รีวิว Vivo Y95 มือถือไม่เกิน 8,000 บาท ที่ฟีเจอร์ครบและเครื่องสวยไม่แพ้ใคร

รีวิว Vivo Y95 มือถือไม่เกิน 8,000 บาท ที่ฟีเจอร์ครบและเครื่องสวยไม่แพ้ใคร

กลับมาพบกับรีวิว Gadget และ Smart Phone โดยทีม Sanook! Hitech อีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้ Vivo มือถืออีกยี่ห้อที่คนไทยคุ้นเคยได้ส่งรุ่นล่าสุดมาในชื่อว่า Y95 ซึ่งเป็นมือถือในระดับไม่เกิน 8,000 บาท และมีความน่าสนใจในหลายเรื่องเช่นเคย เอาล่ะมาดูกันว่า ตัวเครื่องจะทำได้แค่ไหนและเหมาะกับการจ่ายเงินหรือไม่

แกะกล่อง Vivo Y95

ก่อนอื่นที่เราจะมารู้จักกับตัวเครื่องทั้งหมด มาดูกันว่าหากคุณซื้อ Vivo Y95 ภายในกล่องจะมีอะไรบ้าง

  • ตัวเครื่อง Vivo Y95
  • เคสของ Vivo Y95
  • คู่มือ + ใบความปลอดภัย
  • ปลั๊กชาร์จไฟ
  • สาย Micro USB
  • หูฟัง

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Vivo Y95

เริ่มต้นจากด้านหน้าของตัวเครื่องก่อน โดยหน้าจอมีขนาดใหญ่ถึง 6.22 นิ้วความละเอียด HD+ ที่ออกแบบกำลังดี แต่ว่าหน้าจอใช้กระจกนิรภัยและติดฟิล์มให้เรียบร้อยมาตั้งแต่เปิดกล่อง หน้าจอรองรับการมัลติทัช 10 จุดด้วยกัน

ขอบด้านบนมี Notch มาให้แต่ไม่สามารถปิดได้แต่ว่าการออกแบบถือว่าลงตัวเหมือนกัน นอกจากนี้มีกล้องด้าหน้าตรงกลาง 20 ล้านพิกเซล แต่ว่าไม่มีไฟ Notification สำหรับลำโพงสนทนาอยู่บนสุด

ขอบด้านล่างของหน้าจอ จะมีปุ่มกดของหน้าจอ มีการปรับเปลี่ยนปุ่มกดที่สำคัญเหมือนกันทั้ง Recent, Home และ Back หรือจะเป็นการปัดก็ได้เช่นเดียวกัน

ด้านข้างของเครื่องเป็นพลาสติกแบบเงาไล่จากบนสุดล่าง เป็นอ่อนไปหาเข้มด้วยกัน ฝั่งซ้ายจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ 3 Slot ที่มีช่องใส่ซิม Nano SIM 2 ช่องและ Micro SD การ์ด

ฝั่งขวาจะมีปุ่มกดเปิดปิดเครื่องที่มีขนาดกำลังดีและกดได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

ส่วนบนของเครื่องมีสีของเครื่องที่สวยงามมาก โดยเครื่องที่ได้มาเป็นสีแดงล่างน้ำเงิน บนสุดก็จะเป็นสีแดงนั่นเอง

ส่วนล่างสุดมาพร้อมกับสีน้ำเงิน พร้อมกับช่องเสียบหูฟัง, Micro USB ไมโครโฟน และ ลำโพงของเครื่องให้ด้วย

พลิกมาหลังเครื่องพบกับสีสันแบบ Two Tone สวยมาก มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ที่อยู่มุมซ้ายด้านบนและมี Flash อยู่ใต้กล้องพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ พร้อมกับโลโก้ Vivo ที่ชัดเจน

ความรู้สึกที่จับเครื่อง / น้ำหนัก / สีที่จำหน่ายในประเทศไทย

ในความรู้สึกที่จับตัวเครื่อง พบว่าน้ำหนักเบากว่าที่คิดและมีความยืดหยุ่นในการถือ แต่อาจจะลื่นได้ง่ายแนะนำว่าใส่เคสจะดีกว่า ส่วนสีสันของเครื่องจะมีให้เลือกในประเทศไทยแค่ 2 สีคือ ดำ Starry Night และสี แดง Aurora Red เท่านั้น ถือว่าเป็นสี Two Tone

