต้องการฟังก์ชันตามหาเครื่อง (Find My Device) คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ "Android Device Manager" ของ Google ได้โดยตรงโดยไม่ต้องลงแอปฯ เพิ่ม
4. แอปฯ ประหยัดแบตเตอรี่ (Battery Saver)
จริงอยู่ที่แอปฯ เหล่านี้อาจบอกข้อมูลได้ว่าแอปฯ ไหนกินพลังงาน แต่ส่วนใหญ่ทำได้แค่นั้น เพราะหากจะให้แอปฯ เข้าไปควบคุมการใช้พลังงานเชิงลึก จำเป็นต้อง "Root" เครื่องซึ่งอาจทำให้ความปลอดภัยลดลง ปัจจุบันสมาร์ทโฟนทุกรุ่นมีเมนู Battery Monitor ติดมากับเครื่องอยู่แล้ว ซึ่งบอกละเอียดทั้งการคาดการณ์เวลาใช้งานที่เหลือและแอปฯ ที่กินแบตฯ สูงสุด ดังนั้นการติดตั้งแอปฯ เพิ่มจึงมักมีโฆษณาแถมมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ
5. แอปฯ ติดเครื่องที่ไม่ได้ใช้ (Bloatware)
แอปฯ ที่มากับเครื่องหรือแอปฯ ที่โหลดทิ้งไว้แต่ไม่เคยเปิดใช้งาน คือปัจจัยหลักที่ทำให้พื้นที่ความจำเต็มโดยเปล่าประโยชน์ แอปฯ เหล่านี้เปรียบเหมือนของรกบ้านที่ไม่ได้ใช้แต่กินพื้นที่จัดเก็บ หากลบได้แนะนำให้ลบออกทันทีเพื่อคืนพื้นที่ว่างให้สมาร์ทโฟน แต่หากเป็นแอปฯ ระบบที่ลบไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดควรเลือก "Disable" หรือปิดการทำงานไว้ เพื่อไม่ให้มันทำงานเบื้องหลังจนกินทรัพยากรเครื่อง
สุดท้ายนี้ สมาร์ทโฟนจะลื่นไหลหรือทำงานได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของคุณ การเลือกใช้เครื่องอย่างเข้าใจและหลีกเลี่ยงแอปฯ ที่เกินความจำเป็น คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาประสิทธิภาพของมือถือให้ใช้งานได้ยาวนาน