รีวิว DJI Mavic Air โดรนขนาดเล็กที่บินง่าย บินนาน และภาพสวยมากขึ้น

รีวิว DJI Mavic Air โดรนขนาดเล็กที่บินง่าย บินนาน และภาพสวยมากขึ้น

หลังจากที่มีการเปิดตัว DJI Mavic Air อย่างเป็นทางการในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ สำหรับคนที่ชอบ Gadget ทั่วไปคงให้ความสนใจอย่างมาก แต่สำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร วันนี้ทีม Sanook! Hitech ได้โดรนรุ่นนี้มารีวิวให้ได้ดูกันว่ามันทำอะไรได้บ้าง มาดุกันดีกว่า

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่องและการออกแบบดีไซน์ของ DJI Mavic Air

ด้านหน้าของ DJI Mavic Pro มีกล้องหน้า ขนาด 12 ล้านพิกเซล ที่สามารถปรับได้ นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ด้านหน้า ป้องกันการชน

 

ด้านข้าง สามารถแยกได้ 2 โหมดคือเก็บปีก และ เปิดปีก ทั้ง 2 ช้างจะมีปุ่มสำหรับผลักแบตเตอรี่ออกและฝั่งหนึ่งจะมีข้อมูลของ User, Password WiFi Direct

 [001250]
[001252]

ด้านบนมีช่องระบายอากาศ สีของตัวเครื่องที่มีทั้งสีขาว, ดำ และ แดง พร้อมกับใบพัดที่สามารถใส่ Bumper ได้แต่ต้องเอออกระวังหน่อย

 

ด้านล่างมีที่อยู่ของแบตเตอรี่ สามารถถอดได้เพื่อชาร์จไฟ นอกจากนี้ที่ขาของโดรนมีสัญญาณไฟ และเซนเซอร์ป้องกันการชน

 

ด้านหลัง มีเซนเซอร์พร้อมกับไฟสถานะบอกว่าพร้อมบินหรือไม่ และมีช่องสำหรับเปิดช่องเสียบ USB-C และช่องใส่ Micro SD 

 

ที่รีโมทนั้นสามารถถอดใส่ปุ่ม หรือมือถือพร้อมกับมีชาร์จไฟเครื่องได้ นอกจากนี้ยังปรับได้ให้สามารถใส่กับ iPhone 6 / 7 8 Plus ได้สบาย พร้อมกับปุ่มสั่งถ่ายภาพ, ปุ่มปรับองศากล้องขึ้นลง และ Sport Mode ให้เลือกใช้งานด้วย ทั้งหมดสามารถพับเก็บแบบง่ายและดูดีเลย

 

เปิดเครื่องใช้งาน DJI Mavic Air พร้อมการทดสอบฟังก์ชันต่างๆ

การเปิดโดรนรุ่นนี้จะต้องกดจากด้านล่างของตัวเครื่อง แต่ถ้าไม่กางปีกทั้งหมดก็จะเปิดไม่ได้นะครับ เมื่อเปิดมาแล้วก็จะมีเสียงและไฟที่ด้านหลัง

และตัวโดรนรุ่นนี้ มีระบบช่วยบิน FlightAutonomy 2.0 สามารถถอยและ และหลีกสิ่งกีดขวาง และเพิ่มความละเอียด ทำงานคู่กับ กล้อง 7 ตัวรอบทิศ และจับคนว่าอยู่ระแวกนั้นหรือไม่ พร้อมกับ APAS ระบบช่วยเหลือในการบินคำนวณความสูง ทำให้บินได้ง่ายผ่านการควบคุมด้วยรีโมท และ Application พร้อมกับฟีเจอร์ สั่งงานด้วยท่าทางหรือ Gesture ที่สามารถใช้งานได้ดังนี้

  • ใช้มือเดียวโบกเลี้ยวซ้ายขวาขึ้นลง เพื่อบังคับทิศทาง
  • กางมือสุดแขน ผลักไปข้าง ๆ เพื่อให้โดรนห่างออก หรือ กางแขนสุดแล้วเอามือข้ามาชิด เพื่อให้โดรนมาใกล้
  • ชู 2 นิ้วเพื่อถ่ายภาพ
  • ทำเป็นกรอบภาพ เพื่อถ่ายวิดีโอ
  • ใช้มือเดียวลากลงจนขึ้นไฟแดง จะเป็นการ Landing (ทำตรงข้ามเป็นการ Take Off)

นอกจากนี้ในโปรแกรมควบคุมผ่าน Application DJI Go 4 สามารถนอกจากควบคุมด้วยท่าทางแล้วยังมีการติดตามคนที่ไม่ต้องกดถ่ายวิดีโอก็ได้เช่นเดียวกัน รีโมท สามารถใส่มือถืออย่าง iPhone, Samsung, hTC, Sony และอื่น ๆ ได้ แต่สำหรับ iPhone X ที่เห็นอยู่นี้ จะเกิดปัญหาที่มีการบังเซนเซอร์วัดแสง และส่วนล่างสุดที่ปัดเพื่อกลับหน้าแรก แต่สำหรับมือถืออื่น ๆ ที่จอมีพื้นที่ จะไม่มีปัญหา

ในส่วนของกล้องถ่ายภาพขนาด 12 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพออกมาคมและดูดี นอกจากนี้ยังได้ในเรื่องของการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K แบบ 30FPS และรูปแบบการถ่ายภาพแบบ QuickCapture รวมไปถึงการถ่ายภาพแบบ Boomerang ได้เช่นกัน พร้อมกันสั่นแบบ 3 แกนระดับนิ่งมาก และใช้ Gesture ถ่ายภาพได้ และปรับวิดีโอได้หลากหลายแบบ

ความจำในตัวมีให้เลือกทั้งภายในตัว 8GB แต่ว่าถ้าไม่พอแล้วสามารถเพิ่มความจำผ่าน Micro SD และสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้ด้วย

 dji_0013
dji_0014
dji_0015
dji_0018

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก DJI Mavic Air)

สรุปผลหลังทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ทดสอบและลองเล่น DJI Mavic Air มาสักระยะ

เป็นอีก Gadget ที่หลายคนบอกว่าไกลตัวไป แต่สำหรับคนที่อยากได้ภาพสวยๆ และมุมแปลกๆ นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ และอัปเกรดจากรุ่น Spark ที่ลำเล็กราคาถูก ให้บินได้นานมากขึ้นและความสามารถที่เรียกได้ว่าเด็ด!!! ทั้งเรื่องการควบคุมและประสิทธิภาพต่างๆ มาแบบครบครัน

กับราคาของเครื่องรุ่นนี้เริ่มต้นที่ 30,000 บาท สำหรับ Set เริ่มต้นและ Combo ในราคา เกือบ 4 หมื่นบาท ถือว่าน่าสนใจและเป็นอีกทางเลือกที่น่าลองสำหรับหลายๆ คนเช่นกัน ฉะนั้นแล้ว ใครที่มีเงินเหลือหรืออยากได้โดรนที่พร้อมใช้งาน DJI Mavic Air เป็นตัวเลือกที่ดี

ใครที่ซื้อแล้วอย่าลืมไปลงทะเบียนโดรนกับ กสทช. นะครับ เดี๋ยวจะไม่ถูกต้องและบินไม่ได้นะครับ

สรุปจุดเด่นของ DJI Mavic Air

  • บินง่าย ตัวช่วยเยอะ และมีรีโมท มาให้
  • ขนาดพกพาสะดวกและใช้งานง่าย
  • มีความจำในตัวแล้วไม่ต้องพึ่งการ์ดก็ได้
  • มีหลายสีให้เลือก
  • แม้ราคาเริ่มต้นที่ 3 หมื่นบาท แต่ก็ให้ของมาครบ
  • Application เสถียร และน่าใช้

สรุปจุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมหากต้องการซื้อหามาใช้งาน

  • ยังรู้สึกเป็น Gadget เฉพาะกลุ่ม
  • Set Combo ราคาค่อนข้างสูง
  • สายเชื่อมต่อ Smart Phone ไม่รองรับ USB-C