เปรียบเทียบเรือธงฝั่ง Android เมื่อเจอกับ iPhone 11 Pro Max จะเลือกใครดี 

เปรียบเทียบเรือธงฝั่ง Android เมื่อเจอกับ iPhone 11 Pro Max จะเลือกใครดี 
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่มีการเปรียบเทียบไปในกลุ่มของ iPhone 11 Series กันไปแล้ว หลายคนก็สงสัยว่าแล้วเมื่อเทียบกับเรือธง Android อย่าง 2 รุ่นยอดนิยมได้แก่ Samsung Galaxy Note 10+ และ Huawei P30 Pro จะเลือกใครดี วันนี้ทีม Sanook! Hitech ได้ทำตารางและข้อมูลว่าหากคุณเลือกรุ่นไหนจะได้อะไรไม่ได้และความคุ้มค่าจะเป็นอย่างไรหากคุณได้ครอบครอง พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย 

หมายเหตุ : การวิเคราะห์นี้เป็นการเปรียบจากข้อมูลทั้ง สเปกของเครื่อง, ความเห็นและความรู้สึกจากทีมงาน Sanook! Hitech โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับชม หากบทความนี้ทำให้บุคคลกลุ่มไหนไม่พึงพอใจ ทีมงานต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้

>> สรุปสเปก iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ชูจุดเด่นกล้อง 3 ตัวพร้อม Night mode 

>> Update ราคา iPhone หลังการเปิดตัวภายใน Apple Store ประเทศไทย พร้อมคาดเดาราคารุ่นใหม่ล่าสุด 

>> สรุปงานเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple อย่าง iPhone 11 และ Gadgets รุ่นใหม่ที่น่าสนใจทั้งหมด 

>> เปรียบเทียบ iPhone 11 VS iPhone 11 Pro / iPhone 11 Pro Max เลือกตัวไหนดี? 

เมื่อเห็นตารางทั้งหมดแล้ว ก็ทำให้คำตอบของใครหลายๆ คนชัดเจน แต่ถ้ายังไม่ชัดเจน เรามาดูข้อเด่นและข้อสังเกตของทั้ง 3 รุ่นกันเลยดีกว่า 

Huawei P30 Pro 

>> รีวิว "Huawei P30 Pro" Super Camera Phone จบทุกเรื่องกล้องในตัวเดียว 

 

Huawei P30 Pro จะมีจุดเด่นที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กสุดในกลุ่มเรือธงที่นำมาเปรียบเทียบครั้งนี้และยังมีน้ำหนักเบาที่สุด การเชื่อมต่อ 4G LTE ทำได้แม้ว่าจะด้อยสุด แต่ก็ยังมีระบบเช่น GPS, A-GPS และ WiFi ที่ทำงานได้ดี ระบบปฏิบัติการอัปเกรดเป็น Android 10 ได้ด้วย มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยคือ สแกนใบหน้า 2D และ สแกนนิ้วแบบ Optical ในหน้าจอ

กล้องของ Huawei มีประสิทธิภาพในเรื่องการซูมมากที่สุดเพราะยังสามารถรักษาความละเอียดได้จนถึง 10 เท่า และยังถ่ายวิดีโอได้หลากหลายแบบรวมถึงการถ่าย 2 ระยะในเฟรมเดียวกัน และแบตเตอรี่มีขนาด 4200 mAh มีระบบจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อื่นแบบ Wireless, รองรับระบบชาร์จไฟไว 40W (Huawei Super Charge) ทำให้ชาร์จไฟได้ 70% ในเวลา 30 นาที และค่าตัวถูกที่สุดในเรือธงเพราะตอนนี้เหลือ 27,900 บาท 

แต่จุดสังเกตคือ เมื่อเครื่องออกมานานแล้วก็ทำให้ขาดความสดใหม่ในเรื่องของการเชื่อมต่อ LTE ที่จะช้ากว่าเพื่อนฝูงเล็กน้อยและในเรื่องของการซูมวิดีโอยังทำได้ไม่ดีเท่า และไม่มีซูมไมค์เหมือนกับทั้ง 2 ตัวหลังจากนี้ที่มี และลำโพงมีเพียงจุดเดียว ทำให้เสียงดังสู้ชาวบ้านไม่ได้ (มี Dolby ATMOS เหมือนกัน) ขณะเดียวกับ Huawei P30 pro ก็จะมีสีสันให้เลือกเยอะกว่าเพื่อนเช่นเดียวกัน ถึง 6 สี (รวมสีใหม่ทั้ง Misty Lavender, Mystic Blue)

Samsung Galaxy Note 10+  

>> รีวิว Samsung Galaxy Note 10+ ซูเปอร์มือถือ ที่มีความสามารถมากขึ้น กับปากกา โบกนิด...สะบัดหน่อย 

 

ถ้ากล่าวถึง Samsung Galaxy Note 10+ ก็จะมีหน้าจอใหญ่ที่สุดในกลุ่มเรือธงถึง 6.8 นิ้วและยังยืนยันว่าระบบหน้าจอของ Note 10+ จะแสดงผลได้ดีกว่าค่ายอื่นเพราะความละเอียดสูงสุดที่ QHD+ และได้ไปต่อใน Android 10 แน่นอน การเชื่อมต่อครบครัน และ LTE ยังทำได้ดีที่สุดเพราะความเร็วที่ทำได้อยู่ที่ 2Gbps กันเลยทีเดียว มีระบบความปลอดภัยทั้ง KNOX, สแกนนิ้วที่หน้าจอแบบ Ultra Sonic และ สแกนใบหน้า 2D ระบบเสียง Stereo ลำโพงคู่ พร้อม Dolby ATMOS

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 10+ มีหลากหลายจุด เช่น กล้องหลังแม้ว่าจะซูม Optical 2 เท่า แต่ในเรื่องการถ่ายวิดีโอทำได้มากมายทั้ง Hyperlapse ปรับความเร็วอัตโนมัติ, Super Slowmotion แบบ 960 FPS, ภาพถ่าย Dual Aperture ปรับรูรับแสงอัตโนมัติ และ Audio Zoom Mic ได้ถึง 4 เท่าด้วยกัน  พร้อมระบบกันสั่นที่เลนส์กล้อง และฟีเจอร์ Super Steady ทำให้วิดีโอมีความนิ่งมากขึ้น

ความจำก็ให้มามากที่สุดเช่นเดียวกับ RAM แถมแบตเตอรี่ก็ยังให้เยอะกว่า P30 Pro นิดหน่อย และรองรับทั้งชาร์จไฟเร็ว, Wireless Charge และ Wireless Power Share แถมยังมีปากกา S Pen ที่มากความสามารถทั้ง สั่งงาน Gesture Control หรือจะเป็นการเขียนที่แม่นยำ 

ข้อสังเกตคือ จะไม่มีที่ชาร์จ 45W ติดมาให้ในกล่อง เมื่อเทียบกับค่าตัวแล้วเริ่มต้นของ Samsung Galaxy Note 10+ สูงกว่า Huawei P30 Pro พอสมควรเลยทีเดียว 

iPhone 11 Pro Max

 

น้องใหม่ที่มีหน้าจอ Super Retina XDR ความละเอียดเป็นรอง Samsung แต่ก็ดีกว่า Huawei P30 Pro แต่ขนาดหน้าจอถือว่าใหญ่ด้วยขนาด 6.5 นิ้ว ในเรื่องของระบบเสียงเขาบอกว่าเป็นแบบ Surround รอบทิศทาง พร้อมระบบ Dolby ATMOS ซึ่งแตกต่างจากทั้ง 2 ตัว เรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันต่อไป ระบบความปลอดภัยมีเพียง Face ID สแกนหน้าเท่านั้น

แบตเตอรี่ของ iPhone 11 Pro Max ให้ความจุสูงระดับ 3500 mAh น้อยกว่าเพื่อน และมีที่ชาร์จไฟติดกล่องมาให้ ส่วนกล้องหลังซูมไม่ไกลเท่า Huawei แต่เทียบเทียบกับ Samsung และมีฟีเจอร์ Audio Zoom ได้ด้วย แต่น่าเสียดายไม่มีระบบ Wireless Power Share มาให้ 

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของ iPhone คือ สีสันมีให้เลือก 4 สี พร้อมกับเรื่องของ Ecosystem ที่มาจาก iOS13 ทำงานร่วมกับ CPU A13 ที่จัดว่าการทำงานโดยรวมคาดว่าจะไหลลื่นพอสมควร ตามแบบฉบับของ Apple และเรื่องราคาของเครื่องก็จะแพงที่สุดในกลุ่มเช่นเดียวกัน และน้ำหนักของ iPhone 11 Pro Max จะมีน้ำหนักมากที่สุด

ส่วนเรื่องกันน้ำทั้งหมดทำได้ตามมาตรฐาน IP68 ทั้งหมด กันน้ำได้ลึกสุดจะเป็น iPhone 11 Pro Max ทำได้ 4 เมตร ในเวลา 30 นาที แต่คำแนะนำจากทีม Sanook! Hitech มองว่า ไม่ควรนำมือถือไปแช่น้ำนานขนาดนั้น เพราะหากน้ำเข้าอุปกรณ์ จะเท่ากับหมดประกันทันที 

สุดท้ายแล้วนี่คือจุดเด่นและข้อสังเกตทั้งหมด แต่ถ้าจะเลือกตัวไหนนั้น ลองพิจารณาตามความเหมาะสมกันต่อไปเช่น 

ถ้าต้องการมือถือสเปกดี เข้าถึงง่าย และโดดเด่นที่กล้องซูมได้ไกล = Huawei P30 Pro 

ถ้าต้องการมือถือทำงานได้และลูกเล่นครบทุกอย่าง จอใหญ่อลังการ, ต้องการใช้ปากกา และ รอ iPhone ของศูนย์ไทยไม่ไหว = Samsung Galaxy Note 10+ 

ถ้าต้องการมือถือประสิทธิภาพสูง อัปเกรดเรื่องกล้องและต้องการงานตัดต่อวิดีโอดี และยังรัก iPhone อยู่ ก็สามารถเลือก iPhone 11 Pro Max ได้เลย 

และความต้องการที่เลือกเพิ่มเติมหลังจากนี้จะตกกับรุ่นไหน คำตอบนั้น คุณเป็นคนเลือกเองได้เลยครับ 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด