รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

แนะนำหูฟังน่าใช้ สำหรับทำงาน เรียนออนไลน์ หรือบันเทิง ทั้งรุ่นราคาประหยัด-ไฮเอนด์

แนะนำหูฟังน่าใช้ สำหรับทำงาน เรียนออนไลน์ หรือบันเทิง ทั้งรุ่นราคาประหยัด-ไฮเอนด์

ทุกวันนี้หูฟังแบบ TWS หรือ True Wireless ออกมาให้เลือกมากมายเลยทำให้หลายคนคิดไม่ออกว่ารุ่นไหนจะดีที่สุดและน่าสนใจที่สุดในช่วงเวลานี้ ทีม Sanook Hitech ได้รวมหูฟังไร้สายที่น่าใช้ประจำเดือนกันยายนมาให้คุณได้ดูและเลือกใช้ไว้คู่กับมือถือ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

istock-1221598194

"Marshall Minor III" และ Marshall Motif A.N.C. หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุด

เริ่มกันที่ Marshall Minor III" และ Marshall Motif A.N.C. หูฟังไร้สายที่มาพร้อมกับดีไซน์ อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉับบของ Marshall และเป็นรุ่นใหม่ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไป (คิดว่าอีกไม่นานก็มาไทย)

แน่นอนว่ารุ่นที่เรากำลังจะพูดถึงคงหนีไม่พ้นเจ้า Marshall Minor III ที่มาพร้อมดีไชน์คล้าย ๆ กับ AirPods (มองผ่าน ๆ ก็มันแอบเหมือน) ที่มาพร้อมกับความดุดัน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสวยงามแบบฉบับ Marshall

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl

ทั้งนี้สเปกหลัก ๆ ของรุ่นนี้นั้นมันมาพร้อมกับไดรเวอร์หูฟังขนาด 12มม. ที่ให้เสียงที่ดังและคมชัด น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่มีมีระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancelling) คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Marshall และเพลิดเพลินได้ยาวนานถึง 25 ชั่วโมง โดยตัวเอียร์บัดอยู่ได้ 5 ชั่วโมง และเคสชาร์จแบบพกพามีการชาร์จเพิ่มเติมก็สามารถชาร์จได้ถึง 4 ครั้ง รองรับการชาร์จเคสแบบไร้สายหรือด้วยสาย USB-C ได้อย่างง่ายดาย 

ส่วน Marshall Motif A.N.C. ซึ่งจะมีดีไซน์เหมือนกับ Marshall Minor III แต่พิเศษกว่าคือในรุ่น Motif A.N.C. จะมาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancelling) นั้นทำให้มันมีราคาที่สูงกว่า Minor III ตัวหูฟังมาตรฐานกันน้ำ IPX5 และเคสชาร์จขนาดพกพาที่ป้องกันรอยขีดข่วนตามมาตรฐาน IPX4 ทำให้คุณสามารถพกพามันไปไหน ๆ ก็ได้ครับ

Marshall Minor III พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ สนนราคาเริ่มต้นที่ 129 เหรียญ หรือราว 4,253 บาท ส่วน Marshall Motif A.N.C. จะมาพร้อมกับราคา 179 เหรียญ หรือราว 5,902 บาท ลุ้นกันต่อไปว่าในประเทศไทยได้เข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่ (โดยทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกใช้งานแค่สีเดียวเท่านั้นคือ สี Black)

เซนไฮเซอร์  "CX Plus True Wireless" หูฟังคุณภาพเสียงที่เหนือชั้น ไร้ขีดจำกัด

CX Plus True Wireless หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดจากเซนไฮเซอร์ ที่มอบสุนทรียภาพในการฟังและประสบการณ์การฟัง คุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) การเชื่อมต่อที่ง่ายดาย และดีไซน์เพรียวบางที่ทำให้คุณสามารถสวมใส่ได้อย่างสบายตลอดทั้งวัน

cx_plus_tw_male_application_i

ระบบเสียงชั้นเลิศจากหูฟังเซนไฮเซอร์ CX Plus True Wireless  แตกต่างไปจากหูฟังทั่วไปในท้องตลาด และยังมาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้ ระบบเสียงคุณภาพสูงนี้มาจากความสามารถของ TrueResponse ทรานสดิวเซอร์ออกแบบจากประเทศเยอรมนี เพื่อเสียงที่ชัดใส

หูฟัง CX Plus Ture Wireless จะวางจำหน่ายในรูปแบบสีดำด้าน หรือสีขาวด้าน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 และจำหน่ายในราคา 6,390 บาท

Sony WF-1000XM4

batch_sony-wf-1000xm4

เริ่มต้นกับ Sony WF-1000XM4 หูฟังรุ่นล่าสุดที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีของระบบเสียงมาพร้อมกับเสียพูดผ่าน Beamforming ให้เสียงที่คมชุดและลดเสียงรบกวนได้ดี พร้อมกับมีการจับการเคลื่อนไหวจากขากรรไกลหรือ bone-conducting microphone ทำใหคุณภาพเสียงที่ทีนั้นทำได้ดี ไม่แพ้กับเสียงเพลงที่ปล่อยออกมา แถมยังมาพรอมกับ Adaptive Noise Canceling มาให้ด้วย

