รีวิว GoPro Hero 8 Black ที่อัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้า “เยอะ”

รีวิว GoPro Hero 8 Black ที่อัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้า “เยอะ”
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

เรียกได้ว่า GoPro นั้นได้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นทุกปีนะครับ ซึ่งปีนี้เขาก็ได้ส่ง GoPro Hero 8 Black และ GoPro Max ลงแข่งในตลาดกล้อง Action Camera ซึ่งทั้งคู่ก็ตอบโจทย์การใช้งานคนละรูปแบบกัน แต่บอกได้ว่าจัดหนักให้คุณ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเพียบ! มาดูกันว่าเขามาพร้อมโหมดอะไรบ้าง และถ่ายออกมาจะน่าสนใจขนาดไหน?

รูปลักษณ์ภายนอก

กล้อง GoPro Hero 8 Black มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับของเก่า แต่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บางจุดเช่น จุดสำหรับการเปลี่ยน microSD และแบตเตอรีจะอยู่ที่ด้านข้าง รวมไปถึงช่องสำหรับชาร์จแบบ USB-C ซึ่งทำให้เราสามารถถ่ายไปชาร์จไปได้ตลอดเวลาได้อีกด้วย และแน่นอนว่ากล้องมาพร้อมกับความถึกทนทานเหมือนเดิม ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเวลาเอาไปใช้งานแบบลุย ๆ ก็ได้เต็มที่ แต่ถ้าอยากลุยน้ำลึก ๆ ก็สามารถใส่ Housing เพื่อเพิ่มความทนทานได้เช่นกัน

สเปค ถ่ายได้ 4K 60 fps เลือกได้ 4 มุมมอง Superview Wide Linear Narrow โหมด SuperBoost Hypersmooth 2.0 ที่กันสั่นได้ยิ่งกว่าเดิม ถ่ายรูป SuperPhoto และ HDR Live ได้ระดับ 1080p Timewarp 2.0 กดเป็น normal speed ระหว่างการถ่ายได้ Nightlapse ถ่าย Timewarp กลางคืนได้ ไมค์ดีกว่ารุ่นก่อนมาก กันน้ำลึก 10 เมตร ใส่ housing กันน้ำได้ลึก 60 เมตร

สำหรับหน้าจอก็มาพร้อมระบบ Touchscreen ที่ค่อนข้างติดมือ เลื่อนง่าย โดยเราสามารถปัดเพื่อดูภาพตัวอย่างคลิปที่เราถ่ายมา ปรับเปลี่ยนโหมด ตั้งค่า หรือการเลือกฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่าง ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือถ่าย Timelapse ซึ่งแต่ละโหมดก็จะสามารถตั้งค่าได้อย่างอิสระอีกด้วย

ซึ่ง GoPro Hero 8 Black จะมีระยะการถ่ายให้เลือกถึง 4 ระยะคือ SuperView, Wide, Linear และ Narrow ให้เลือกตามความต้องการและความเหมาะสม

TimeWarp 2.0

โหมดที่หลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบโดยเฉพาะคนชอบเดินทาง ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากโหมด TimeLapse ซึ่งภาพที่ได้มาจะเป็นเหมือนกับการวาร์ปไปข้างหน้าโดยการประมวลผลทำให้ภาพที่แสดงออกมามีความลื่นไหลกว่า TimeLapse ทั่วไปอย่างมาก ซึ่งนอกจากความสามารถต่าง ๆ ที่มีแล้ว เรายังสามารถจิ้มที่หน้าจอเพื่อให้มันหยุดระหว่างการถ่าย เพื่อให้เป็น Highlight ได้อีกด้วย ตามนี้เลย

HyperSmooth 2.0

โหมดการถ่ายทำที่หลาย ๆ คนน่าจะเลือก GoPro Hero 8 Black ตัวนี้เป็นตัวเลือกแรก นั่นคือระบบการถ่ายที่ลื่นไหล โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Gimbal เพื่อลดการสั่นไหวของภาพ ซึ่ง HyperSmooth 2.0 นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากรุ่นแรกอย่างมาก โดยจะสามารถลดการสั่นไหวได้ในระดับที่แม้คุณจะวิ่ง จะกระโดด ภาพที่เห็นก็จะนิ่ง หรือแทบไม่สั่นเลยก็ว่าได้

SuperPhoto พร้อมเลนส์ Wide

อีก 1 โหมดที่ให้คุณสามารถถ่ายภาพออกมาแล้วจะทำการประมวลผลภาพให้ดูสมจริงและดูมีมิติสวยงามยิ่งขึ้น และยังสามารถถ่ายภาพพร้อมกับเลนส์ Wide ได้อีกด้วย แต่อาจจะไม่เหมาะกับการถ่ายภาพที่มีแสงน้อยเท่าไรนัก เพราะภาพที่ได้จะมี Noise ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ตัดด้วย Quik

อีก 1 โปรแกรมที่น่าสนใจที่ GoPro เขาให้ใช้งานแบบฟรี ๆ นั่นคือ Quik ซึ่งเป็นโปรแกรมช่วยในการตัดต่อที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมตัดออกมาแล้วแชร์ได้ทันทีอีกด้วย

ราคา

GoPro Hero 8 Black มาพร้อมราคาเปิดตัวที่ 14,500 บาท ซึ่งปัจจุบันก็สามารถหาซื้อได้แล้วตามร้านไอทีและร้านออนไลน์ชั้นนำทั่วไปผ่านตัวแทนจำหน่าย Mentagram ก็เรียกได้ว่าน่าจะเป็นอีก 1 ตัวเลือกที่ดีสำหรับคนชอบถ่ายคลิป ถ่ายวิดีโอหลากหลายรูปแบบ และตอบโจทย์สายกีฬา Extreme อย่างแน่นอน