Blythe ตุ๊กตาบลายธ์ ตุ๊กตาอินเทรนด์ ในปีนี้

"ชมพู่ อารยา เอร์ ฮาเก็ต" กับ BLYTHE ตุ๊กตาบลายธ์
"ตุ๊กตารุ่นแรกที่ผลิตออกมา ขายได้แค่เพียงปีเดียว ก็ต้องลาตลาดไป เพราะกระแสตอบรับไม่ดีเท่าไร ต่อมาในปี 1997 บลายธ์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น และในปี 2000 Gina ได้ตีพิมพ์หนังสือรวมรูปถ่าย บลายธ์เล่มแรก ในปีต่อมาเจ้าของลิขสิทธิ์มอบสิทธิการผลิตตุ๊กตาให้บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งตุ๊กตานั้นก็ถูกนำมาใช้ในการโฆษณาทางโทรทัศน์ และได้รับความนิยมทันที ความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นส่งผลให้บลายธ์ กลับมาได้รับความนิยมในอเมริกาอีกครั้งด้วย"
เอ้า...ฟังประวัติความเป็นมากันแล้ว คราวนี้นางเอกสาวชื่อดังรีบแจกแจงถึงที่มาในการเริ่มสะสมตุ๊กตาแบรนด์ดังว่า เดิมทีไม่คิดจะสะสม แต่เห็นความน่ารักของมันแล้วอดใจไม่ไหว
"ตอนแรกแตงโม (ภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์) ส่งรูปตุ๊กตามาให้ดูก่อน เราเห็นรูปก็เอ๊ะ...ทำไมมันน่ารักจังเลย แต่ก็ยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน กระทั่งตอนที่แตงโมกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวฮ่องกง เขาก็เลยซื้อมาให้ 1 ตัว ตอนนั้นดีใจมาก หลังจากนั้นก็เหมือนผีสิง (หัวเราะ) ซื้อตุ๊กตาตลอด อย่างเมื่อก่อนไม่เคยไปสะพานเหล็ก คลองถม เพราะคิดว่ามีแต่ผู้ชายไปซื้อเกม ซื้อซีดี แต่พอรู้ว่าที่นั่น มี ที่ร้านขายตุ๊กตาบลายธ์ด้วย (ก็ร้านลีโอทอยแห่งนี้ไงคะ) ก็เริ่มไปซื้อ ครั้งแรกที่ซื้อก็ 6-7 ตัวแล้วนะ ออกตัวแรงเลยล่ะ ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ก็มี 30 ตัวแล้ว โดยเฉพาะนักสะสมใหม่อย่างเรา ถ้ารุ่นไหนยังไม่มีก็จะขยันซื้อ" นางเอกวิก 7 สีอธิบายเสียงใส
เม้าท์เรื่องตุ๊กตาสุดโปรดให้ฟังมาพักหนึ่งแล้ว คราวนี้ชมพู่ก็ขออวดตุ๊กตาแต่งชุดหวาน ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาตุ๊กตาที่เธอสะสมทั้งหมดประมาณ 60 กว่าตัว นั่นก็คือราคา 2 หมื่นบาท ซึ่งบินไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แถมก่อนซื้อต้องอีเมลไปสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าด้วย ส่วนสาเหตุที่ราคาแพงหูฉี่ เพราะเป็นตุ๊กตาครบรอบปี 2004 ซึ่งผลิตออกมาเป็นจำนวนน้อยนั่นเอง
"จริงๆ ราคาตุ๊กตา 1 ตัว ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 3,500 บาท ราคาจะแพแพงอยู่ที่รุ่นด้วย ตอนนี้ถ้าเป็นตุ๊กตาที่ชม สะสมอยู่ ให้แก้ผ้าตุ๊กตา เราก็พอจะจำได้ว่าเป็นรุ่นไหน แต่ถ้าไม่ใช่รุ่นที่ชมสะสมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็แหม...ชมก็ไม่ถึงขั้นเทพขนาดนั้น (หัวเราะ) เพราะยังสะสมไม่ถึงปีเลย แต่ออกตัวแรงมาก" ชมพู่ กล่าวพร้อมหัวเราะ
สนทนาภาษาชมพู่เสร็จ เธอจัดแจงนำตุ๊กตาที่มีอยู่ตรงหน้า มาจับแต่งองค์ทรงเครื่องใส่ชุดแอร์โฮสเตสสีแดง (แหม...อินเทรนด์ สงครามนางฟ้า จริ๊ง จริง) ทั้งใส่เสื้อ สวมกระโปรง ใส่หมวก และใส่รองเท้า แถมยังใช้แปรงหวีผมให้น้องตุ๊กตาอย่างทะนุถนอม
"มีคนบอกชมด้วยนะ ว่าชมหน้าเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ ชมว่าชมไม่ได้หน้าแบนเหมือนเขานะ (หัวเราะ) ส่วนที่คล้ายคงจะเป็นหน้าที่เหมือนจะบึ้งแต่ก็ไม่บึ้งมั้ง จริงๆ ตุ๊กตาแต่ละตัวมีรุ่น มีคอนเซ็ปต์หมดนะ มีทั้งชุดนักสืบ ชุดแอร์โฮสเตส ชุดแต่งงาน แต่ละชุดราคาก็ประมาณ 1,000 กว่าบาท ราคา 10,000 กว่าบาทก็มี แต่คุณภาพก็แตกต่างกันไป บางทีชมก็บินไปฮ่องกง ซื้อตุ๊กตากลับมาครั้งล่ะ 10 กว่าตัว" ชมพู่เล่า พลางหยิบวิกผมฟูสีน้ำตาลมาใส่ให้ตุ๊กตา แล้วนำมาวางบนตัก แถมยังขยับแขน ขยับขา จัดท่านั่งให้อย่างตั้งอกตั้งใจ
"ชมว่าเสน่ห์ของเขา คือเขาเหมือนมีชีวิต มันเหมือนคิดอะไรอยู่ เวลาเล่นกับเขาเหมือนเรามีอารมณ์สนุกมากกว่าตุ๊กตายี่ห้ออื่นๆ เขาเป็นตุ๊กตาที่มีคาแรกเตอร์ ถามว่ามันเปลืองเงินมั้ยกับการที่เราสะสม มันก็เปลือง แต่เรามีความสุข ชมไม่ได้แนะนำให้มาเล่นกันเถอะ แต่ชมว่าแต่ละคนมีความสุขไม่เหมือนกัน ชมมีความสุขที่ได้หยิบเขามาแต่งชุดนั้นชุดนี้ ถึงเขาจะไม่พูดจา แต่ก็ทำให้เรามีสมาธิอยู่กับเขา ช่วงที่ซื้อตุ๊กตาใหม่ๆ ชมเห่อมาก เล่นทุกวัน แต่หลังๆ งานเราเยอะ เวลาไปกองถ่ายก็เลยต้องพกไปเล่นที่กองบ้าง" นางเอกสาวกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งนำตุ๊กตาที่มีทั้งหมดมาจัดเรียงให้สวยงาม เพื่อให้เราได้เก็บภาพ
"ถ้าคนที่ไม่เข้าใจ เขาก็จะมองว่า เราสะสมอะไร ไร้สาระ แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มจะรู้ว่า มันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบเหมือนเรา ถามว่าหมดเงินไปเยอะมั้ยกับการซื้อตุ๊กตา เรียกว่าหมดไปเยอะ หลายแสนบาทอยู่นะ แต่ตุ๊กตาพวกนี้ขายคืนได้ทุกชิ้น เพราะเขามีราคา พอเราเริ่มสะสม เราก็เริ่มศึกษาจากหนังสือบ้าง จากเว็บไซต์บ้าง หรือมีคนที่เขาสะสมอยู่แล้วมาแนะนำบ้าง ตอนนี้ชมก็มีโครงการจะซื้อจักรเย็บเสื้อผ้าให้น้องตุ๊กตาด้วยนะ" ชมพู่ เล่าอย่างอารมณ์ดีทิ้งท้าย
แหม...น่ารักทั้งตุ๊กตา ทั้งคนเลยนะจ๊ะ