เปิดเครื่องลองฟีเจอร์ของ Vivo Y95

รายละเอียดของ Vivo Y95

  • มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบขนาด 6.22 นิ้ว มาพร้อมจอ IPS LCD display, ความละเอียด 1520x720 พิกเซล อัตราส่วน 19:9
  • ขนาดตัวเครื่อง 155.1 x 75.1 x 8.3มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 163.5 กรัม
  • มาตรฐานกันน้ำ / กันฝุ่น : ไม่รองรับ
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 8.1 (Oreo) + FunTouch OS 4.5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 439 Octa Core
  • หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB รองรับ Micro SD Card
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม (Dual SIM)
  • การเชื่อมต่อ : 4G, WiFi 802.11 N Single Band, Bluetooth 4.2, GPS, A-GPS
  • กล้องด้านหลังคู่มีรายละเอียดดังนี้
    • 13 MP, f/2.2, PDAF
    • 2 MP, f/2.4, depth sensor
  • กล้องด้านหน้าเลนส์คู่มีรายละเอียดดังนี้
    • 20 MP, f/2.0
  • พอร์ตชาร์จ Micro USB
  • แบตเตอรี่ความจุ 4030 mAh (Standard Battery)
  • สแกนนิ้วด้านหลัง และมีระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D
  • สี: ดำ Starry Night แดง Aurora Red
  • ราคา: 7,490 บาท (เปิดตัว)

 

หลังจากเห็นสเปคเครื่องแล้ว ถือว่าให้มากำลังดีพอสมควรเลยล่ะแต่ว่าเมื่อทดสอบในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากทีม Sanook! Hitech ถือว่ากำลังดี โดยคะแนนทดสอบประสิทธิภาพของ Antutu ได้อยู่ที่ 81240 คะแนน ถือว่าเกินหน้าเกินตามือถือในระดับเดียวกัน

อีกตัวหนึ่งคือ Geekbench 4 อยู่ที่ Single Core 877 คะแนน และ 3164 คะแนน ถือว่าไม่ได้เลวร้ายแต่อย่างใด

ในการเล่นเกมผ่าน Asphalt 9 และ PUBG Mobile ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ภาพลื่นไหลดี แต่อาจจะมีการมืดไปหน่อยในบางเรื่องเลยล่ะครับ และสามารถเข้าสู่ง Game Mode ช่วยลดการรบกวนมากกว่า ประสิทธิภาพแตกต่างไม่ได้มากเท่าไหร่

การเชื่อมต่อและลองใช้ระบบนำทาง

 

สำหรับการเชื่อมต่อทั้ง WiFi แบบ 802.11N แม้ว่าจะเป็นคลื่น Single Band แต่ก็สามารถใช้งานได้ไม่เลว และ Bluetooth 4.2 มาให้ด้วย และการนำทางนั้นถือว่าดีและไม่บอกหลอกลวงแต่อย่างใด

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์ / ความปลอดภัย

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการของ Vivo Y95 ใช้เป็น Android 8.1 Oreo ใหม่ครบเครื่องเหมือนเดิม และครอบบน FunTouch OS 4.2 รุ่นใหม่ที่สามารถปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลายและสามารถใช้งาน 2 หน้าจอได้ สำหรับคนที่ต้องการปรับตั้งค่าให้เลื่อนจากล่างขึ้นบน และ Notification จะเป็นจากบนลงล่าง

ฟีเจอร์ของเครื่องยังคงเน้นเครื่องมือครบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง, เข็มทิศและไฟฉาย และรวมถึงฟีเจอร์ไม่ให้ใช้งานระหว่างขับรถ ก็มีมาให้ด้วย

เรื่องความปลอดภัยสามารถตั้งค่าจัดการได้ง่าย โดยมีให้เลือกทั้งระบบสแกนนิ้วที่แปะข้างหลัง กับสแกนใบหน้าแบบ 2D ที่ใช้กลางคืนหรือแสงน้อยจะลำบากไปหน่อย

การแสดงผลภาพ และเสียง

หน้าจอขนาด 6.22 นิ้ว แบบ IPS LCD ที่มีขนาดกำลังดี การแสดงผลออกมาให้สีสันที่สดใสดี และความละเอียด 1520x720 พิกเซลอาจจะไม่ได้มากนัก แต่ภาพรวมไม่ได้แตกและดูดีอยู่

และเรื่องของระบบเสียงที่ทำงานได้ทั้ง FM Radio และการแสดงผลเสียงผ่านลำโพงตัวเครื่องด้านล่างของเครื่องทำให้ดูมีพลังแต่ให้แค่ลำโพงตัวเดียว แต่ว่า

เปิดกล้องลองประสิทธิภาพ

สำหรับกล้องของ Vivo Y95 มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยกล้องหลังประกอบไปด้วยกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบ Auto Focus และมี LED Flash มาให้ รูรับแสง F2.2 และมีกล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มันคือ Depth Sensor เพื่อละลายหลัง

Interface ของกล้องใช้งานอย่างไร

สำหรับหน้าจอการใช้งานถือว่าเรียบง่ายมีโหมดต่างๆ มากมายทั้ง Portrait, ภาพปกติ ที่สามารถถ่ายแบบ Live Photos (ขยับได้ระยะเวลาสั้นๆ ) และใส่สติ๊กเกอร์รวมถึง Pro Mode ก็มีให้เลือก เรียกได้ว่าครบครัน