และแบตเตอรี่ยังเคลมว่าใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง และมีเทคโนโลยี Bluetooth 5.2 ใหม่ล่าสุด แต่ว่าราคาของมันสูงไปหน่อย

WF-1000XM4 พร้อมเปิดให้ผู้สนใจได้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน ถึง 7 กรกฎาคม ศกนี้ ในราคา 8,990 บาท มีให้เลือกใช้งาน 2 สี คือ สีดำ และสีเงิน

Samsung Galaxy Buds2

batch_samsung-galaxy-buds-2

มาถึงหูฟังของ Samsung Galaxy Buds 2 ที่ออกมาแทนรุ่นเดิม จุดเด่นคือเรื่องคุณภาพเสียงที่ดีแล้ว ยังใส่ใจในเรื่องไมโครโฟนให้คุณภาพเสียงที่ดี และยังมีการลดเสียงรบกวนจากลมได้ดี ในราคาไม่แพง และยังให้ ANC มาด้วยกันเสียงรบกวนได้ถึง 98%

AirPods 2 / AirPods Pro

batch_jabra-elite-active-75t

เป็นอีกหูฟังที่มีความเหมาะกับผู้ใช้งาน iPhone เพราะมีทั้งระบบคำสั่งเสียง Hey Siri และส่งโทรออกโดยไม่ต้องใช้การกดปุ่มเลย พร้อมกับคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีและโดดเด่น แม้ว่าจะมีราคาสูงโดยเฉพาะ AirPods Pro ก็ตาม ส่วนแบตเตอรี่ถือว่าใช้ได้และใช้งานได้ยาว

Xiaomi FlipBuds Pro ครั้งแรกของหูฟังจาก Xiaomi ที่เน้นคุณภาพและมี ANC ในตัว

Xiaomi ได้มีการเปิดตัว TWS ที่ถือว่าเป็นที่สุดของค่ายอย่าง FlipBuds Pro ซึ่งเป็นเรือธงของหูฟังกับการติดตั้ง ANC หรือ Active Noise Cancellation พร้อมกับ Driver ขนาด 11 มิลลิเมตร และมีชิปเสียงจากทาง Qualcomm

flip4

จุดเด่นของตัวนี้คือ ANC ที่จะมีการปรับให้เสียงรอบค้างนั้นเบาลงถึง 40 db ด้วยไมโครโฟนทั้งหมด 3 ตัวมาช่วยทำงานพร้อมกับป้องกันความผิดพลาดจากการไม่ได้เปิดไมโครโฟนเมื่อไม่ได้ต้องการใช้ นอกจากนี้ยังมีชิป Bluetooth รุ่น QCC5151 รองรับเทคโนโลยี Bluetooth 5.2 พร้อมกับ aptX และจอกจากนี้ยังสามารถทำงานค่าความหน่วงต่ำ (Low Latency) แต่ทำได้กับมือถือ Mi Mix Fold, Mi 11 Series, Redmi K40 Series, Redmi K30 Series และ Redmi Note 9 Series

แบตเตอรี่มีการเคลมว่าสามารถใช้งานได้นานสุด 28 ชั่วโมง แต่ตัวหูฟังเองใช้ได้นานสุด 7 ชั่วโมง หากไม่เปิด ANC ส่วนเปิด ANC ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง รวงรับ USB-C และชาร์จไฟแบบไร้สายได้

Xiaomi Flipbuds Pro พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคา 5,699 บาท

Technics EAH-AZ60

มีการออกแบบ Acoustic Chamber ที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะของ Technics ที่มาพร้อมกับ Harmonizer และ Drivers ขนาด 8 มม. ให้เสียงที่หนักแน่นและมีมิติความกว้างพร้อมความนุ่มนวล เก็บทุกรายละเอียดของเสียง โดย Acoustic Control Chamber ทำหน้าที่ปรับการเคลื่อนที่ของลมให้ลงตัวเพื่อสร้างเสียงเบสอันทรงพลัง และเสริมเสียงช่วงกลางให้ดียิ่งขึ้น

technicseah-az60

ส่วน Harmonizer ที่ปรับปรุงใหม่ให้เสียงแหลมที่นุ่มนวลในช่วงเสียงที่เป็นธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ภายในไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 8 มม. ขั้นสูง ติดตั้งไดอะแฟรมไบโอเซลลูโลสที่แข็งแรงพร้อมมีความยืดหยุ่น มอบเสียงใสบริสุทธิ์ และสมจริงตั้งแต่เสียงต่ำที่คมชัดไปจนถึงเสียงสูงที่ฟังลื่นไหล

นอกจากนี้ EAH-AZ60 ยังรองรับ Bluetooth® ที่ให้คุณภาพเสียงระดับสูงและเทคโนโลยี LDAC*4 ส่งให้ช่วงไดนามิกของเสียงกว้างพร้อมการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความคมชัดสูงอีกด้วย

Technics EAH-AZ40

แม้จะมาพร้อมกับไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 6 มม. แต่เมื่อผสานรวมเข้ากับ Acoustic Control Chamber และ Harmonizer ก็สามารถให้เสียงที่ชัดใส พร้อมความกว้างและความลึกของทุกช่วงเสียง ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ในขนาดกะทัดรัด

 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Technics EAH-AZ60 ราคา 8,990 บาท และ EAH-AZ40 ราคา 6,990 บาท พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนตุลาคมนี้

Jabra Elite Active 75t

batch_jabra-elite-active-75t

Jabra เป็นอีกผู้ผลิตที่เน้นเรื่องของคุณภาพเสียงในการพูด เพราะอย่าง Elite Active 75t มีการออกแบบให้ถูกลัก Ergonomic และยังใส่สบาย แถมยังติดตั้งระบบไมโครโฟนที่มีคุณภาพดี กันน้ำในแบบ IP57 และติดตั้งระบบ Noise Canceling มาให้ด้วย

Belkin SoundForm Freedom หูฟังไร้สายแบบ True Wireless รองรับแอพ Find My ของ Apple

true-wireless-belkin-soundfor

หูฟังไร้สาย SOUNDFORM™ Freedom True Wireless Earbuds เป็นการมอบประสบการณ์การฟังที่ดียิ่งขึ้นด้วยไดรเวอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายใน สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง พร้อมตัดเสียงรบกวนรอบข้างขณะใช้สายสนทนา และมีระบบการชาร์จแบบไร้สายด้วยเทคโนโลยี Qi เพิ่มการใช้งานยาวนานกว่า 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ทั้งนี้หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ยังสามารถใช้งานการค้นหาผ่าน Find My Network ของ Apple ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นเครือข่ายการค้นหาขั้นสูงที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัว ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้แอป Find My Network เพื่อค้นหาได้ในกรณีที่สูญหายหรือถูกขโมยได้ด้วย

ด้วยระบบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Belkin ที่มีปรับแต่งไดรเวอร์เพื่อให้เสียงเบสที่ทรงพลังและเคลียร์ใส ชัดเจนเป็นพิเศษ พร้อมกันนี้ยังมีเทคโนโลยีจากชิพ Qualcomm® QCC3046 Bluetooth SoC ที่ให้เสียงการโทรมีความชัดเจน ซึ่ง Belkin จะมอบคุณภาพการโทรที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยไม่มีเสียงรบกวนรอบข้าง

หูฟังไร้สาย SOUNDFORM™ Freedom True Wireless Earbuds มีให้เลือก 2 สี Black, White พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคา 3,990 บาท

Galaxy Buds Pro หูฟังไร้สายที่ดีที่สุดจากซัมซุงครั้งแรกกับ Active Noise Canceling อัจฉริยะของหูฟังไร้สาย

Galaxy Buds Pro (กาแลคซี่ บัดส์ โปร) สุดยอดนวัตกรรมหูฟังไร้สาย ที่มาพร้อมคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่ดีที่สุดจากซัมซุง โดดเด่นด้วย Active Noise Canceling อัจฉริยะ กับครั้งแรกที่สลับโหมดฟังเสียงรอบข้างด้วยเสียงพูด และสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้สูงสุดถึง 99%

พร้อมมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่สะดวกยิ่งขึ้น มาในดีไซน์โฉมใหม่ โฉมเฉี่ยว สวยงาม ลงตัวกับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือเพื่อความบันเทิง Galaxy Buds Pro ก็พร้อมเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้พิเศษกว่าที่เคย

นอกจากนี้ Galaxy Buds Pro  ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Voice Detect ที่ ANC สามารถทำงานร่วมกับ Ambient Sound ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การสื่อสาร จากการปรับการใช้งานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของผู้ใส่ โดยเมื่อตรวจจับได้ว่ามีการสนทนา Galaxy Buds Pro จะสลับโหมดจากการตัดเสียงรบกวนเป็นขยายเสียงให้แทนพร้อมลดความดังของคอนเทนต์ที่ฟังอยู่ลง เพื่อให้ผู้ใส่ได้ยินเสียงสนทนาของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องถอดหูฟัง

Galaxy Buds Pro พร้อมให้คุณเลือกใช้งานด้วยกันทั้งหมด 3 สีสุดโมเดิร์น ได้แก่ Phantom Black, Phantom Silver และ Phantom Violet สุดหรู และพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคา 6,990 บาท

เรียกได้ว่าหูฟังกลุ่มที่แนะนำนี้ก็ถือว่าดีและน่าใช้งานพอสมควรเลยครับ สำหรับในครั้งต่อไปจะมีมือถือรและ Gadget กลุ่มไหนมาแนะนำอีกรอติดตามในครั้งต่อไปครับ