"ตุ๊กตารุ่นแรกที่ผลิตออกมา ขายได้แค่เพียงปีเดียว ก็ต้องลาตลาดไป เพราะกระแสตอบรับไม่ดีเท่าไร ต่อมาในปี 1997 บลายธ์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น และในปี 2000 Gina ได้ตีพิมพ์หนังสือรวมรูปถ่าย บลายธ์เล่มแรก ในปีต่อมาเจ้าของลิขสิทธิ์มอบสิทธิการผลิตตุ๊กตาให้บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งตุ๊กตานั้นก็ถูกนำมาใช้ในการโฆษณาทางโทรทัศน์ และได้รับความนิยมทันที ความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นส่งผลให้บลายธ์ กลับมาได้รับความนิยมในอเมริกาอีกครั้งด้วย"
เอ้า...ฟังประวัติความเป็นมากันแล้ว คราวนี้นางเอกสาวชื่อดังรีบแจกแจงถึงที่มาในการเริ่มสะสมตุ๊กตาแบรนด์ดังว่า เดิมทีไม่คิดจะสะสม แต่เห็นความน่ารักของมันแล้วอดใจไม่ไหว
"ตอนแรกแตงโม (ภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์) ส่งรูปตุ๊กตามาให้ดูก่อน เราเห็นรูปก็เอ๊ะ...ทำไมมันน่ารักจังเลย แต่ก็ยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน กระทั่งตอนที่แตงโมกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวฮ่องกง เขาก็เลยซื้อมาให้ 1 ตัว ตอนนั้นดีใจมาก หลังจากนั้นก็เหมือนผีสิง (หัวเราะ) ซื้อตุ๊กตาตลอด อย่างเมื่อก่อนไม่เคยไปสะพานเหล็ก คลองถม เพราะคิดว่ามีแต่ผู้ชายไปซื้อเกม ซื้อซีดี แต่พอรู้ว่าที่นั่น มี ที่ร้านขายตุ๊กตาบลายธ์ด้วย (ก็ร้านลีโอทอยแห่งนี้ไงคะ) ก็เริ่มไปซื้อ ครั้งแรกที่ซื้อก็ 6-7 ตัวแล้วนะ ออกตัวแรงเลยล่ะ ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ก็มี 30 ตัวแล้ว โดยเฉพาะนักสะสมใหม่อย่างเรา ถ้ารุ่นไหนยังไม่มีก็จะขยันซื้อ" นางเอกวิก 7 สีอธิบายเสียงใส
เม้าท์เรื่องตุ๊กตาสุดโปรดให้ฟังมาพักหนึ่งแล้ว คราวนี้ชมพู่ก็ขออวดตุ๊กตาแต่งชุดหวาน ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาตุ๊กตาที่เธอสะสมทั้งหมดประมาณ 60 กว่าตัว นั่นก็คือราคา 2 หมื่นบาท ซึ่งบินไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แถมก่อนซื้อต้องอีเมลไปสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าด้วย ส่วนสาเหตุที่ราคาแพงหูฉี่ เพราะเป็นตุ๊กตาครบรอบปี 2004 ซึ่งผลิตออกมาเป็นจำนวนน้อยนั่นเอง
"จริงๆ ราคาตุ๊กตา 1 ตัว ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 3,500 บาท ราคาจะแพแพงอยู่ที่รุ่นด้วย ตอนนี้ถ้าเป็นตุ๊กตาที่ชม สะสมอยู่ ให้แก้ผ้าตุ๊กตา เราก็พอจะจำได้ว่าเป็นรุ่นไหน แต่ถ้าไม่ใช่รุ่นที่ชมสะสมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็แหม...ชมก็ไม่ถึงขั้นเทพขนาดนั้น (หัวเราะ) เพราะยังสะสมไม่ถึงปีเลย แต่ออกตัวแรงมาก" ชมพู่ กล่าวพร้อมหัวเราะ
สนทนาภาษาชมพู่เสร็จ เธอจัดแจงนำตุ๊กตาที่มีอยู่ตรงหน้า มาจับแต่งองค์ทรงเครื่องใส่ชุดแอร์โฮสเตสสีแดง (แหม...อินเทรนด์ สงครามนางฟ้า จริ๊ง จริง) ทั้งใส่เสื้อ สวมกระโปรง ใส่หมวก และใส่รองเท้า แถมยังใช้แปรงหวีผมให้น้องตุ๊กตาอย่างทะนุถนอม
"มีคนบอกชมด้วยนะ ว่าชมหน้าเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ ชมว่าชมไม่ได้หน้าแบนเหมือนเขานะ (หัวเราะ) ส่วนที่คล้ายคงจะเป็นหน้าที่เหมือนจะบึ้งแต่ก็ไม่บึ้งมั้ง จริงๆ ตุ๊กตาแต่ละตัวมีรุ่น มีคอนเซ็ปต์หมดนะ มีทั้งชุดนักสืบ ชุดแอร์โฮสเตส ชุดแต่งงาน แต่ละชุดราคาก็ประมาณ 1,000 กว่าบาท ราคา 10,000 กว่าบาทก็มี แต่คุณภาพก็แตกต่างกันไป บางทีชมก็บินไปฮ่องกง ซื้อตุ๊กตากลับมาครั้งล่ะ 10 กว่าตัว" ชมพู่เล่า พลางหยิบวิกผมฟูสีน้ำตาลมาใส่ให้ตุ๊กตา แล้วนำมาวางบนตัก แถมยังขยับแขน ขยับขา จัดท่านั่งให้อย่างตั้งอกตั้งใจ
"ชมว่าเสน่ห์ของเขา คือเขาเหมือนมีชีวิต มันเหมือนคิดอะไรอยู่ เวลาเล่นกับเขาเหมือนเรามีอารมณ์สนุกมากกว่าตุ๊กตายี่ห้ออื่นๆ เขาเป็นตุ๊กตาที่มีคาแรกเตอร์ ถามว่ามันเปลืองเงินมั้ยกับการที่เราสะสม มันก็เปลือง แต่เรามีความสุข ชมไม่ได้แนะนำให้มาเล่นกันเถอะ แต่ชมว่าแต่ละคนมีความสุขไม่เหมือนกัน ชมมีความสุขที่ได้หยิบเขามาแต่งชุดนั้นชุดนี้ ถึงเขาจะไม่พูดจา แต่ก็ทำให้เรามีสมาธิอยู่กับเขา ช่วงที่ซื้อตุ๊กตาใหม่ๆ ชมเห่อมาก เล่นทุกวัน แต่หลังๆ งานเราเยอะ เวลาไปกองถ่ายก็เลยต้องพกไปเล่นที่กองบ้าง" นางเอกสาวกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งนำตุ๊กตาที่มีทั้งหมดมาจัดเรียงให้สวยงาม เพื่อให้เราได้เก็บภาพ
"ถ้าคนที่ไม่เข้าใจ เขาก็จะมองว่า เราสะสมอะไร ไร้สาระ แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มจะรู้ว่า มันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบเหมือนเรา ถามว่าหมดเงินไปเยอะมั้ยกับการซื้อตุ๊กตา เรียกว่าหมดไปเยอะ หลายแสนบาทอยู่นะ แต่ตุ๊กตาพวกนี้ขายคืนได้ทุกชิ้น เพราะเขามีราคา พอเราเริ่มสะสม เราก็เริ่มศึกษาจากหนังสือบ้าง จากเว็บไซต์บ้าง หรือมีคนที่เขาสะสมอยู่แล้วมาแนะนำบ้าง ตอนนี้ชมก็มีโครงการจะซื้อจักรเย็บเสื้อผ้าให้น้องตุ๊กตาด้วยนะ" ชมพู่ เล่าอย่างอารมณ์ดีทิ้งท้าย
แหม...น่ารักทั้งตุ๊กตา ทั้งคนเลยนะจ๊ะ

คลิกเพื่อชมภาพ ตุ๊กตาบลายธ์
ขอบคุณบทสัมภาษณ์ ชมพู่-อารยา จาก คมชัดลึก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี








