ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ลูกไม้ใต้ต้น GMM

แค่เห็นนามสกุล ก็เดากันได้ไม่ยาก สำหรับหนุ่มตี๋หน้าใสคนนี้ ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ทายาทคนโตของ อากู๋-ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เจ้าของค่ายเพลงชื่อดัง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งหลังจากศึกษาจบจากสหรัฐอเมริกา ฟ้าใหม่ก็มุ่งมาศึกษางานในธุรกิจค่ายเพลงของคุณพ่อทันที จากการเป็นคนชอบฟังเพลงอยู่แล้วและการได้ไปซึมซับดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์กลับมา ทำให้เขาเล็งเห็นโอกาสใหม่ของตลาดโชว์บิส จึงได้จัดทำโปรเจค Mashroom เพื่อบุกธุรกิจโชว์บิสรูปแบบใหม่ ในลักษณะที่เน้นการเล่นแผ่นสดโดยดีเจชั้นนำระดับโลกและดีเจชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเปิดช่องทางแนวเพลงใหม่ๆ ให้กับตลาดเพลงในเมืองไทย
ความเป็นมาของโปรเจ็ค เริ่มต้นตรงที่ผมเห็นว่ากระแสของดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์มันกำลังเข้ามาเยอะ ที่เมืองไทยก็มีตลาดอยู่ อย่างคลับที่เค้าจัดกัน ก็มีจัดเรื่อยๆ แต่มันยังเป็นกลุ่มเล็กกระจัดกระจายกันอยู่ คลับเค้าก็จะจ้างดีเจจากเมืองนอกมาเล่นเพื่อโปรโมทคลับ คนก็มาจำนวนมากและคนกลุ่มนี้ก็ค่อนข้าง มีกำลังซื้อ แต่ถ้าเทียบกับตลาดโลกที่เป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ ดนตรีแนวนี้ก็นับว่ามันยังไม่ค่อยมีบทบาทในเมืองไทยเท่าไหร่นัก ซึ่งผมก็คิดว่ามันน่าเป็นโอกาสที่จะเปิดตลาดตรงนี้เพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น ให้ผู้เสพเลือกเสพตามความชอบของตัวเองได้ พื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนฟังเพลง คือผมเชื่อว่าคนฟังเพลงเค้าก็ไม่ได้ฟังเพลงแค่แนวเดียว ดนตรีนี้ก็จะเป็นแนวใหม่ให้เค้าได้เลือกฟัง
สร้างจุดแข็งให้แบรนด์ Mashroom รูปแบบของการทำ โปรเจค Mashroom เป็นการทำโชว์ในลักษณะ Tailor made Show Biz เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่ม A-Lists ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีรสนิยมการฟังเพลงที่ล้ำสมัย และอินเทรนด์ ซึ่งผู้จัดโชว์บิสในตลาดยังมีอยู่น้อย และยังไม่มีผู้จัดรายใดที่มีความแข็งแกร่งในตลาด นอกจากนี้อย่างที่ผมบอกไปว่าคนที่จัดโชว์บิสแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของคลับที่ใช้สถานที่เดิมของตนเองเป็นสถานที่จัดโชว์ แต่ Mashroom จะเปลี่ยนสถานที่จัดโชว์ไปตามสถานที่ที่นิยมของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน Mashroom จะให้ความสำคัญกับเรื่องของโปรดักส์ชั่น โดยมี Media Vision ที่ดูแลด้าน Light & Sound เพื่อให้โชว์แต่ละครั้งมีความสมบูรณ์แบบทั้งแสง สี เสียง การแสดง ทำให้ผู้ชมได้รับประทับใจ และเกิดกระแสการบอกต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ด้วย สำหรับดีเจที่คัดเลือกมาโชว์แต่ละครั้ง จะคัดเลือกดีเจชั้นนำระดับโลก และดีเจที่มีชื่อเสียงของไทย มีรูปแบบการโชว์ในลักษณะเล่นแผ่นสด มีลีลาการโชว์ในแบบฉบับของตัวเอง และเป็นที่ยอมรับของนักฟังเพลง โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบแนวดนตรีในรูปแบบ Electronic Music
เป้าหมายในอนาคต เรามีแผนจะจัดโชว์บิสในลักษณะของ Tailor made Show Biz ภายใต้แบรนด์ Mashroom 1-2 เดือน ต่อครั้ง โดยจะมีทั้งการจัดแบบสเกลเล็ก กลาง ใหญ่ จุผู้ชมได้ 500 1,000 คน โดยมีทั้ง indoors , outdoors , clubs , concert halls และอื่นๆ คาดว่าจะมีรายได้จากการจัดโชว์แต่ละครั้งประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรายได้ที่มาจากผู้สนับสนุนการจัดโชว์และจากการขายบัตร และหากโครงการได้รับความนิยมในอนาคตก็จะมีการหาพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อสร้างเครือข่าย Global Community ซึ่งจะทำให้แนวเพลงมีความหลากหลายยิ่งขึ้น และยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีกับนานาประเทศด้วย
สู่ชื่อ Mashroom ด้วยไลฟ์สไตล์ของแนวดนตรีแบบนี้ เวลาจัดการแสดงส่วนใหญ่ ต้องเป็นตอนกลางคืน แสง สี เสียง ครบสมบูรณ์ ซึ่งเห็ดมันก็เป็นพืชที่โตกลางคืน ก็คล้ายงานของผมที่ทำอยู่ ภายใต้แนวคิด We grow in the dark. คือเราจะโตในความมืด แล้วเราก็ผุดในทุกที่ คือต้องการจะสื่อว่า เห็ดมันไม่ขึ้นที่ซ้ำๆ กัน เหมือนกับเรา ซึ่งจะสรรหาที่ให้มันขึ้นได้ต่อไปเรื่อยๆ
ความกดดันจากการเป็นทายาท GMM จะว่ากดดันก็กดดันครับ เพราะว่าสแตนดาร์ดค่อนข้างสูง(หัวเราะ) ซึ่งผมก็ต้องผลักดันตัวเองให้ไปถึงสแตนดาร์ดนั้น แต่เรียกว่ามันเป็นแรงบันดาลใจมากกว่า คือความกดดันมันก็เป็นธรรมชาติของการทำงานทุกอย่าง แต่ผมก็จะไม่พยายามกดดันตัวเองนะ อย่างการทำ Mashroom ผมก็มองว่ามันยังเป็นอะไรที่ใหม่ในตลาด เป็นไลฟ์สไตล์แบบใหม่ มันยังต้องพัฒนาไปอีกเยอะและคำว่าพัฒนานี่แหละ ที่ทำให้ผมเย็นใจไปกับมัน (หัวเราะ) เพราะเราต้องพัฒนาไปกับมัน คือค่อยๆ สร้างไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็ทำให้ผมเครียดน้อยลง 
คำสอนของพ่อ พ่อจะสอนหลักการใช้ชีวิตให้กับผม จะชอบสอนว่า หลักๆ แล้วไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เราต้องทำสี่ข้อนี้ คือ ต้องมีความมุ่งมั่นก่อน แล้วก็วางแผนกลยุทธ์ เพียรพยายาม และทำมันสม่ำเสมอ แค่สี่ข้อนี้มันก็สามารถใช้ได้กับทุกเรื่องแล้ว ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการที่ผมไปออกกำลังกายก็ได้ อย่างแรกเลย เราก็ต้องมุ่งมั่นอย่างมาก่อน เพราะกว่าจะถีบตัวเองให้ยกเหล็กได้ก็เหนื่อยแล้ว (หัวเราะ) และต้องวางแผนชีวิตว่ามีช่วงเวลาไหนที่ผมจะไปออกกำลังกายได้ และก็ต้องทำสม่ำเสมอ ทุกวัน มันก็เป็นหลักการในชีวิตที่ได้รับมาจากพ่อ ถือเป็นการจัดระเบียบชีวิตให้ตัวเองด้วย ซึ่งคุณพ่อป็นไอดอลของผมเลย เรื่องที่น่านับถือ น่าเอาเป็นตัวอย่าง ก็อย่างเช่น เรื่องความเป็นระเบียบของท่าน อย่างสี่ข้อนั้น พ่อก็ทำเองด้วย คือพ่อออกกำลังกายเพราะพาผมไปสมัครโปโลคลับตั้งแต่เด็ก แล้วพ่อก็ผลักดันตัวเองให้ไปออกกำลังกายทุกวัน นี่ก็ยี่สิบปีแล้วพ่อก็ยังทำแบบนั้นทุกวัน ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่น่านับถือ กับการที่คนเราจะผลักดันตัวเองได้ขนาดนั้น
คนรุ่นใหม่กับเทรนด์ของธุรกิจโชว์บิส โลกเปลี่ยนไป ธุรกิจเพลงก็เปลี่ยนไป โชว์บิสก็เปลี่ยนไปด้วย คือหลังๆ เราไม่ได้เสพ content ที่ฮิตอย่างเดียวแต่เราฟังทั้งหมด ทั้งฮิตและไม่ฮิต ทั้งกลุ่มย่อยต่างๆ ด้วย และบางทีด้วยความง่ายของเทคโนโลยี อย่างมีการดาวน์โหลดที่อาจไม่ต้องจ่ายเงิน เลยทำให้การหา content ง่ายและสะดวกขึ้น เลยทำให้มันมีบิสนิเนสโมเดลแบบใหม่เกิดขึ้นมาก ถึงแม้ว่าคนฟังจะสามารถไปหา content ดาวน์โหลดได้ FYI MASHROOM โปรเจ็คเกิดจากเป้าหมายที่จะสนองความต้องการของ กระแสเพลง electronic ที่กำลังซึมซับเข้ามาในประเทศเราอย่างต่อเนื่อง MASHROOM จึงมุ่งมั่นที่จะสรรค์สร้าง Tailored-Made Showbiz สำหรับกลุ่มคนที่หลงใหลใน lifestyle และดนตรีแนวนี้โดยเฉพาะ ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ในงานที่ถูกเติมเต็มไปด้วยทุกองค์ประกอบสำคัญของรสนิยมแนวนี้ เช่นการเชิญ DJ ระดับโลกมาแสดง การสรรหาสถานที่ที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ โดยมีตั้งแต่ขนาด exclusive ไปจนถึงขนาด festival บวกด้วยการเติมโปรดักชั่นแสงสีเสียงอย่างอลังการ ผสมผสาน กับศิลปะ conceptual art ที่น่าสนใจ ทั้งหมดนี้ MASHROOM คาดหวังว่าจะสามารถสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้นำกระแสในสังคม และสามารถสร้างการยอมรับรวมถึงความเชื่อมั่นจากวงการ electronic ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อที่จะมาพัฒนาตลาดเพลงแนวนี้ในประเทศไทยต่อไป แต่โชว์บิส เราต้องจัดให้เค้า ซึ่งเค้าก็ยังต้องการกันอยู่ มันก็เป็นเทรนด์ที่กำลังโตในตลาดโลกด้วย ผมก็เลยคิดว่าโชว์บิสมันเริ่มเป็นธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และด้วยความที่ content มีหลากหลายขึ้น โชว์บิสมันก็เลยแยกย่อยเป็นแขนงกลุ่มต่างๆ ตามลักษณะของ content ที่มีมากขึ้นด้วย ซึ่งมันเป็นโอกาสที่จะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่างที่ผมทำ Mashroom ก็เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์ได้กับคอมมูนิตี้กลุ่มหนึ่งได้ คือ ในแง่การเสพของผู้บริโภคแล้วมีอะไรให้ได้เลือกเยอะมากขึ้น เราไม่ต้องดูทีวีหรือฟังเพลงจากช่องเดียวกัน แต่ละคนสามารถเลือกได้ตามใจชอบ มัน On demand มากขึ้น
คนรุ่นใหม่กับการใช้ชีวิต ผมอยากให้คนรุ่นใหม่มีความทะเยอทะยาน มีความแสวงหากันเยอะๆ แบบเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา แทนที่จะซ้ำซากจำเจกับชีวิตแบบเดิมๆ คือ อยากจะให้มีความพยายามที่จะแสวงหาอะไรใหม่ๆ บ้าง อย่างยุคนนี้ เราก็จะเห็นว่าเทคโนโลยี มันก้าวหน้าไปไวและไปไกลมาก และพร้อมเปิดเป็นช่องทางอะไรให้เราเยอะแยะ ถ้าเราเปิดรับและแสวงหา เราก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ และนำความรู้เหล่านั้น มาช่วยกันพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคม เพราะเมืองไทยยังไปได้อีกไกล น่าจะมาช่วยเหลือกัน
ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ตำแหน่ง : Project Manager: Mashroom บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
การศึกษา ปริญญาตรีที่ University of Southern California คณะ Annenberg School for Communication สาขา Communication
การทำงาน หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่สหรัฐอเมริกาก็ได้เข้ามาทำงานเป็น Marketing Officer ของธุรกิจเพลง ซึ่งได้เห็นภาพ Macro ขององค์กรด้านนโยบายและทิศทางของบริษัทโดยรวมและของธุรกิจเพลง อีกทั้งยังเห็นโครงสร้าง กลไก วิธี และกลยุทธทั้งด้านการผลิต content การวางแผน promote รวมถึงกลยุทธการขายและช่องทางรายได้ต่างๆ โดยที่ได้ร่วมบริหารแผนการผลิตและโปรโมทรวมของธุรกิจเพลง ปัจจุบันด้าน Micro ได้มีโปรเจ็คทดลองสรรหาตลาดแนวเพลงใหม่ที่มีศักภาพ โดยการทำ Community Marketing ซึ่งเริ่มจาก Tailored-Made Showbiz สำหรับกลุ่ม Community ที่ชื่นชอบแนวเพลง Electronic โดยใช้ชื่อโปรเจ็ค MASHROOM ในการจัดงานเพื่อสำรวจและสนองความต้องการของกลุ่ม community ทั้งนี้เพื่อเปิดตลาดแนวเพลงใหม่ๆและเพิ่มทางเลือกให้กับคนไทย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







