[Review] Samsung Galaxy Tab S7+ จุดลงตัวของ Tablet ที่มีปากกาฟีเจอร์เทพระดับ Galaxy Note20 Ultra

[Review] Samsung Galaxy Tab S7+ จุดลงตัวของ Tablet ที่มีปากกาฟีเจอร์เทพระดับ Galaxy Note20 Ultra

นอกจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นิยมมากมายรวมถึงมือถือที่เป็นที่รู้จักแล้ว Samsung ยังคงเป็นอีกผู้ผลิตอุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะ Tablet โดดเด่นไม่แพ้ iPad และครั้งนี้ผมจะพบคุณไปพบกับ Samsung Galaxy Tab S7+ เรือธงฝั่้ง Tablet กันว่าจะมีความน่าสนใจแค่ไหน และมันแทนการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้มากน้อยแค่ไหน รับชมกันเลยครับ

แกะกล่อง Samsung Galaxy Tab S7+

ภายในกล่องของ Samsung Galaxy Tab S7+ ประกอบไปด้วย

  • คู่มือตัวเครื่อง
  • สายชาร์จไฟ USB-C
  • ปลั้กชาร์จไฟรองรับ Fast Charge (15W)
  • ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab S7+
  • ปากกา S Pen ขนาดใหญ่

รูปลักษณ์ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab S7+

เริ่มต้นกับด้านหน้าของเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED  ขนาดใหญ่มากมายถึง 12.4 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 2800x1752 พิกเซล แต่ถ้าเป็น Galaxy Tab S7 จะมีขนาด 11 นิ้ว เป็นจอ LTPS LCD ความละเอียด 1600x2560 พิกเซล เท่านั้น

ส่วนบนของหน้าจอจะมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เท่านั้น และมีเซนเซอร์วัดแสงมาให้ด้วย

sd_tab_s7p_b1012

ส่วนล่างของหน้าจอมีปุ่มควบคุมหน้าจอหากไม่ได้เปิดก็จะเป็นพื้นที่ปกติ ทั้งนี้ Samsung Galaxy Tab S7 และ Galaxy Tab S7+ สามารถเปลี่ยนรูปแบบของปุ่มสั่งงานได้โดยการเข้าฟังก์ชั่นได้ที่ Setting (ตั้งค่า) >Display (หน้าจอ) > Navigation Bar (แถบการนำทาง) สามารถเปลี่ยนได้ 2 แบบ ได้แก่

  • เป็นแบบปุ่มกดปกติที่เปลี่ยนรูปแบบได้ ค่าเริ่มต้นคือ Recent Apps, กลางคือ Home และ ขวาสุดคือ Back หรือ ย้อนกลับ และมีอีกแบบบให้เลือกตามภาพครับ
  • ปุ่มกดที่เป็นแบบปัด จะมีการเปลี่ยนแปลงคือ
  • ปัดตรงกลางขึ้น 1 ครั้งเท่ากับกลับหน้า Home
  • ปัดตรงกลางขึ้นค้างไว้ จะกลับไปหน้า Recent Apps
  • ปัดข้างซ้ายหรือขวาของหน้าจอ จะเป็นการย้อนกลับ

หากไม่สะดวกจะใช้ 3 Tab แบบเดิมก็ได้ (ซ้าย = Recent Apps, กลาง = Home, ขวา = Back) 

 

ส่วนบนมาพร้อมกับปุ่ม Side Key ตั้งต้นจะเป็นสั่ง Bixby แต่เราสามารถเข้าไปตั้งที่ Setting (ตั้งค่า) > Advance Feature (คุณสมบัติขั้นสูง) > Side Button (ปุ่มด้านข้าง) เพื่อเปลี่ยนรูปแบบปุ่มได้ทั้ง เปิด / ปิด หรือสั่งงาน Bixby พร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ดและ MicroSD ทั้งนี้รุ่นที่ทีมได้รับมาเป็นรุ่น WiFi จะไม่สามารถใส่ซิมการ์ดได้

sd_tab_s7p_b1004
sd_tab_s7p_b1005

sd_tab_s7p_b1006

ส่วนล่างจะเป็นที่อยู่ของ Connector สำหรับเสียบกับอุปกรณ์เสริมอย่างเช่น Keyboard เป็นต้น

sd_tab_s7p_b1002

ทางข้างซ้ายและขวาจะมีพร้อมกับลำโพงทั้งหมดข้างละ 2 พร้อมกับเส้นของเสาอากาศเพราะเครื่องรุ่นนี้เป็นเป็นโลหะทั้งหมด และ USB-C จะอยู่ทางฝั่งข้างขวาของเครื่อง

sd_tab_s7p_b1001

sd_tab_s7p_b1003

ด้านหลัง นอกจากโลโก้ Samsung ที่วางในแนวนอน จะมีเส้นพร้อมกับเป็นแม่เหล็กที่สามารถดูดปากกาและรองรับการชาร์จไฟแบบ Wireless Charge ได้ พร้อมกับกล้องทั้งหมด 2 ตัวด้วยกัน และมี LED Flash และล่างสุดมีโลโก้ Sound By AKG มาให้

sd_tab_s7p_b1007

sd_tab_s7p_b1008

ภาพรวมการออกแบบ / น้ำหนักของเครื่อง / สีสัน

sd_tab_s7p_b1015

เรียกได้ว่าเป็น Tablet ที่มีขนาดใหญ่และเต็มตาเพราะขอบหน้าจอนั้นเหลือน้อยแต่ขยายหน้าจอไปสุดมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นอีกเครื่องมือ ถ้าคุณมองว่ามือถือของคุณดีอยู่และอยากได้ Tablet ที่ดึงความสามารถของ Galaxy Note20 Series มานี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

สำหรับน้ำหนักของ Samsung Galaxy Tab S7 เมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้วถือว่าเบาลงกว่าเดิมและตัวเครื่องจะบางลง และ Galaxy Tab S7+ นั้น ยังคงสะดวกพกอยู่ เพราะน้ำหนัก 575 กรัม เท่ากันทั้ง WiFI และ รุ่น 5G

สำหรับสีสันของตัวเครื่องจะมาพร้อมกับสี Mystic Black และ Mystic Bronze

เปิดเครื่องลองใช้ฟีเจอร์ของ Samsung Galaxy Tab S7+

สเปกของ Samsung Galaxy Tab S7+

  • ขนาดตัวเครื่อง285 x 185 x 5.7 มิลลิเมตร  
  • น้ำหนัก575 กรัม 
  • หน้าจอขนาด4 นิ้วใช้หน้าจอ Super AMOLED  
  • ความละเอียดหน้าจอ : 2800x1752 อัตราส่วน16:10 ส่วนค่า Refresh Rate 120Hz รองรับการแสดงผล HDR10+  
  • กระจกหน้าจอ : Gorilla Glass
  • มาตรฐานการกันน้ำ -
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 865+ Octa Core | GPU Adreno 650
  • RAM: 6GB(WiFi) 8GB (5G) 
  • ความจำในตัว : มีให้เลือกในขนาด 128 (WiFi) / 256GB ความจำแบบUFS 3.1 
  • เพิ่มความจำผ่านmicroSD ได้  
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10 ครอบด้วยOne UI 2.5
  • การเชื่อมต่อWiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 5.2 NFC และรองรับ USB-C เวอร์ชั่น2
  • รองรับeSIM และ Nano SIM (เฉพาะรุ่น 5G)     
  • ระบบเสียง
    • ลำโพงStereo 4จุด กำลัง 6W รองรับ Dolby ATMOS ปรับจูนโดย AKG   
    • ไมโครโฟน 3 ตัวรองรับฟีเจอร์ Dual Video Call และลูกเล่นกาปรับใช้ไมโครโฟนด้านหน้าและหลังเครื่อง
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย2 ตัวด้วยกันประกอบด้วย  
    • กล้องหลักความละเอียด13 ล้านพิกเซล เลนส์ขนาด 26 mm. รูรับแสง F 1.8 พร้อมกับ Laser Focus, LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ , 4K 30/60 FPS, Full HD 30 FPS, Slowmotion, Hyperlapse (Timelaspe แบบปรับความเร็วอัตโนมัติ)
    • กล้องมุมกว้างขนาด 13 mm. ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง 2   
  • กล้องหน้าความละเอียด8 ล้านพิกเซล รองรับวิดีโอความละเอียด 1080P
  • ปากกาS Pen รองรับการตอบสนองในแบบ ultra-low latency แบบ และ Wireless Charge (Tab S7 จะเป็นแบบ 26 ms.
  • แบตเตอรี่ 10090 mAh รองรับกำลังชาร์จไฟ (45W) ทั้งนี้ที่ชาร์จติดกล่องกำลัง 15W เท่านั้น และReverse Wireless Charging  
  • สีมีให้เลือกทั้งMystic Black และ Mystic Bronze 

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ / เมื่อทดลองเล่นเกม

screenshot_20200914-181539_an

ผลการทดสอบประสิทธิภาพจาก AnTuTu = 581,443 คะแนน

 

ผลการทดสอบประสิทธภาพจาก GeekBench แบบ Multi Core = 959 | Single Core = 2715  

 

สำหรับประสิทธิ ภาพของเครื่องเรียกได้ว่ามาเต็มครับและยังให้การทำงานของเครื่องที่ราบรื่นทั้งการเล่นเกม ก็จะมีโหมด Game Booster มาให้ได้เลือกใช้งาน แต่ที่เหลือต้องยอมรับว่ามันออกแบบเพื่อการทำงานที่ลงตัวมาก และใช้งานพร้อมกันมากกว่า 2 หน้าต่าง

การเชื่อมต่อของ Galaxy Tab S7 / Tab S7+

การเชื่อมต่อของ Samsung Galaxy Tab S7 จะมาพร้อมกับ WiFi 802.11 AX (WiFi 6), Bluetooth เวอร์ชั่น 5.2 และ GPS  มาให้แต่ถ้ารุ่น WiFi จะเหลือแค่ Bluetooth, WiFi 802.11 AX และ GPS ที่ต้องต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตถึงจะทำงานได้เหมาะสม

การแสดงผลหน้าจอ / ระบบคุณภาพเสียง

tab_scer

หน้าจอของ Samsung Galaxy Tab S7+ เป็นแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2800x1752 พิกเซล แม้ว่าจะไม่ได้ความละเอียระดับทะลุ 4K แต่ว่าก็ยังให้คุณภาพการแสดงผลที่คมชัดและหน้าจอทัชสกรีนติดง่ายมากครับ แถมมีโหมดถนอมสายตา ทั้งตัดแสงสีฟ้าและเลือก Profile แสดงสี

sd_tab_s7p_b1001
sd_tab_s7p_b1003

ส่วนระบบเสียงยังคงให้คุณภาพดีเพราะมีการปรับจูนโดย AKG รองรับการเปิดฟีเจอร์ Dolby ATMOS ให้คุณภาพเสียงปรับตามรูปแบบได้ทั้ง ดูหนัง, ฟังเพลง และกำลังลำโพง 16W ทั้งหมด 4 ตัวก็ให้เสียงที่ดีงมากและคมชัด

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์โดดเด่น / ระบบความปลอดภัย

ทางด้านระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5 แบบเดียวกับ Samsung Galaxy Note20 Series รวมถึงมือถือหลายรุ่นของ Samsung ได้อัปเกรดไปก่อนหน้านี้ และเมื่อเป็น Tablet ความแตกต่างจากการเปิดพร้อมกันได้ 5 หน้าจอสบายๆ ผ่าน Pop Apps แล้ว ยังสามารถเลื่อน Notification Bar ได้ทั้งซ้าย กลาง ขวา ตามที่ต้องการ

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Samsung Galaxy Tab S7+ เรียกได้ว่ามีการนำ Galaxy Note20 Ultra มาใช้มากมายเช่น

  • Bixby Routine ปรับเปลี่ยน Profile ของเครื่องตามสถานะที่และเวลาได้
  • Advance Intelligent Assistant สามารถแปลงจากการ Note เป็น Power Point ได้ หรือจะนำเข้าและแก้ไข PDF เราสามารถเขียนลงไปและส่งให้เพื่อนได้เลย  
  • Note Talking จะมีการเขียนและพิมพ์ทำได้พร้อมกัน Easy Type & Write สามารถทำให้บรรทัดปรับให้ตรงและทำงานต่อได้ลงตัว 
  • Audio Bookmark สามารถบันทึกเสียงและเขียนได้จะปรากฏได้ 
  • AI Near Note สามารถปรับให้ Note ที่จะให้ตรง แม้จะเขียนเอียงแค่ไหนก็ตาม แต่ต้องดูให้เป็นตัวอักษรนะ 
  • การจัดการ Note เป็นแบบ Folder Structure แบ่ง Note สามารถหาได้ง่ายและ มีการ Template ที่ดีขึ้น  
  • สามารถทำงานเป็นทีมได้ง่ายมากขึ้น ผ่าน Note Live Sync ถ้ามี Samsung Account ที่เป็น Public สามารถปรับและทำงานเป็นทีมก็ได้ หรือ จะเขียน Note ในมือถือระหว่างเขียนที่อื่นก็จะอยู่ที่กลาง เปิดได้หลาย Device พร้อมกันได้ หากเขียนที่ตรงไหนก็จะสามารถแก้ที่เครื่องนั้นได้ 
  • Link To Windows ปรับปรุงให้ Mobile Apps ใช้งานบน PC ได้มากขึ้นใช้ได้มากสุด 6 Apps แต่การทำงานจะดีต้องอย่าลืม อัปเดต โปรแกรมให้ใหม่เสมอนะครับ 

  • Samsung Dex สำหรับเวอร์ชั่น Tab S7+ จะรองรับ Wireless Dex ที่สามารถเชื่อมต่อกับทีวีในรูปแบบของ Mirror Cast ของทีวี (ทุกยี่ห้อที่ทำ Mirror Cast กับมือถือหรือ Tablet ได้) แต่สำหรับกล่อง Android TV ยังไม่สามารถใช้งานได้ แต่สำหรับ Samsung Dex สำหรับ Samsung Galaxy Tab S7 Series คุณสามารถตั้งค่าได้มากกว่าเช่น
    • Clip Studio Paint ที่ใช้งานได้ฟรี 6 เดือน สามารถเลือกปรับแต่งภาพได้
    • Noteshelf มาพร้อมกับฟีเจอร์รองรับการจดได้มากมาย
    • Canva โปรแกรมออกแบบกราฟิกที่มีให้เลือกใช้ถึง 200 แบบ พร้อมกับใช้งานบนเว็บ และ Apps ได้
    • เชื่อมต่อผ่านการเปิดผ่าน Book Cover หรือ HDMI จะเปิดเข้า Dex โดยอัตโนมัติ
    • เลือก Wallpaper เชื่อมต่อกับเมาส์, Keyboard หรือ Wireless Keyboard Cover
    • เปิดโปรแกรม ได้เหมือนกับ Wireless Dex, Dex For PC เป็นต้น แถมยังรองรับการรสั่งงานผ่าน Key ที่เหมือนกับ Microsoft Windows โดยกดปุ่ม OS Key แล้วตามด้วยคำสั่งต่างๆ ก็จะทำงานได้เหมือนกันกับคอมพิวเตอร์
    • Keyboard Cover สามารถสั่งงานแบบ Multi Touch ได้เพราะมีขนาดใหญ่
    • ติดตั้งโปรแกรมมาให้ทั้งหมดหลาหลายรุ่นเช่น

  • บอร์ดประจำวัน หากมีเสียบชาร์จ เราสามารถให้เครื่องแสดงผลหน้าจอแสดงสภาพอากาศ, สไลด์รูปโชว์เวลา, การเปิดเพลง

ทั้งนี้ปากกา S Pen ของ Samsung Galaxy Tab S7+ จะตอบสนองได้เท่ากับ Galaxy Note20 Ultra ให้ความเร็วแบบ 9ms. (Tab S7 จะทำได้ที่ 26 ms.) และยังสามารถสั่งงานแบบ Air Gesuture ลักษณะแบบเดียวกับ Galaxy Note20 ใช้วิธีดังนี้

  • กดแล้วปัดเป็นเครื่องหมาย < จะเท่ากับย้อนกลับ 
  • กดแล้วปัดเป็นเครื่องหมาย ^ เท่ากับ กลับหน้าหลัก
  • กดแล้วปัดเป็นเครื่องหมาย > เท่ากับเปิดเปิดหน้า Recent Apps หรือน่าโปรแกรมล่าสุด 
  • กดแล้วปัดเป็นเครื่องหมาย V จะเท่ากับฟีเจอร์ Smart Select เลือกส่วนหน้าจออัจฉริยะ  
  • กดแล้วทำท่าซิกแซก จะเท่ากับเข้าฟีเจอร์ Screen Writer  
  • ฟีเจอร์ เดิมยังอยู่ทั้ง Gesture Control ที่สามารถ สั่งเปลี่ยนภาพ หรือ Silde ที่นำเสนอ
  • ฟีเจอร์ กดถ่ายภาพ ได้ครั้งเดียว 

 tab_s7_face

ส่วนระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอแบบ Optical และ ระบบสแกนใบหน้า

 tab_s7_finger

เปิดกล้องลองถ่ายภาพด้วย Samsung Galaxy Tab S7+

sd_tab_s7p_b1023

สำหรับกล้องของ Samsung Galaxy Tab S7+ มีทั้งหมด 3 ตัวประกอบไปด้วยกล้องหลัง 2 ตัวและกล้องหน้า 1 ตัวได้แก่

  • กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง 0 พร้อมกับ LED Flash
  • กล้องหลังมุมกว้างความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ฟีเจอร์ของกล้อง Samsung Galaxy Tab S7+

การจัดวางหน้าตาโหมดต่างๆ ของ Samsung Galaxy Tab S7+ ยังคงใช้พื้นฐานเหมือนกับมือถือ Samsung สำหรับรุ่นนี้รองรับฟีเจอร์ Single Take มาให้แต่ถ่ายได้แค 5 วินาที เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Live Focus ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โหมดโปรทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เรียกได้ว่าถอดมาจากมือถือตัวท๊อป แต่ว่า อาจจะมีฟีเจอร์ที่หายไปบ้างนะ

ตัวอย่างภาพจาก Samsung Galaxy Tab S7+

 sd_tab_s7_cam_014
sd_tab_s7_cam_015
sd_tab_s7_cam_016
sd_tab_s7_cam_018

สภาพแสงปกติ / ภาพกลางวัน

sd_tab_s7_cam_005

สภาพแสงน้อย / ภาพกลางคืน

 sd_tab_s7_cam_003
sd_tab_s7_cam_008
sd_tab_s7_cam_010

การถ่ายภาพอื่นๆ เช่นถ่ายบุคคล, อาหาร ระยะใกล้ เป็นต้น

ทดลองการถ่ายวิดีโอ Samsung Galaxy Tab S7+

sd_tab_s7p_b1018

การถ่ายวิดีโอของ Samsung Galaxy Tab S7+ รองรับทั้งการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ในแบบ 30 FPS อาจจะไม่มีระบบกันสั่นมาให้แต่ก็ยังทำงานได้ดี ส่วนโหมด Pro Video จะปรับได้แค่ ISO, การชดเชยแสง, ปรับค่า White Balance

กล้องหน้าของ Samsung Galaxy Tab S7+ เป็นอย่างไร

sd_tab_s7_cam_009ภาพกล้องหน้าแสงปกติ

 

ส่วนกล้องบหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แม้ฟีเจอร์จะไม่ได้ต่างจากกล้องหลังแต่มีการย้ายตำแหน่งกล้องมาไว้ส่วนข้างขวา ทำให้เวลาถือกล้องต้องว่างเครื่องแนวนอนเท่านั้น ไม่แปลกครับเพราะนี่คือรูปแบบการวางที่เหมาะกับ Tablet แล้ว และยังมี Beauty Mode มาให้ด้วย

แบตเตอรี่ / ระบบการชาร์จไฟ

tab_s7_batt

สำหรับแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Tab S7+ ให้ขนาด 10090 mAh เรียกได้ว่าใหญ่มาก หากใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้นานสุดที่ 3 วัน แต่การทดสอบประสิทธิภาพ 9:58 ชั่วโมง เท่านั้น

ส่วนระบบการชาร์จไฟของ Samsung Galaxy Tab S7+ นั้นรองรับกำลังสูงสุดที่ 45W แม้จะไม่ได้รองรับการชาร์จไฟไร้สาย แต่รุ่นนี้สามารถปล่อยไฟออกได้ในแบบ Wireless Power Share ได้เช่นเดียวกัน และยังสามารถชาร์จไฟผ่านปากกา S Pen ได้

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ทดลองใช้งาน Samsung Galaxy Tab S7+ มาสักระยะเวลาหนึ่ง

sd_tab_s7p_b1017

2 อาทิตย์กว่ากับการทดลองใช้งาน Tablet ระดับเรือธงของ Samsung รุ่นใหม่อย่าง Samsung Galaxy Tab S7+ เรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดให้รองรับการใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง เพราะฟีเจอร์ทั้งการทำงานผ่าน  Dex ถ้ามี Keyboard และเมาส์ควบคุม จะถือว่าทำงานได้ระดบัคอมพิวเตอร์ และการทำงานกับ Microsoft ที่ใกล้ชิดทำให้โปรแกรมส่วนมากคล้ายกับ PC จริง

และที่โดดเด่นคือการทำงานปากกา S Pen เรียกได้ว่าไวระดับเดียวกับ Galaxy Note20 Ultra เลยก็ว่าได้ ทั้งหมดนี้จะติดแค่เรื่องเดียวคือขนาดที่ใหญ่อาจจะทำให้พกพาลำบาก แค่นั้นเอง ถ้าอยากพก Tablet รุ่นนี้แบบสะดวกไปเลยแนะนำ  Galaxy Tab S7 จะน่าใช้กว่า แต่คุณภาพหน้าจอจะดรอบลงแต่พูดเลยว่าน้อยมากครับ

sd_tab_s7p_b1014

สำหรับราคา Galaxy Tab S7 Series (รวมอุปกรณ์เสริม) ที่ขายในประเทศไทยมีดังนี้

  • GalaxyTab S7 WiFi (RAM 6GB / ROM 128GB) = 22,900 บาท
  • Galaxy Tab S7 4G LTE (RAM 6GB / ROM 128GB) = 26,900 บาท
  • Galaxy Tab S7+ 4G LTE (RAM 6GB / ROM 128GB) = 33,900 บาท
  • Galaxy Tab S7+ 5G จะได้ความจำเยอะขึ้นมาคือ RAM 8GB / ROM 256GB = 39,900 บาท
  • ราคาปากกา S Pen ของ Samsung Galaxy Tab S7 = 2,290 บาท
  • Book Cover สำหรับ Galaxy Tab S7 = 1,990 บาท
  • Book Cover สำหรับ Samsung Galaxy Tab S7+ = 21,990 บาท
  • Keyboard Cover Samsung Galaxy Tab S7 = 5,990 บาท
  • Keyboard Cover Samsung Galaxy Tab S7+ = 6,590 บาท

ณ วันที่รีวิวขึ้นนี้ขึ้นก็สามารถหาซื้อได้แล้วโดยโปรโมชั่นสามารถถามกับทางตัวแทนจำหน่ายได้เลยครับ แต่สรุปสั้นๆ ปิดท้ายบนความ Samsung Galaxy Tab S7+ เป็นอีก Tablet มากความสามารถและน่าใช้ที่สุดบนระบบปฏิบัติการ Android และมันคือ Note20 Ultra ขยายส่วน ที่ไม่ได้เอากล้องเทพตัวนั้นใส่เข้ามา เท่านั้นเอง

จุดเด่น

  • ขนาดหน้าจอใหญ่สะดวกการใช้และเหมาะกับการใช้งาน Multi Tasking
  • Dex ฉลาดและฟีเจอร์เยอะมากขึ้น
  • คำสั่งจาก Keyboard รองรับกับทุก Keyboard และสั่งงานเหมือนคอม
  • ปากกายกจาก Note 20Ultra มาคือดีงาม
  • สเปกเครื่องแรงจัดด้วย Snapdragon 865+
  • ตัวเครื่องออกแบบสวย
  • รองรับกำลังชาร์จไฟ 45W

ข้อสังเกต

  • ราคาค่อนข้างสูงทั้งอุปกรณ์เสริมและตัวเครื่อง
  • ตัวเครื่องใหญ่มาก
  • ที่ชาร์จติดกล่องค่อนข้างกำลังไฟน้อยไป
  • ยังคงไม่เน้นเรื่องกล้องเหมือนเดิม
  • ปากกายังคงเสี่ยงหลุดง่ายเหมือนเดิม