เปลี่ยนครึ่งปีหลัง ให้เหมือนฝัน

เปลี่ยนครึ่งปีหลัง ให้เหมือนฝัน

เชื่อว่าใครๆ ต่างก็มีความฝัน ตอนเด็กๆ ทุกคนล้วนฝันอยากเป็นนั่นเป็นนี่ พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ แต่บางครั้ง ความจำเป็นของการใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงกลับกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ใครหลายๆ คนทำตามความฝันได้อย่างใจกล่าวคือ ในช่วงเวลาแห่งความสับสน การโดนกดดันจากกรอบของสังคม อาจทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคหยุดยั้งความฝันของคุณได้ แต่ถ้าคุณสามารถรักษาสมดุลการดำเนินชีวิต คุณก็สามารถทำในสิ่งที่ฝันควบคู่ไปกับสิ่งที่ต้องทำ เพื่อไม่ให้หลงลืมความเป็นตัวตนของคุณ

แค่เปลี่ยนจากจินตนาการ มาเป็นการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และไม่หยุดนิ่ง พัฒนาตัวเองแบบ Never Settle เท่านี้สิ่งที่คิดฝันก็กลายเป็นจริงได้ไม่ยากหรือถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพัฒนาความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ยังไง เรามีวิธีการที่อยากให้คุณลองประยุกต์ใช้ ดังต่อไปนี้

ลงมือทำทุกวัน - ใครฝันอยากเป็นนักเขียนนิยาย ถ้าเอาแต่นั่งใจลอยเพ้อถึงตัวละครไปวันๆ นิยายเล่มนั้นคงไม่เกิดแน่ เปลี่ยนความฝันเป็นความจริงด้วยการลงมือเขียนหรือจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันที จำเป็นต้องมีสมุด ปากกาติดตัว หรือถ้าถนัดบันทึกลงสมาร์ทโฟนได้ยิ่งดี เพราะคุณสามารถดึงข้อมูลที่จดบันทึกไว้ มาพรรณนาเป็นเรื่องเล่าได้ทันใจ ในวันที่พร้อมลงมือ

ไม่หวั่นต่อทุกความคิดเห็น - ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดของคนรอบตัวมีผลต่อหัวใจของแต่ละคนไม่น้อย ดังนั้น อย่าถอยถ้าใครจะมีคอมเมนต์ต่อความฝันของเราว่า “โอ๊ย ทำไม่ได้หรอก จะไหวเหรอ” ย้อนกลับไปดูข้อ 1 ถ้าเราลงมือพัฒนาทักษะที่อยากเก่งทุกวัน ยังไงก็ไหว

ขจัดความกลัวด้วยข้อมูล - หลายๆ ความฝันต้องชะงักลงด้วยอุปสรรคหลักอย่าง “ความกลัว” เช่น อยากลองเดินทางคนเดียวดูบ้าง แต่กลัวเป็นอันตราย กลัวโดนหลอก กลัวสื่อสารไม่รู้เรื่อง ฯลฯ

ถ้าเอาแต่กลัว ตั๋วแห่งการเดินทางคงมาไม่ถึงมือสักที เปลี่ยนจากการกลัวโน่นกลัวนี่เป็นการสมัครเรียนภาษาเพิ่มเติม หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปเยอะๆ และฝึกหัวจิตหัวใจให้กล้า พกพารอยยิ้มไปด้วยทุกที่ เท่านี้ความฝันของนักเดินทางแบบบินเดี่ยวก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

ล้มเหลวได้ แต่ต้องไม่ล้มเลิก - ไม่กลัว ไม่ท้อ ไม่ถอย แต่ลงมือทำเท่าไร ฝันก็ยังดูเหมือนจะยังอยู่ไกลเท่าเดิม ทางเดียวก็คือ ต้องใส่ความสนุกไประหว่างทางด้วย มุ่งมั่นกับความฝันได้ แต่ต้องไม่ทำให้ความตั้งใจนั้นบั่นทอนฝันของคุณ

หากลงมือทำอย่างตั้งใจ กล้าออกไปทำตามความฝัน ล้มแล้วก็ลุกใหม่ จะสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยระหว่างทางก็ได้สนุกและมีความสุขกับการได้ลงมือทำก็ถือเป็นกำไร ที่ทำให้คุณอยากไปต่อได้อย่างไม่หยุดนิ่งแบบ Never Settle ซึ่งคำว่า Never Settle เองได้กลายมาเป็นนิยามศักยภาพของแบรนด์สมาร์ทโฟน OnePlus ที่ทางแบรนด์ยึดมั่นเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดให้แก่โลกและผู้ใช้งาน

(Advertorial)