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Google Lens ไว้ส่องสิ่งของและเปลี่ยน Filter ของภาพได้หลากหลายรูปแบบ

การถ่ายภาพกลางวันเป็นอย่างไร


img_25611208_111811


img_25611208_124326
img_25611208_124814

ภาพที่ออกมาถือว่าไม่ได้แตกต่างอะไรจากมือถือทั่วไปที่เก็บสีกำลังดีและมี HDR ทำงานอัตโนมัติ ระบบโฟกัสถือว่าทำงานได้แม่นยำระดับหนึ่งเลยทีเดียว

การถ่ายภาพที่แสงน้อยดีหรือไม่

img_25610723_103842
img_25610723_104104

ด้วยรูรับแสง F2.2 หลายคนบอกว่าก็พอจะฝากความหวังได้บ้าง แต่เมื่อลองถ่ายภาพจริงแล้ว หากสถานที่นั้นไม่ได้มืดเกินไปและมีแสดงกำลังดี ภาพที่ออกมาถือว่าสวยอยู่

การถ่ายภาพในรูปแบบอื่นๆ

ภาพบุคคล

การถ่ายภาพบุคคล หรือ หน้าชัดหลังละลายสามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ส่วนการถ่ายอาหารและถ่ายใกล้กล้องมีการปรับโทนสีเองทำให้ภาพออกมาก็ดูดี แม้ว่ากล้องจะไม่มี AI Scene มาให้ก็ตาม ส่วนลูกเล่นสติ๊กเกอร์หากจับภาพบุคคลได้ก็จะใส่ให้ทันที เหมือนกับกล้องหน้า

การถ่ายวิดีโอของ Vivo Y95 เป็นอย่างไร

สำหรับการถ่ายวีดีโอของ Vivo Y95 จะสามารถทำได้ที่ความละเอียด Full HD 30 FPSแต่น่าเสียดายที่ไม่มีระบบกันสั่นมาให้เท่านั้นเอง

กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซลของ Vivo Y95 ดีแค่ไหน

img_25610723_060148

จุดเด่นสำคัญของ Vivo Y95 คือกล้องหน้าที่มีการปรับ Beauty Mode แบบ AI และสามารถปรับเองได้ถือว่าน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ถือว่าเป็นมือถือที่ใช้กล้องหน้าสวยอย่างดี

แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ

สำหรับแบตเตอรี่ 4030 mAh ใหญ่โตใช้ได้และการทดสอบใช้งานอยู่ได้ เกือบ 12 ชั่วโมง ถือว่าอึดมาก แต่ถ้าเล่นเกมเยอะ เคลมได้ 7 – 8 ชั่วโมง ถือว่ามาตรฐานเลยครับ

แต่ว่าระบบชาร์จไฟเนื่องจากไม่มี Quick Charge มาให้ทำให้การชาร์จไฟกลับไปอาจจะมองว่านานไปหน่อย โดยสามารถชาร์จเต็มภายในเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยไฟเหลือ 10% แต่ผมว่า ถ้าใช้ที่ชาร์จกำลังสูงขึ้นเล็กน้อยก็จะทำให้ลดเวลาได้เหมือนกัน

สรุปหลังจากทีม Sanook! Hitech ได้ลองใช้ Vivo Y95 ในระยะเวลาหนึ่ง

เมื่อมองทุกสิ่งของ Vivo Y95 ถือว่าไม่เลวเลยทำได้ดีในทุกด้านเมื่อเทียบกับราคาของเครื่องเพียง 7,490 บาท ในราคาเปิดตัว โดยไม่รวมโปรโมชั่นของผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นอีกมือถือที่ได้ครบทั้งตัวเครื่องสวยงาม ทั้ง 2 สีที่เข้ามาจำหน่ายไทย ทำให้มันดูลงตัวกว่าเดิม

เรียกได้ว่าในกลุ่มระดับมือถือไม่เกิน 8,000 บาท ที่มีตัวเลือกมากมาย แต่ Vivo Y95 จะมีการฉายแววที่ทำให้คุณเลือกได้ไม่ยาก ถ้าคุณต้องการมือถือที่มีแบตเตอรี่อึด รูปร่างสวยงาม ลูกเล่นครบและ หน้าจอใหญ่ น้ำหนักเครื่องต้องเบา นี่เป็นมือถือที่ใช่สำหรับคุณครับ

จุดเด่น

  • หน้าตาสวยงามและมีสีที่เอกลักษณ์
  • กล้องหน้าถ่ายภาพได้สวย
  • สเปคเครื่องพร้อมใช้งาน
  • ลูกเล่นและความปลอดภัยมีครบ
  • ราคาถือว่าไม่แพงเกินไป

ข้อสังเกต

  • ยังไม่มีระบบ Quick Charge
  • WiFi ยังคงเป็น Single Band

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด